หลายคนเวลาไปเดต ถ้าไม่มีไวน์สักแก้วหรือค็อกเทลสวยๆ บนโต๊ะ ก็คงไปไม่เป็น เพราะแอลกอฮอล์มักถูกใช้เป็นสิ่งที่ช่วยละลายพฤติกรรม กลบความประหม่า และทำให้เดตแรกที่แสนจะกระอักกระอ่วนดูไหลลื่นขึ้นมาทันตาเห็น แต่บอกเลยว่าเดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปแล้วนะ เอาเป็นว่าคนยุคนี้เริ่มฉุกคิดได้แล้วว่า ถ้าเราต้องพึ่งเครื่องดื่มเพื่อให้กล้าคุยกับใครสักคน นั่นคือเรากำลังตกหลุมรักเขาจริงๆ หรือแค่กำลังตกหลุมรักบรรยากาศในแก้วนั้นกันแน่
นี่คือที่มาของเทรนด์ Dry Dating ที่กำลังฮอตฮิตในหมู่ Gen Z ทั่วโลก มันไม่ใช่การแอนตี้แอลกอฮอล์แบบเคร่งครัดอะไรขนาดนั้นหรอกนะ แต่มันคือการเลือกอย่างตั้งใจ ที่จะทำความรู้จักกันในเวอร์ชันที่ Real ที่สุด
ทำไม Dry Dating ถึงเป็นทางเลือกที่หลายคนชอบมากกว่า?
- เมื่อไม่มีแอลกอฮอล์มาช่วยกลบความเขิน ทุกอย่างก็เคลียร์ บทสนทนาที่เกิดขึ้นจะสะท้อนตัวตนจริงๆ ไม่ใช่ความกล้าแบบปลอมๆ ที่มาจากฤทธิ์เหล้า ถ้าหัวเราะ ก็คือขำจริง ถ้าเงียบ ก็คือเงียบจริง และความเงียบนั้นแหละที่จะเป็นพื้นที่ให้เราได้ เช็กความรู้สึก ตัวเองว่าเราคลิกกับคนตรงหน้าจริงไหม
- หลายคนพอสร่างเมาแล้วถึงเพิ่งรู้ตัวว่า คนนี้ไม่ใช่ แต่ Dry Dating จะช่วยประหยัดเวลาชีวิตคุณได้มาก เพราะมันทำให้คุณเห็น Red Flags หรือ Green Flags ได้ตั้งแต่วินาทีแรก คุณจะรู้ทันทีว่าที่คุณรู้สึกดี เป็นเพราะ Energy ของเขา หรือเพราะบรรยากาศมันพาไป
- การยอมรับความประหม่า และเผยความเปราะบางออกมาโดยไม่มีตัวช่วย คือความมั่นใจอีกระดับหนึ่งที่ทำให้เราเห็นพลังงานของอีกฝ่ายชัดขึ้น และตัดสินใจได้เลยว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ แบบไม่ต้องรอให้ตื่นมาเช็กแชตตอนเช้าแล้วต้องอุทานว่า ฉันทำอะไรลงไป
- ยุคนี้ความโรแมนติกอาจไม่ได้วัดกันที่แสงไฟสลัวหรือแก้วไวน์หรูๆ อีกต่อไป แต่มันคือการ นั่งอยู่ตรงหน้ากัน ด้วยสติที่ครบถ้วนและความจริงใจต่อกัน เพื่อสัมผัสให้ได้ว่า ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นมันคือของจริง เพราะการเดตที่ไม่ต้องมีแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วย คือการเลือกความจริงใจมากกว่าความสนุก และถือเป็นการให้เกียรติทั้งหัวใจของตัวเองและหัวใจของคนตรงหน้าไปพร้อมกัน









