Menu

ร้องเพลงให้บันเทิงกว่าครั้งไหนๆ บนชิงช้าสวรรค์คาราโอเกะในโตเกียว

HIGHLIGHTS:

3 Mins. Read
  • The Big O ชิงช้าสวรรค์ของสวนสนุกภายในเขต Tokyo Dome City ในเมืองโตเกียว ได้คิดค้นไอเดียการใส่ตู้คาราโอเกะเข้าไปในชิงช้าสวรรค์เพื่อเติมความบันเทิงของช่องว่างในรอบการหมุนที่ยาวนานประมาณ 15 นาที
  • บทเพลงในการร้องมีให้เลือกราวๆ 50 เพลง ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่น เพลงเกาหลี เพลงจีน เพลงฝรั่ง ขนมาตั้งแต่ The Beatles, Aerosmith หรือแม้แต่ Taylor Swift และเพลง Let It Go จาก Frozen!

     คอเพลงและผู้มีเสียงดนตรีในหัวใจ ถึงเวลาที่คุณๆ ทั้งหลายต้องเริ่มวอร์มเสียงไล่สเกลกันแล้ว เพราะเราจะชวนคุณไปร้องคาราโอเกะกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคาราโอเกะไก่กาหยอดเหรียญเปิดแฟ้มแล้วกดรหัสแบบฉบับความสนุกของหนุ่มสาวมัธยมต้นหรอกนะ แต่เราจะพาคุณไปร้องคาราโอเกะบนชิงช้าสวรรค์!

     ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นก็แสนจะญี่ปุ๊นญี่ปุ่นจริงๆ กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมง่ายๆ แต่น่าสนใจ กับการจับยัดตู้คาราโอเกะอันเป็นกิจกรรมยอดฮิตของพวกเขาเข้าไปในตู้นั่งของชิงช้าสวรรค์ เปลี่ยนความน่าเบื่อของการชมวิวให้เจ๋งและดูสนุกขึ้นจนอยากไปฮิตโน้ตโชว์เพื่อนฝูงสักครั้ง

 

Photo: SoraNews24

 

     The Big O ชิงช้าสวรรค์ของสวนสนุกภายในเขต Tokyo Dome City ในเมืองโตเกียว ได้คิดค้นความสนุกนี้ขึ้นมาเพื่อลดทอนความน่าเบื่อของการขึ้นชมวิวแบบเดิมๆ เพราะในหนึ่งรอบของการหมุนนั้นใช้เวลาถึง 15 นาทีต่อรอบ ไอเดียการใส่ตู้คาราโอเกะเข้าไปจึงเกิดขึ้นเพื่อเติมความบันเทิงของช่องว่างเหล่านั้น

 

Photo: SoraNews24

 

     บทเพลงในการร้องมีให้เลือกราวๆ 50 เพลง ตั้งแต่เพลงญี่ปุ่น เพลงจีน เพลงฝรั่ง ยกตัวอย่างเช่น เพลงประกอบแอนิเมชันยอดฮิตเรื่อง Your Name ส่วนเพลงสากลเช่นเพลง Let It Be ของ The Beatles หรืออยากจะโชว์พาวเวอร์ ฮิตโน้ตสูงๆ เราขอแนะนำให้ร้อง I Don’t Want To Miss A Thing ของ Aerosmith ส่วนเพลงแบ๊วๆ สวยๆ เขาก็มีเพลง We Are Never Ever Getting Back Together ของ Taylor Swift และ TT จากวง Twice ไว้ให้ แต่ถ้าให้เราเลือกร้องให้เข้ากับบรรยากาศด้านบนชิงช้าสวรรค์ เราขอเลือก Let It Go เพลงประกอบแอนิเมชันชื่อดังเรื่อง Frozen เพราะหากร้องตอนอยู่บนนั้นคงให้ความรู้สึกประหนึ่งเอลซ่าสร้างปราสาทน้ำแข็งเชียวแหละ!

 

Photo : SoraNews24

 

     ชิงช้าสวรรค์คาราโอเกะนี้เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา และหากใครมีโอกาสได้ไปเที่ยวโตเกียว ก็แวะเวียนไปโชว์พลังเสียงได้ในราคาเพียง 820 เยน หรือประมาณ 250 บาทไทยเท่านั้น

 

Cover Photo: Osugi/shutterstock

อ้างอิง:

LOADING...

RELATED STORIES