×

‘กฤษณ์’ ระบุเป็นแค่เชฟของ PARAMETER ย้ำหากสินค้าไม่อร่อยหรือไม่ดีจริง ก็จะ ‘เจ๊ง’ ไปเอง

20.07.2026
  • LOADING...
กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ แถลงข่าวเกี่ยวกับร้าน PARAMETER

หลังเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งประเด็นการตั้งราคาที่ถูกมองว่าสูงเกินจริง ไปจนถึงการทำคอนเทนต์และการตอบคอมเมนต์ที่ถูกตีความว่าเป็นการดูถูกลูกค้า วันนี้ (19 ก.ค.) ‘กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์’ ผู้นิยามตัวเองว่าเป็น ‘เชฟ’ แห่ง PARAMETER ร้าน Classic Refined Gelato ได้ออกมาแถลงถึงเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

 

THE STANDARD WEALTH ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแถลงดังกล่าว โดยกฤษณ์ได้ชี้แจงต่อทุกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมประกาศจุดยืนและเป้าหมายของแบรนด์ โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

 

  • กฤษณ์กล่าวขอโทษต่อกรณีคำพูดเปรียบเทียบทัศนคติที่ถูกตีความว่าเป็นการดูถูกผู้บริโภค โดยระบุว่าหากคำพูดของเขาทำให้หลายคนรู้สึกไม่ดี ต้องขออภัยจากใจจริง และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นแม้แต่น้อย ความมุ่งหวังเดียวคือการสร้างแรงบันดาลใจ และอยากเห็นสังคมที่สนับสนุนให้ผู้คนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด
  • ในด้านวิธีการเสิร์ฟ กฤษณ์ชี้แจงว่าการแนะนำให้ลูกค้าทานทันทีโดยไม่เสียเวลาถ่ายรูป ไม่ได้มาจากความกลัวว่าจะมีคนนำไปทำคอนเทนต์หรือขโมยสูตร แต่มาจากหลักการที่ว่าเจลาโต้เป็นของสดที่ให้รสชาติดีที่สุดในขณะที่ยังไม่ละลาย พร้อมย้ำว่าในทางปฏิบัติไม่ได้ห้ามลูกค้าถ่ายรูปแต่อย่างใด ส่วนการตั้งตาชั่งให้เห็นและกำหนดน้ำหนักแต่ละถ้วยไว้ที่ 90-100 กรัมนั้น เขาระบุว่าทำเพื่อความโปร่งใส เพราะเป็นงานคราฟต์ที่ทำสดใหม่ ไม่สามารถตวงให้เท่ากันเป๊ะทุกกรัมเหมือนโรงงานอุตสาหกรรมได้
  • กฤษณ์ยืนยันว่าราคาเจลาโต้ของร้าน ซึ่งเริ่มต้นที่หลักร้อยต้นๆ และกำลังจะมีราคา 700 บาทในอนาคต สมเหตุสมผลและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมที่หายากและมีราคาสูง เช่น ถั่วพิสตาชิโอจากเมืองบรอนเต้ที่ต้องประมูลมาในปริมาณจำกัด ผสานกับกระบวนการแบบ Classic Refined Gelato ที่ต้องใส่ใจตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำได้ยากกว่าเจลาโต้สมัยใหม่ทั่วไปมาก เขาระบุว่าราคานี้ไม่เกี่ยวกับค่าเช่าพื้นที่ในห้าง และต่อให้ไปเปิดร้านนอกห้างก็จะขายในราคาเดิม พร้อมเปิดกว้างว่าหากมีใครผลิตเจลาโต้ด้วยวัตถุดิบและกระบวนการระดับเดียวกันในราคาที่ถูกกว่าได้ ก็ยินดีให้ออกมาแข่งขัน
  • กฤษณ์ประกาศว่าเป้าหมายและจุดยืนที่ชัดเจนของ PARAMETER คือการทำเจลาโต้ที่อร่อยที่สุดในโลกและจะไม่ยอมเป็นที่สองรองใคร เปรียบเหมือนพ่อแม่ที่อยากให้ลูกประสบความสำเร็จเป็นที่ 1 ไม่ใช่ที่ 10 โดยเขากล่าวว่ามั่นใจอย่างยิ่งว่าเจลาโต้รสพิสตาชิโอ เฮเซลนัท และช็อกโกแลตของร้าน มีคุณภาพก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งนี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่ได้ชิมมา
