4 ชั่วโมงที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต
ถ้าพูดถึง WJMILD ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นการยืนอยู่หน้าเวทีคอนเสิร์ต ท่ามกลางเสียงเพลง เพราะมายด์เป็นคนที่รักการดูคอนเสิร์ตมาก และยังคงหาเวลาไปดูได้เสมอ แม้ในช่วงที่ชีวิตจะเต็มไปด้วยงาน ทั้งการถ่ายละคร ตารางงานที่แน่น รวมถึงการเตรียมงานแต่งที่ทำให้แต่ละวันยุ่งเป็นพิเศษก็ตาม

แต่ในวันที่ไม่ได้อยู่ท่ามกลางเสียงดนตรี ไลฟ์สไตล์ของมายด์กลับเรียบง่ายและเป็นระบบ เธอใช้ชีวิตอยู่ในย่านที่คุ้นเคยอย่างพระราม 9 เอกมัย ทองหล่อ สุขุมวิท ซึ่งกิจกรรมในแต่ละวันของเธอมีทั้งการดูแลธุรกิจร้านขนม การหาร้านอร่อยๆกิน และการจัดสรรเวลาออกกำลังกายเพื่อดูแลร่างกายให้พร้อมกับทุกบทบาทของชีวิต

สำหรับมายด์ ความสุขในวันธรรมดาเกิดจากสิ่งใกล้ตัว เช่น อาหารจานโปรดในวันที่เหนื่อย การออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น รวมถึงการหันมาใส่ใจสุขภาพจากภายในมากกว่าที่เคย เพื่อให้เธอสามารถรับมือกับตารางชีวิตที่วุ่นวายได้อย่างสมดุล

4 HOURS LIFE with WJMILD ในครั้งนี้ เราเลยอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักมายด์ในอีกมุมหนึ่ง ผ่าน 4 ชั่วโมงของชีวิตประจำวันที่ไม่ได้อยู่ในคอนเสิร์ต แต่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเธอได้อย่างชัดเจน ก่อนจะพาไปทำความรู้จักแต่ละสถานที่ที่เป็นส่วนหนึ่งของวันธรรมดานี้

Chez Shibata 365
ร้านขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่ผสานกลิ่นอายความละเอียดแบบญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 38 และเป็นหนึ่งในร้านขนมที่หลายคนแวะมาเพราะคุณภาพของวัตถุดิบและหน้าตาของขนมที่ดูสวยงามทุกชิ้น Chez Shibata 365 ก่อตั้งโดยเชฟชาวญี่ปุ่นจากเมืองนาโกย่า ก่อนจะมาเปิดสาขาในประเทศไทย และค่อยๆ กลายเป็นร้านขนมที่มีฐานแฟนประจำในหมู่คนรักของหวาน

สำหรับมายด์ ร้านนี้ไม่ใช่แค่ร้านขนมของเธอเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่สื่อถึงความชอบส่วนตัวของเธอ เพราะเธอเป็นคนที่อินกับการทำและกินขนมมาตั้งแต่เด็ก เมนูที่เธอชอบเป็นพิเศษคือ Chocolate Signature (ราคา 350 บาท) ที่ได้ทั้งความเข้มข้นของช็อกโกแลตด้านบนและเนื้อสัมผัสที่หนึบกำลังดี ส่วนซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Yuzu tart (ราคา 260 บาท) ก็เป็นอีกเมนูที่มายด์แนะนำ เพราะรสเปรี้ยวหวานสดชื่น ไม่หวานเกินไป และกินได้เรื่อยๆ แบบไม่เลี่ยน ซึ่งทางร้านยังมีเค้ก signature อีกมากมาย ใครเป็นสายขนมหวานคุณควรแวะไปที่ร้านนี้สักครั้ง

Open: ทุกวัน เวลา 08.30-20.00 น.
Address: สุขุมวิท 38
Budget: 200-400 บาท
Map: maps.app.goo.gl

Figure 8 Pilates
สตูดิโอพิลาทิสที่ตั้งอยู่ใน RQ Residence 14 ซอยสุขุมวิท 49/9 และเป็นที่ที่มายด์เลือกดูแลร่างกายอย่างจริงจังมาเป็นเวลาหลายปี Figure 8 Pilates โดดเด่นด้วยการสอนแบบใกล้ชิด ครูผู้สอนจะประเมินร่างกายของผู้เรียนตั้งแต่ครั้งแรก และออกแบบท่าให้เหมาะกับแต่ละคน ทำให้การออกกำลังกายที่นี่ไม่ใช่แค่การขยับร่างกาย แต่เป็นการฟื้นฟูและพัฒนาไปพร้อมกัน

มายด์เล่าว่าพิลาทิสเป็นกีฬาที่ตอบโจทย์เธอมากที่สุด เพราะช่วยทั้งเรื่องความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว จากคนที่เคยตัวแข็ง กลายเป็นคนที่รู้สึกว่าร่างกายสมดุลขึ้น และแทบไม่มีปัญหาปวดหลัง แม้ต้องยืนดูคอนเสิร์ตเป็นเวลานาน พิลาทิสจึงกลายเป็นกิจวัตรสำคัญที่เธอขาดไม่ได้ ถึงขั้นมีอุปกรณ์ตั้งไว้เล่นต่อที่บ้านในวันที่ตารางงานแน่น

