ย้อนกลับไปในปี 2020 Kylie Jenner ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งมหาเศรษฐินีอายุน้อยที่สุดจาก Forbes ไปเมื่อไม่นาน ได้ทำการซื้อที่ดินเปล่าที่เมือง Hidden Hill ในราคา 15 ล้านดอลลาร์ และทำการสร้างแมนชันขนาด 18,000 ตารางฟุตขึ้นในที่แห่งนั้น ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียงไม่นานเธอยังได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในย่านหรู Holmby Hills แห่งลอสแอนเจลิสไปในราคา 36.5 ล้านดอลลาร์อีกด้วย
เมื่อบ้านหลังใหม่ของเธอกำลังจะเสร็จสมบูรณ์ด้วยดี Kylie Jenner จึงเริ่มทยอยขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่ และยังลดราคาจากที่ตั้งไว้ตอนแรกจำนวนหลายล้านดอลลาร์ โดยเธอประกาศขายแมนชันที่ Holmby Hills อีกครั้งในราคา 38.5 ดอลลาร์ หรือมากกว่า 1.2 พันล้านบาท หลังจากที่ตั้งราคาเอาไว้ที่ 48 ล้านดอลลาร์เมื่อตอนประกาศขายครั้งแรกในช่วงปลายปีก่อน
แมนชันขนาดยักษ์ที่กินพื้นที่ราวๆ 15,300 ตารางฟุตหลังนี้ ประกอบไปด้วยบ้านหลังหลักที่มาพร้อมกับ 7 ห้องนอน 14 ห้องน้ำ พร้อมด้วยป้อมยามรักษาความปลอดภัย และบ้านรับแขกอีก 2 หลัง บวกกับที่จอดรถ 6 หลังที่สามารถรองรับยานพาหนะได้ถึง 20 คัน ภายในบ้านมีทั้งห้องนั่งเล่นและห้องรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการ, ห้องครัวขนาดใหญ่ 2 ห้อง, ห้องฉายภาพยนตร์, ห้องเด็กเล่น, ยิม, คอร์ตพิเกิลบอล, สระว่ายน้ำพร้อมบาร์และพื้นที่เตรียมอาหารริมสระ และห้องสวีตหลักสุดหรูที่ประกอบไปด้วยมุมนั่งเล่น, ครัวขนาดเล็ก, เตาผิงไฟ 3 อัน, ห้องแต่งตัวและห้องอาบน้ำ, ห้องสำหรับการเสริมสวย และห้องนั่งเล่นเอาต์ดอร์
นอกจากนั้นแมนชันที่ Holmby Hills แล้ว Kylie Jenner ยังประกาศขายบ้านใน Hidden Hills ที่เธอเป็นเจ้าของตั้งแต่ปี 2016 ใหม่อีกครั้งในราคา 18 ล้านดอลลาร์ จากที่ตั้งราคาเอาไว้ 20.25 ล้านดอลลาร์ในตอนแรก โดยปัจจุบันเธอมีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในย่านหรู Madison Club และยังมีแมนชันขนาด 9,700 ตารางฟุตในเบเวอร์ลี่ฮิลส์ ที่เธอซื้อร่วมกับอดีตคนรัก Travis Scott เมื่อปี 2018 ในราคา 13.5 ล้านดอลลาร์

