ถ้าการได้รับคำเชื้อเชิญไปยังสถานที่ดีๆ ทำให้เรารู้สึกถึงความยินดีที่ได้พบกัน ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ชวนตื่นตา และในหลายครั้งยังช่วยเติมพลังชีวิต การไป Ern Manee (เอิญมณี) ก็คงเต็มไปด้วยความรู้สึกแบบนั้น

แม้ชื่อจะใหม่ แต่ประสบการณ์ในวงการอาหารไม่ใหม่ เพราะ Ern Manee เป็นร้านสาย Thai Bistro และ Chef’s Table ที่
เกิดจากการจับมือของเชฟเป่าเป้-เจสสิก้า หวัง เซเลบริตี้เชฟคนเก่ง แชมป์ MasterChef All Stars Thailand และ เชฟเควส-ชานิน จีมะ รองแชมป์ MasterChef All Stars Thailand ร่วมกันสร้างสรรค์อาหาร ‘ไทยสไตล์โมเดิร์น’ ซึ่งนำอาหารไทยมาตีความใหม่ ทั้งการจัดจานและเทคนิคการปรุงให้ร่วมสมัย ผสมผสานกับวิถี ‘ไทยทวิสต์’ ที่นำความเป็นไทยดั้งเดิมมาบิดเสริมเติมแต่งด้วยกลิ่นอายตะวันตกจนกลายเป็นเรื่องราวใหม่ๆ โดยยังคงรสชาติไทยแท้


เชฟเป่าเป้-เจสสิก้า หวัง
The Vibe
เมื่อก้าวเข้าร้าน แสงไฟสว่างนวลแต่อบอุ่นตา ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนน้ำตาล ขาวครีม ตัดเขียวเล็กๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา กระจกบานใหญ่เขียนเล่าเรื่องราวความหมาย Ern Manee ที่เกิดจากคำว่า ‘เอิญ’ หมายถึง คำเชื้อเชิญ และ ‘มณี’ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และความคิดสร้างสรรค์ รวมกันจึงเป็นการต้อนรับทุกคนสู่พื้นที่แสนสบาย เมื่อผสานกับความอยากรู้อยากลอง จึงทำให้ทุกจานแตกต่างและมีเรื่องราวที่น่าสนใจ

The Taste
เมนูเด่นที่พลาดไม่ได้เลย คือ Ern Manee Signature Toast แม้จะเป็น Appetizer (อาหารเรียกน้ำย่อย) แต่ก็โดดเด่นในตัวเอง เพราะทำจากขนมปังโฮมเมดบริยอช โทสต์จนนุ่มกรอบ ท็อปด้วยเครื่องหลัก 3 คำ 3 รสชาติ ได้แก่ ลาบทูน่า ปูผัดผงกะหรี่ไข่เค็ม และแกงเขียวหวานกุ้ง (ซึ่งเราอยากให้ลองหยิบชิมตามลำดับนี้ เพื่อไล่จากความสดชื่นไปจบที่ความเข้มข้น) เริ่มจากความเฟรชของเนื้อทูน่าดิบสีแดงสดใสและสมุนไพร ต่อด้วยความนัวของเนื้อปูก้อนและผงกะหรี่ ประดับไข่ปลาแซลมอนแวววาวเหมือนอัญมณี และเครื่องแกงละมุนลิ้นพร้อมเนื้อกุ้งเต็มคำ แต่ละคำเข้ากันดีกับเนื้อขนมปัง

นอกจากสวยยังให้รสสัมผัสที่หลากหลาย กระตุ้นต่อมความหิวให้ทำงาน พร้อมต่อกันที่ พล่ากุ้งเสิร์ฟคู่กับสาคูกรอบ เมนูที่เชฟเควสเล่าว่าใช้เวลาจัดอย่างพิถีพิถัน ซอสที่เสิร์ฟฐานล่าง รสชาติชวนให้นึกถึงซอสพริกทาบาสโก้ที่มีรสเผ็ดตามด้วยเปรี้ยวเค็มติดปลายลิ้น เข้ากันดีกับเนื้อกุ้งเนื้อแน่น กินเคียงแผ่นสาคูทอดกรอบที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เป็นเท็กซ์เจอร์ที่แตกต่างแต่เคี้ยวสนุกในคำเดียว

ใครรอจานหลักต้องสั่ง ผัดไทยไข่ฟูเสิร์ฟพร้อมกุ้งลายเสือ จานนี้เชฟเป่าเป้เล่าว่า เป็นที่นิยมมากๆ ทั้งสำหรับลูกค้าชาวไทยและต่างประเทศ ไข่ฟูทอดกรอบเนื้อละเอียดเหมือนผ้าห่มสีทอง ปกคลุมเส้นผัดไทยที่ผัดซอสและเครื่องมาอย่างเข้มข้น เสิร์ฟกับกุ้งลายเสือย่างมันเยิ้ม เป็นจานที่กินง่าย คุ้นเคยแต่ก็รู้สึกพิเศษ