Open: ทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 08.00-16.00 น.
Address: สุขุมวิท 49/9
Map: maps.app.goo.gl

ข้าวต้มกุ๊ยรวยมิตร
ที่นี่คือร้านข้าวต้มกุ๊ยเจ้าประจำของมายด์ เพราะด้วยรสชาติที่จัดจ้านและกินได้ทุกวัน ข้าวต้มของที่นี่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ส่วนตัวข้าวก็ต้มมาพอดี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นในวันที่อยากกินอะไรเบาๆ แต่ยังอร่อย

เมนูที่มายด์สั่งเป็นประจำคือ หมูสับผัดหนำเลี๊ยบ (ราคา 150 บาท) ที่มีเอกลักษณ์ตรงหมูสับละเอียด กรุบกรอบ และอีกเมนูที่ขาดไม่ได้นั่นคือ หมูสับต้มอุเมะ (ราคา 170/270 บาท) ที่รสเปรี้ยวเค็มกำลังดี เธอบอกว่าเมนูนี้ต้องกินคู่กับข้าวต้มเท่านั้นถึงจะอร่อยที่สุด สำหรับมายด์ ข้าวต้มกุ๊ยคืออาหารที่ช่วยให้วันวุ่นวายรู้สึกผ่อนลง และเป็นความสบายใจที่เรียบง่ายแต่สำคัญมาก

Open: ทุกวัน เวลา 11.00-00.00 น.
Address: สุขุมวิท 61 / สาทร 10
Budget: 300-500 บาท
Map: maps.app.goo.gl

ปุ๊ เย็นตาโฟ
และร้านสุดท้ายคือร้านเย็นตาโฟรสจัดจ้านที่มายด์รู้จักมานานตั้งแต่สมัยร้านยังอยู่แถว RCA ก่อนจะย้ายมาอยู่ย่านพระราม 9 ปุ๊ เย็นตาโฟขึ้นชื่อเรื่องน้ำซุปและซอสที่จัดจ้านกว่าหลายร้าน ทำให้กลายเป็นตัวเลือกแรกๆ เวลาคิดไม่ออกว่าจะกินอะไรดี

มายด์บอกว่าถ้าเป็นเย็นตาโฟ ต้องสั่งเป็น เย็นตาโฟต้มยำ (ราคา 60 บาท) เท่านั้น และเลือกบะหมี่แบนที่เข้ากับรสซอสของร้านมากที่สุด เธอเป็นคนชอบกินรสจัด เปรี้ยวนำ เค็มตาม ซึ่งตรงกับสไตล์ของร้านนี้พอดี นอกจากนี้ยังมีขนมถ้วยที่กินคู่กันได้แบบเพลินๆ ทำให้มื้อก๋วยเตี๋ยวธรรมดากลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสบายๆ ในวันธรรมดาของเธอ

Open: ทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น.
Address: พระราม 9
Budget: 60-100 บาท
Map: maps.app.goo.gl
หลังจากได้ใช้เวลากับร้านอาหารและสถานที่ที่มายด์เลือกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เราจะเห็นอีกหนึ่งด้านที่เธอทำอยู่เสมอ นั่นคือการชาร์จพลังให้ตัวเอง ผ่านการดูคอนเสิร์ต และการไปเทศกาลดนตรี วันนี้เราเลยอยากจะพาทุกคนมาพบกับจุดเริ่มต้นของการตกหลุมรักโลกของคอนเสิร์ตตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสมันด้วยตัวเองของมายด์กัน

คอนเสิร์ตแรกที่เปลี่ยนโลกของมายด์
คอนเสิร์ตแรกของมายด์คือการได้ดู Korn วงเมทัลจากสหรัฐอเมริกาที่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนว Nu Metal ดนตรีหนักหน่วงที่ผสมความดิบของเมทัลเข้ากับอัลเทอร์เนทีฟและฮิปฮอป เพลงของ Korn เต็มไปด้วยพลังและอารมณ์เข้มข้นจากประสบการณ์ชีวิตจริง เพลงอย่าง Blind หรือ Freak on a Leash คือภาพจำของวง และในปี 2015 มายด์ได้สัมผัสพลังนั้นเป็นครั้งแรกที่คอนเสิร์ตซึ่งจัดขึ้นย่านประตูน้ำ ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอรู้สึกว่าโลกของการดูคอนเสิร์ตกว้างกว่าที่เคยคิดไว้มาก
มายด์เล่าว่าสิ่งที่ทำให้คืนนั้น เปิดโลก ไม่ใช่แค่ดนตรีบนเวที แต่คือพลังของผู้ชมรอบตัว ทั้งการเซิร์ฟคน การโยนตัวไปตามจังหวะ และโมเมนต์ที่คนแปลกหน้าซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน กลับพร้อมใจกันดูแลกันอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่คอนเสิร์ตครั้งนั้นเธอไปคนเดียว ในช่วงที่เพิ่งย้ายมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ และยังไม่มีเพื่อนที่ฟังเพลงแนวเดียวกัน แต่แทนที่จะรู้สึกโดดเดี่ยว มันกลับกลายเป็นคืนที่สนุกและอิสระอย่างคาดไม่ถึง และหลังจากวันนั้น มายด์ก็รู้ตัวทันทีว่าเธอหลงรักการดูคอนเสิร์ตเข้าแล้ว