  • เมื่อถูกถามว่าการประกาศตัวเป็นอันดับ 1 เป็นการดูถูกเพื่อนร่วมวงการเจลาโต้หรือไม่ กฤษณ์ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น เขาระบุว่าความตั้งใจแรกเริ่มในการสร้างแบรนด์คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 โดยไม่มีเบอร์ 2 และร้านไม่ได้เป็นผู้จัดหมวดหมู่หรือเปรียบเทียบตัวเองกับใคร แต่ลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินและจัดหมวดหมู่ให้เอง เพราะเมื่อได้ลองแล้ว รสชาติของเจลาโต้จะเป็นคำตอบด้วยตัวเอง
  • กฤษณ์ให้มุมมองต่อการอยู่รอดในธุรกิจว่า หากสินค้าไม่อร่อยหรือไม่ดีจริง ก็จะ ‘เจ๊ง’ ไปเอง โดยระบุว่าธุรกิจร้านอาหารและร้านขนมมีอัตราปิดกิจการสูงถึง 70-80% อยู่แล้ว ซึ่งเขาตระหนักถึงความจริงข้อนี้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจ จึงตั้งใจทำเจลาโต้ให้อร่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเชื่อว่าคุณภาพและรสชาติคือสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะอยู่หรือไปในตลาด
  • กฤษณ์ระบุว่าลูกค้าที่มาที่ร้านแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กที่พาพ่อแม่มาด้วย และอีกกลุ่มคือลูกค้าชาวต่างชาติ
  • ในประเด็นโครงสร้างการบริหาร กฤษณ์ชี้แจงว่า PARAMETER มีหุ้นส่วนและพาร์ทเนอร์ร่วมงานหลายราย โดยบทบาทหลักที่แท้จริงของเขาคือการเป็น ‘เชฟ’ ผู้ดูแลการผลิตเจลาโต้ทั้งหมด ส่วนการขยายสาขานั้นยอมรับว่าทำได้ยากในเวลานี้ เนื่องจากภาระงานค่อนข้างยุ่ง
  • กฤษณ์อธิบายว่ากระบวนการพัฒนาเจลาโต้ที่ใช้เวลากว่า 5 ปี เป็นการตระเวนชิมและศึกษาจากหลายประเทศ ทั้งอิตาลี, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, เยอรมนี, และญี่ปุ่น ในลักษณะเดินทางไป-กลับระหว่างไทยและต่างประเทศ ไม่ใช่การไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศรวดเดียว 5 ปี โดยแบ่งเป็นการเรียนทำเจลาโต้แบบสมัยใหม่ 1 ปี คลาสสิกอีก 2 ปี กระบวนการคั่วอีกครึ่งปี และการทำทดสอบอีก 1 ปีครึ่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวเขาไปใช้ชีวิตอยู่ที่อิตาลีราว 5-7 เดือนต่อปี แล้วจึงกลับมาพัฒนาสูตรที่ไทย พร้อมปรับลดระดับความหวานลงให้ต่ำกว่า 20% เพื่อให้ถูกปากคนไทยโดยยังคงความเข้มข้นเอาไว้

 

ทั้งนี้ THE STANDARD WEALTH ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท พารามิเตอร์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ปรากฏรายชื่อกรรมการเพียงคนเดียว คือ ‘นางสาวพรพิพัฒน์ เวหัพพลา’ โดยไม่ได้มีชื่อของกฤษณ์ในรายชื่อผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด

 

ขณะที่งบกำไรขาดทุนของบริษัทในปี 2568 ซึ่งเป็นรอบปีบัญชีแรกหลังการจดทะเบียน ระบุรายได้รวม 960.63 บาท รายจ่ายรวม 1.87 ล้านบาท และดอกเบี้ยจ่าย 1 แสนบาท ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 1.97 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตามเมื่อถูกถามถึงเป้าหมายรายได้ กฤษณ์ ไม่ขอตอบในเรื่องนี้

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories