วันนี้ (26 สิงหาคม) กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่า ไม่เคยสั่งการ ไม่ได้รับรู้ หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้บุคคลใดได้รับเลือกเป็น สว.
กรวีร์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงต่อสื่อมวลชนหลายสำนัก และต้องการนำเสนอข้อมูลและจุดยืนของตนเพิ่มเติมต่อสาธารณะ
สำหรับข้อมูลที่ระบุว่าเขาอยู่บริเวณเมืองทองธานี ใกล้กับสถานที่จัดการเลือก สว. ในคืนที่มีการกล่าวถึงนั้น กรวีร์ปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว โดยระบุว่าไม่ได้อยู่ในพื้นที่เมืองทองธานีในช่วงเวลาดังกล่าว
ส่วนกรณีข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ ซึ่งมีการนำไปเชื่อมโยงกับผู้สมัคร สว. กรวีร์ชี้แจงว่า ในแต่ละวันมีการติดต่อทางโทรศัพท์หลายเรื่อง ทั้งงาน การประสานงาน และการรับเรื่องจากประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าไม่ได้สนทนาหรือติดต่อกับบุคคลใดเพื่อสั่งการ ประสานงาน หรือมีส่วนร่วมกับกระบวนการเลือก สว. ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
กรวีร์ตั้งคำถามเกี่ยวกับความถูกต้องและบริบทของข้อมูลที่เผยแพร่ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่เขาอยู่ พร้อมขอให้มีการตรวจสอบว่า ข้อมูลดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานหรือบุคคลใด และมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับการสรุปความเกี่ยวข้องตามข้อกล่าวหาหรือไม่
กรวีร์ระบุว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่เห็นว่าการตรวจสอบควรอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและดำเนินการอย่างเป็นธรรม รวมถึงควรพิจารณาที่มา วิธีการได้มา การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
“ในฐานะคนที่ถูกกล่าวหา ผมคิดว่าผมมีสิทธิถามถึงความถูกต้องและที่มาของข้อมูลเช่นเดียวกัน” กรวีร์ระบุ
กรวีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า มีการนำข้อมูลและเหตุการณ์หลายส่วนมาเชื่อมโยงกันจนเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับบทบาทของเขาในกระบวนการเลือก สว. แต่จนถึงขณะนี้ เขาระบุว่ายังไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าได้สั่งการ แทรกแซง หรือกระทำการที่เป็นความผิดตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การมีชื่อปรากฏในข้อมูลบางประเภท หรือการรู้จักบุคคลบางราย ไม่ได้เป็นข้อยืนยันว่าบุคคลนั้นกระทำผิด โดยการพิจารณาควรอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ระบุได้ว่าเกิดการกระทำใดขึ้น เมื่อใด อย่างไร และเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายข้อใด
“ผมขอให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่การเชื่อมโยงข้อมูลโดยไม่มีข้อสรุปที่ตรวจสอบได้” กรวีร์กล่าว
กรวีร์ยืนยันว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานตามกฎหมาย หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวได้ โดยเขาพร้อมชี้แจงตามขั้นตอน
กรวีร์กล่าวทิ้งท้ายว่า การพิจารณาเรื่องนี้ควรแยกข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริง และคำตัดสินออกจากกัน พร้อมระบุว่า ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีความผิด และข้อกล่าวหาไม่ใช่คำตัดสิน
“ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และขอให้การตรวจสอบตั้งอยู่บนพยานหลักฐานที่ตรวจสอบได้” กรวีร์กล่าว


