×

วัสดุท็อปฮิตตลอดกาลในงานออกแบบตกแต่งบ้าน ตอนที่ 2 ‘วัสดุตกแต่ง’

24.07.2017

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • ‘วัสดุตกแต่ง’ มีส่วนสำคัญในการบ่งบอกถึงบุคลิกและตัวตนของผู้อยู่อาศัย แต่เมื่อนำไปใช้งานต่างกันก็ย่อมมีหลายอย่างให้คำนึงถึง ข้อดีของกระเบื้องคือส่วนผสมที่หลากหลาย นำไปใช้งานได้หลายพื้นที่ อย่าลืมซื้อกระเบื้องล็อตเดียวกันเผื่อเอาไว้สัก 1-2 กล่อง สำหรับเป็นสต็อกสำรองเมื่อกระเบื้องในบ้านเกิดความเสียหาย
  • ‘ผ้า’ เป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่งภายในที่ได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะมีคุณสมบัติคือความอ่อนช้อยที่นำไปใช้ได้ทั้งงานใหญ่และเล็ก วัสดุผ้าเป็นตัวช่วยสำคัญที่สามารถลดโทนให้บ้านดูอ่อนหวาน ดูซอฟต์ ไม่แข็งกระด้าง แต่มีข้อเสียคือหากเปื้อนแล้วต้องซักใหม่หมดทั้งชิ้น

     ในตอนแรก เราได้พูดถึงความโดดเด่นทั้งข้อดีและข้อด้อยของ 5 วัสดุหลักที่ได้รับความนิยมในงานบ้านกันไปแล้ว (อ่านบทความเรื่องวัสดุท็อปฮิตตลอดกาลในงานออกแบบตกแต่งบ้าน ตอนที่ 1 ‘โครงสร้างหลัก’ ได้ที่ thestandard.co/lifestyle-living-home-material-1)

     ในตอนที่ 2 นี้ ถึงทีของ ‘วัสดุตกแต่ง’ ซึ่งมีส่วนสำคัญอันจะเติมให้บ้านมีชีวิตชีวา และบ่งบอกถึงบุคลิกและตัวตนของผู้ที่อยู่อาศัย วัสดุหลายอย่างเป็นสิ่งที่เราทุกคนคุ้ยเคยกันดีอยู่แล้ว แต่เมื่อนำไปใช้งานต่างกันก็ย่อมมีหลายอย่างให้ต้องคำนึงถึง สำหรับมือใหม่หัดแต่งบ้านที่ยังไม่มีความรู้มากมายนัก การได้หวนกลับมาพิจารณาถึงเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ นับเป็นสิ่งจำเป็นซึ่งจะไม่ทำให้คุณพลาด

 

Photo: United Photo studio/Shutter Stock

Photo: Beyond Time/Shutter Stock

  1. กระเบื้อง (Tile)

     ถือเป็นวัสดุที่พบเห็นได้ง่ายที่สุดและมีให้เลือกหลากชนิด ทั้งยังมีสีสันและลวดลายมากที่สุดด้วย ข้อดีของกระเบื้องคือส่วนผสมที่หลากหลาย ทำให้ใช้งานได้หลายพื้นที่ ทั้งมุงหลังคา ตกแต่งผนัง ปูพื้น แถมยังใช้ได้ในพื้นที่อับชื้นหรือต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดมากๆ อย่างห้องน้ำและห้องครัวก็ได้  

     Substitute: แม้จะสวย มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา แต่กระเบื้องนั้นไม่ทนมือเท่าไร แตกหักง่าย หนำซ้ำการจะกลับไปซื้อแบบเดิม ลายเดิม ก็อาจไม่เหมือนเป๊ะอีกด้วย หลายคนจึงเลี่ยงไปใช้กระเบื้องยาง พื้นไม้ หรือเทคอนกรีตไปเลย

     How to: อย่าลืมซื้อกระเบื้องล็อตเดียวกันเผื่อเอาไว้สัก 1-2 กล่อง สำหรับเป็นสต็อกสำรองเมื่อกระเบื้องในบ้านเกิดความเสียหาย รวมถึงเลือกยาแนว (วัสดุที่ใช้อุดลงบนร่องระหว่างรอยต่อ) ให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานด้วย ถ้าเป็นห้องน้ำก็ควรใช้ยาแนวกันชื้น กันเชื้อรา หรือถ้าเป็นห้องครัวก็ควรเลือกทำผนังกันเปื้อน (Backsplash) ที่ช่วยให้คราบน้ำมันหรือเศษอาหารไม่เกาะติด และทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งผนังกันเปื้อนนี้ก็มีทั้งที่เป็นกระเบื้อง โมเสก สเตนเลสสตีล หิน หรืออื่นๆ ขึ้นอยู่กับความชอบของคุณ  