และ แกงเผ็ดเป็ดรมควัน ที่ใช้เนื้ออกเป็ดนุ่มฉ่ำ ชิ้นใหญ่ หอมรมควัน ไม่สาบคาวหรือน้ำมันลอยแบบแกงทั่วไป พิเศษตรงใช้ผลไม้อย่าง ลิ้นจี่ ช่วยชูรสหวานตัดเลี่ยนในแกงด้วย นอกจากนี้ยังมี พาสต้าพริกกระเทียมแห้งปลาสลิด ที่หอมกลิ่นผัดและเครื่องปรุงบางๆ เป็นอาหารที่ลูกค้ากลุ่มผู้ใหญ่ถูกใจและมักสั่งเป็นประจำ


แต่ถ้าอยากขยับรสให้จัดขึ้นอีกนิด ต้องลอง ครอเก้ปูผัดผงกะหรี่ ที่ทำให้ลืมภาพปูผัดผงกะหรี่แกะเปลือกยากบนจานเปลไปเลย เพราะเมนูนี้สร้างสรรค์ใหม่ให้กลายเป็นครอเก้ปูที่อัดแน่นด้วยไส้ปูที่ผ่านการผัดผงกะหรี่แล้วนำไปทอดจนด้านนอกกรอบ แต่เมื่อตัดเป็นคำเล็กด้านในจะเยิ้มเป็นลาวา โรยด้วยไข่เค็มขูดฝอย เสิร์ฟพร้อมซอสศรีราชา เป็นอีกจานที่นัวและทิ้งรสชาติอบอวลไว้เนิ่นนาน

สิ่งหนึ่งที่เราคิดว่า Ern Manee ทำได้ดีมากๆ ก็คือการดูแลรสชาติและสัมผัสของเนื้อในเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมูสะเต๊ะบริยอช เนื้อหมูสะเต๊ะเสียบไม้ชิ้นใหญ่ แต่สุกกำลังดี ไม่แข็งหรือยุ่ยจนเกินไป นุ่มละมุนลิ้น มีชั้นไขมันแทรกแต่ไม่เลี่ยน หอมเครื่องหมัก รสชาติกลมกล่อมกัดได้เต็มคำใหญ่ อย่างที่หาได้ยากในร้านหมูสะเต๊ะทั่วไป

และสำหรับสายเนื้อยังมี ซี่โครงเนื้อจิ้มแจ่ว อีกเมนูที่มีความซับซ้อนเพราะผ่านการตุ๋นและนำมาย่างจนสุก จนทำให้ได้เนื้อสัมผัสนุ่ม มีรสชาติในตัวเอง เคี้ยวง่ายไม่เหนียว ขับรสเนื้อให้เด่นขึ้นด้วยน้ำจิ้มแจ่วสูตรเฉพาะ แม้จานนี้จะหน้าตาเรียบง่าย แต่รสชาติก็บ่งบอกถึงความตั้งใจในทุกกระบวนการของเชฟเป็นอย่างดี

สุดท้ายแล้วอย่าลืมปิดวันดีๆ ด้วยเมนูของหวานอย่าง Mochi Ice-Cream Salted Egg โมจิไอศกรีมหวานนุ่ม ราดด้วยซอสไข่เค็ม และครัมเบิ้ลน้ำพริกเผากรุบกรอบด้านล่าง ครบรสทั้งหวาน มัน เค็ม และยังมี Signature Banoffee เมนูโปรดของใครหลายคน ที่หอมหวานละลายใจ ทั้งละมุนและสมดุลลงตัว และ Mango Coconut Mousse มูสไวท์ชอคโกแลต ที่ได้แรงบันดาลใจจากข้าวเหนียวมะม่วง จัดวางทั้งมูสมะม่วงและมูสกะทิในชิ้นเดียว รสเบาสบายใจ คนรักมูสถูกใจแน่นอน



จะเห็นได้ว่าที่ Ern Manee ทุกจานไม่ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพียงเพื่อความอร่อยเท่านั้น หากยังสะท้อนแนวคิดและตัวตนของร้านไว้อย่างมั่นคง แม้จะไม่ใช่อาหารไทยสายเผ็ดจัดจ้านร้อนแรง แต่ก็เป็นรสชาติไทยร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยรายละเอียดน่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่วัตถุดิบที่คาดไม่ถึง การดัดแปลงรูปแบบและนำเสนออย่างมีศิลปะ การสร้างมิติของรสสัมผัสที่หลากหลาย หรือการหยิบสิ่งธรรมดาที่ผู้คนคุ้นเคยมาตีความใหม่ให้พิเศษยิ่งขึ้น ทุกองค์ประกอบล้วนถูกร้อยเรียงอย่างประณีต กลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งน่าประทับใจและน่าจดจำ และตอกย้ำความหมายของการเชื้อเชิญที่ไม่ว่าใครก็น่าตกลงใจตอบรับคำเชิญนี้สักครั้ง
Ern Manee (เอิญมณี)
Address: โครงการ Earth เอกมัย
Open: ทุกวัน 11.00 – 22.00 น. (จอดรถในโครงการ)
Contact: 065 048 7788
Budget: ประมาณ 500 บาทขึ้นไป/คน
Map: https://maps.app.goo.gl/ds8p7PEPKfEbA7TKA

