ท่ามกลางกระแสคาเฟ่เปิดใหม่ที่เกิดขึ้นแทบทุกเดือนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในย่านทรงวาดที่กลายเป็นถนนของคนรักเครื่องดื่มและวัฒนธรรม แน่นอนว่ามีเพียงไม่กี่ร้านที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในคนในย่านได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิด
ROAS+8RY เป็นหนึ่งในคาเฟ่นั้น ด้วยชื่อที่หลายคนคุ้นเคยของ roast8ry ร้านกาแฟจากถนนนิมมาน จังหวัดเชียงใหม่ ที่เติบโตมาพร้อมเวทีการแข่งขันระดับโลก ต๋อง-อานนท์ ธิติประเสริฐ (ผู้ก่อตั้ง roast8ry) บาริสต้าคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์โลกลาเต้อาร์ต และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนในโลกที่ผ่านเวทีการแข่งขันระดับสูงสุดของวงการกาแฟมาแล้วถึง 3 รายการ

สำหรับคนที่ติดตามคาเฟ่นี้มาตั้งแต่ที่เชียงใหม่ จะรู้ว่าที่นี่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ หลังจากคว้าแชมป์โลก เขาเริ่มเดินทางไปยังแหล่งปลูก ทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ระดับโลก คัดเลือกเมล็ดด้วยตัวเอง ก่อนนำกลับมาคั่วและชงในแบบที่สะท้อนตัวตนของเขา เมนูกาแฟที่นี่จึงไม่ใช่เพียงเครื่องดื่ม หากเป็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ ทดลอง และสะสมประสบการณ์มาตลอดหลายปี แน่นอนว่าสำหรับสายคาเฟ่ฮอปปิ้ง ที่นี่คือจุดหมายใหม่โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงเชียงใหม่
แน่นอนว่าการเปิดสาขาในกรุงเทพฯ ที่ชื่อ ROAS+8RY มีเครื่องหมาย + เพิ่มขึ้นมา ต๋องได้เล่าให้เราฟังว่า “ + มันเกิดจากเส้นสี่เส้นตัดกันครับ ผมอยากให้เป็นตัวแทนของคนสี่กลุ่มที่ทำให้กาแฟหนึ่งแก้วเกิดขึ้น ได้แก่ ผู้ปลูก, ผู้คั่ว, บาริสต้า และคนดื่ม แนวคิดนี้สำหรับผมไม่ได้อยู่แค่ในชื่อนะครับ ผมอยากที่จะถ่ายทอดผ่านร้านของผม เพื่อย่นระยะทางระหว่างจากผู้ปลูกกาแฟกับลูกค้าให้ใกล้กันมากขึ้นครับ”


ซึ่งนิยามร้านผ่าน 3 หัวใจหลักที่ทำให้สาขานี้พิเศษกว่าที่อื่น
High-Quality Coffee: กาแฟระดับไฮเอนด์ที่เขาลงพื้นที่ไปคัดสรรและกระบวนการต่างๆ คู่กับโปรดิวเซอร์ชื่อดังระดับโลกด้วยตัวเอง
Champion Barista: แน่นอนว่าผมมีมาตรฐานการชงจากทีมบาริสต้าระดับโลก ที่กวาดรางวัลมาแล้วทุกเวที
Friendly Hospitality: ที่สำคัญคือการบริการที่อบอุ่นและเป็นกันเอง แม้เนื้อหาของกาแฟจะดูซีเรียสแต่ความรู้สึกของคนดื่มที่ได้กลับไปต้องผ่อนคลายและสนุก
และเหตุผลที่เขาเลือกทรงวาดแทนที่จะเป็นใจกลางเมืองหรือศูนย์การค้า เป็นเพราะเขาหลงรักวัฒนธรรมของทรงวาด ที่มีรอยต่อของคนรุ่นเก่า พวกเขายังคงใช้ชีวิตดั้งเดิมและคนรุ่นใหม่เข้ามาเติมความสร้างสรรค์