 

Photo: daykung/Shutter Stock

 

  1. กระจก (Glass)

     เป็นวัสดุที่ปรับตัวตามยุคสมัยมาได้ไกลมาก เราเคยใช้กระจกเงาแต่ในแง่ของฟังก์ชัน จากนั้นก็ขยับมาเป็นชิ้นงานตกแต่งเพื่อความสวยงาม ก่อนที่จะกลายเป็นวัสดุทำผนัง รวมถึงเพิ่มกระบวนการผลิตให้กลายเป็นวัสดุที่ใช้สำหรับภายนอกอาคารได้ด้วย

     Substitute: ข้อเสียที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือมันเป็นวัสดุที่ดูดและเก็บความร้อนได้ดีมาก ผนังกระจกจะทำให้ห้องหรือบ้านของคุณกลายเป็นตู้อบที่ร้อนสุดขีด หนำซ้ำยังไม่ค่อยปลอดภัยหรือเป็นส่วนตัวด้วย    

     How to: แทนที่จะใช้กระจกบานเดียว ลองเปลี่ยนมาทำช่องเปิดดีกว่า ประตูบ้าง หน้าต่างบ้าง เพื่อเปิดให้ลมพัดผ่าน สร้างความโฟลวในพื้นที่ จากนั้นก็เลือกม่านที่เหมาะสมมาใช้บังสายตา หรืออาจปรับเป็นกระจกสีชาหรือกระจกมองด้านเดียวก็ได้

 

Photo: pbombaert/Shutter Stock

 

Photo: All About Space/Shutter Stock

 

  1. ผ้า (Fabric)

     ถือเป็นวัสดุสำหรับงานตกแต่งภายในที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง เพราะมีคุณสมบัติคือความอ่อนช้อยที่นำไปใช้ได้ทั้งงานใหญ่และเล็ก ไม่ว่าจะทำเป็นผ้าม่าน หุ้มเฟอร์นิเจอร์ หุ้มโคมไฟ ทำผ้าปู หรือผ้ารองโต๊ะได้อีกสารพัด   

     Substitute: ถ้าจะมีข้อด้อยก็เห็นจะเป็นเรื่องการดูแลทำความสะอาด เพราะถ้าเปื้อนขึ้นมาแล้วก็ต้องซักกันทั้งชิ้น บางคนจึงเลี่ยงไปใช้ม่านม้วนหรือมู่ลี่แทน

     How to: อย่าเพิ่งถอดใจกับการซักตากหรือดูดฝุ่นเลย เพราะวัสดุผ้าในงานตกแต่งเป็นตัวช่วยสำคัญที่สามารถลดโทนให้บ้านดูอ่อนหวาน ดูซอฟต์ ไม่แข็งกระด้าง แค่เลือกชนิดของผ้าให้เหมาะ ผ้าม่านก็อย่าใช้แบบที่หนาหรือหนักมาก ส่วนเฟอร์นิเจอร์หุ้มผ้านั้นก็จะเก็บฝุ่นมากกว่า แต่เราว่ามันสามารถถอดซักเพื่อสุขอนามัยที่ดีได้

 

Photo: Photographee.eu/Shutter Stock

     4. วอลเปเปอร์ (Wallpaper)

     เมื่องานผ้าต้องใช้การดูแลและมีราคาสูง งานกระดาษสำหรับตกแต่งจึงเกิดขึ้น นั่นคือวอลเปเปอร์ เพราะต้นทุนไม่แพง และผลิตแบบระบบอุตสาหกรรมได้เร็วกว่า ใช้งานง่าย จะให้ช่างติดตั้ง หรือทำด้วยตัวเองก็ได้   

     Substitute: กระดาษมีคุณสมบัติติดไฟได้ง่ายและไม่ทนต่อความชื้น ซึ่งเป็นสองปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ปัจจุบันวอลล์เปเปอร์แบบทนไฟ (Fireproof) เริ่มผลิตออกมาให้เห็นแล้ว แต่ยังมีราคาสูงอยู่ ส่วนเรื่องความชื้นนั้นป้องกันได้โดยการใช้วัสดุทำผนังที่มีคุณสมบัติกันชื้น หรือทาพื้นผิวด้วยไพรเมอร์กันชื้นก่อนติดวอลล์เปเปอร์

     How to: เป็นวัสดุตกแต่งที่เหมาะสำหรับคนขี้เบื่อ เพราะเปลี่ยนได้บ่อย ราคาไม่สูง มีให้เลือกเยอะ ข้อควรระวังก็คือการเตรียมพื้นผิวที่จะติด และหลีกเลี่ยงผนังที่อยู่ใกล้กับจุดก่อความชื้น เช่น ผนังที่ติดกับห้องน้ำ 