The Vibe
เช้าวันธรรมดาช่วง 11 โมง ที่เราแวะไปย่านอนุวงศ์-ทรงวาด มองจากด้านนอก ร้านอาจดูนิ่งและสุขุม ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไป สิ่งที่สัมผัสได้คือความตั้งใจที่ซ่อนอยู่ในทุกรายละเอียด
พื้นที่ภายในถูกออกแบบโดยยังคงตัวอาคารคอนกรีตเดิมไว้ เสริมสเตนเลส ไม้ และกระจก เป็นองค์ประกอบหลัก โดยวางบาร์กาแฟไว้เป็นแกนกลางของร้าน ทำให้ไม่ว่าเราจะเลือกนั่งตรงไหนของชั้น 1 สายตาก็มักจะกลับมามองบาริสต้าที่กำลังรังสรรค์กาแฟ
ตัวร้านมีทั้งหมด 2 ชั้น พร้อมที่นั่งรองรับค่อนข้างเยอะพอสมควร ในแต่ละมุมเราจะเห็นลูกเล่นของแสงที่สะท้อนผ่านกระจก หรือพื้นผิวของวัสดุที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงสัญลักษณ์เครื่องหมาย ‘+’ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วร้าน ซึ่งทุกองค์ประกอบตั้งแต่การวางเลย์เอาต์ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุ ล้วนถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนแนวคิดการบรรจบกันของคนทั้งสี่กลุ่ม อันประกอบไปด้วย ‘ไม้’ แทนผู้ปลูก ‘คอนกรีตสกัด’ แทนโรงคั่ว ‘สเตนเลส’ แทนบาริสต้า และ ‘กระจกเงา’ ที่เป็นตัวแทนเสียงสะท้อนจากลูกค้า


The Taste
เมื่อมาถึงถิ่นแชมป์โลกทั้งที เมนูที่ต้องสั่งคงหนีไม่พ้น UNICORN LATTE (250 บาท) ร้านใช้เทคนิคเดียวกับที่แชมป์ กาแฟคั่วเข้มที่รสชาติออกมานุ่ม กลมกล่อม และต่อเนื่อง กาแฟกับนมรวมกันอย่างพอดี ไม่มีส่วนไหนโดดออกมาเกินไป ยิ่งปล่อยให้กาแฟเริ่มเย็นลงก็ยังอร่อย เป็นแก้วที่ดื่มง่ายเลยไม่แปลกใจว่าทำไมแก้วนี้ถึงได้แชมป์

อีกแก้วที่เราได้ลองคือ Ice Long Black (140 บาท) กาแฟคั่วเข้มที่ให้รสสัมผัสต่างออกไปอย่างชัดเจน ด้วยโทนรสชาติที่สะอาด ไม่มีความขมไหม้แบบที่หลายคนคุ้นเคย และรสที่ติดลิ้นหลังจิบ ยังคงอบอวลอยู่ในปากอีกพักใหญ่หลังจากดื่มหมด

เราสั่ง Hot Flat White (150 บาท) กาแฟคั่วกลางอีกหนึ่งแก้ว กาแฟใส่นมที่ดูเรียบง่าย แต่ร้านใส่ใจรายละเอียด อย่างอุณหภูมิและการบาลานซ์ของนม ทำให้รสชาติออกมานุ่มนวลกว่าที่คาดไว้ เป็นแก้วที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องกาแฟลึกซึ้งก็สามารถสัมผัสถึงคุณภาพได้ทันที

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อีกหลายตัวให้ได้ลอง และที่นี่ยังมีคุกกี้ ที่ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับรสของกาแฟแต่ละแหล่งปลูก อย่าง Earl Grey cookie ซอฟต์คุกกี้รสชาตินี้จะออกหวานหน่อย กินคู่กับกาแฟคือลงตัวเลย มีกลิ่นหอมของเบอร์กามอต ซึ่งเป็นหนึ่งในโน้ตสำคัญของกาแฟเกชาจากปานามา มีแมคคาเดเมียลูกโตให้เคี้ยวด้วย


Good for
สายคาเฟ่ฮอปปิ้งที่ตามล่าหาคาเฟ่เปิดใหม่อยู่เสมอ ยิ่งร้านนี้ที่มีเรื่องราวมากกว่าความสวยงาม ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรแวะมาลองสักครั้ง ไม่ว่าคุณอยากจะลองลาเต้ที่ได้แชมป์โลก หรือคนที่ดื่มกาแฟดำประจำอยู่แล้ว เมื่อมาอยู่ในย่านทรงวาดที่เต็มไปด้วยร้านรุ่นใหม่ ก็ยิ่งกลายเป็นจุดเช็กอินที่แตกต่างออกไป ทำให้เราอยากกลับไปลองเมนูใหม่อยู่เรื่อยๆ
ROAS+8RY
Address: ถนนอนุวงศ์-ทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์
Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09:00-18:00 น.
Contact: ROAS+8RY
Budget: ราคา 120-500 บาทต่อคน
ภาพ: ลักษณา บุญญาปฏิภา, สัญญา จันทร์เทศ