 

Photo: 2M Media/Shutter Stock

 

  1. หนัง (Leather)

     มนุษย์เรียนรู้ที่จะนำหนังสัตว์มาใช้ประโยชน์เนิ่นนานแล้ว เริ่มจากทำเครื่องนุ่งห่ม แล้วก็นำมาใช้ในการตกแต่งบ้านด้วย หนังสัตว์ถือเป็นวัสดุตามธรรมชาติ มีความยืดหยุ่นสูง และทนทานมากเมื่อเทียบกับผ้าหรือกระดาษ   

     Substitute: หนังมีข้อเสียตรงที่ต้องใช้การดูแลรักษามากเป็นพิเศษ ต้องมีน้ำยาทำความสะอาดโดยเฉพาะ ทั้งยังไม่ค่อยเหมาะกับอากาศร้อนชื้นสักเท่าไร (อย่างเวลามีเหงื่อแล้วมานั่งโซฟาหนัง ผิวของเราจะเหมือนถูกดูดให้ติดหนึบกับผืนหนังของโซฟาเลยล่ะ) หนังเทียมหรือหนังสังเคราะห์จึงเข้ามามีบทบาทแทน เพราะราคาถูกกว่า ทำสีและลวดลายได้หลากหลายกว่า แต่ด้วยความที่มันมีส่วนผสมหลากหลาย เช่น Polyurethane (หรือที่เรียกว่าหนังพียู) ซึ่งเป็นส่วนประกอบของพลาสติก ทำให้เมื่อใช้งานไปนานๆ หนังจะแตกลาย และต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งชิ้น   

     How to: หนังแท้และหนังเทียมมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับชิ้นงาน ถ้าเป็นโซฟา เก้าอี้ ซึ่งอาจต้องอยู่กับคุณไปอีกนาน งานหนังแท้ก็น่าลงทุน แต่ถ้าคุณเป็นคนขี้เบื่อ หรือไม่อยากดูแลอะไรมาก หนังเทียมก็เหมาะ

FYI
  • ปี 1841 ฌอง บูร์ดิชง (Jean Bourdichon) ศิลปินชาวฝรั่งเศส วาดภาพนางฟ้าที่มีพื้นหลังเป็นสีน้ำเงินลงบนกระดาษ 50 ม้วนถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 11 แห่งฝรั่งเศส เพื่อใช้ตกแต่งห้องในพระราชวัง ถือเป็นงานวอลล์เปเปอร์ชิ้นแรกๆ ในโลกฝั่งตะวันตก หลังจากค้นพบว่ามีการใช้วอลล์เปเปอร์ในประเทศจีนตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล     
  • ลินินถือเป็นงานผ้าชนิดแรกของโลก มีหลักฐานว่าใช้กันมาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนคริสตกาล ตามมาด้วยคอตตอนและผ้าขนสัตว์ ประมาณ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล   
  • ชาวโรมันพยายามป้องกันไม่ให้ฝุ่นและเศษดินบนถนนปลิวเข้าบ้าน ลงท้ายด้วยการนำผ้าผืนใหญ่ๆ มาแขวนไว้ที่ประตูและหน้าต่าง ซึ่งเชื่อว่านั่นคือการคิดทำและใช้ผ้าม่านเป็นครั้งแรกของโลก
  • โซฟาหนังที่โด่งดังที่สุดคือ เชสเตอร์ฟิลด์ โซฟา (Chesterfield Sofa) จุดเด่นของมันคือการตอกหมุดตรึงไว้ตามบริเวณต่างๆ ดยโซฟาหนังที่เป็นไอคอนชนิดนี้มีหลักฐานพบว่าถูกใช้งานเป็นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษในช่วงปี 1800
  • คนไทยคุ้นกับคำว่า Sofa แต่ในซีรีส์ฝรั่งหลายเรื่องกลับเรียกที่นั่งแนวนี้ว่า Couch ทั้งสองคำนี้มีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง แต่ในดีเทลแล้วแตกต่างกันพอสมควร คำว่า Sofa นั้นมีรากศัพท์มากจากภาษาอารบิกคือ Suffah ที่แปลว่า ม้านั่งที่คลุมทับด้วยผ้าห่มหรือผ้าคลุม ส่วนคำว่า Coucher เป็นรากศัพท์ภาษาฝรั่งเศส แปลว่า to lie down แต่ถ้าจะให้ดูกันง่ายขึ้นก็คือ Sofa มักมีขนาดใหญ่กว่า มีฐานแบบปิดทึบ และมีที่วางแขน ในขณะที่ Couch จะดูโปร่งตากว่า และไม่นิยมทำที่วางแขน     

READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories