×

พรรคกล้า ร่วมฉลอง Pride Month เปิดยุทธศาสตร์เรนโบว์ อีโคโนมี ดึงรายได้ 1.5 ล้านล้านเข้าประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
20.06.2020
  • LOADING...

ขณะที่ทั่วโลกร่วมฉลอง Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ ภาพผู้นำหลายประเทศร่วมเฉลิมฉลองกับพวกเขาถูกตีแผ่ผ่านสื่อมวลชนอย่างแพร่หลาย ในส่วนของประเทศไทย ในส่วนของพรรคกล้า ซึ่งเป็นพรรคของประชาชนในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้านั้น ได้ขับเคลื่อนและสนับสนุนเรื่องนี้มาโดยตลอด ด้วยเล็งเห็นว่ากลุ่ม LGBTQ นั้นเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีศักยภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึงแสนล้านล้านทั่วโลก 

 

โดยในวันนี้ (20 มิถุนายน) เพจกล้า และเพจของ กรณ์ จาติกวณิช ได้โพสต์ข้อความเพื่อร่วมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของความหลากหลายทางเพศ โดยระบุว่า เมื่อ LGBTQ+ พลิกประเด็นสร้างโอกาสเรื่องปากท้องแก่คนไทยอย่างมหาศาล ยุทธศาสตร์ Rainbow Economy หนึ่งในโอกาสสร้างรายได้ของของเศรษฐกิจไทยสร้างสรรค์สีสันที่หลากหลายคือเสน่ห์ของความเป็นไทย ความกลมกลืนที่ลงตัวคือจุดเด่นของคนไทย เพราะเราเชื่อว่าความหลากหลายคือที่มาของความคิดสร้างสรรค์ พรรคกล้าเป็นพรรคการเมืองที่มุ่งทำงานด้วยความสร้างสรรค์ มีวิถีการทำงานแบบสตาร์ทอัพ ด้วยหลักปฏิบัตินิยม ลงมือทำจริง กล้าลุย ไม่กลัวล้ม และที่สำคัญคือการมีความยืดหยุ่น รับฟัง และพร้อมเดินหน้าไปด้วยการยึดมั่นของผลประโยชน์ของส่วนรวม

 

“เราพร้อมสู้เพื่อสิทธิพื้นฐานของคนไทยทุกคน ประเด็นทางกฎหมายต่างๆ ที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเรื่อยมา เราพร้อมผลักดัน ‘บุคคลสองคน’ ที่เป็นคู่ชีวิตกัน ควรมีสิทธิในการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์เท่าเทียมกับคู่สมรส ไม่ว่าจะเป็น 1. สวัสดิการ 2. สิทธิในการรักษาพยาบาล 3. การทำนิติกรรมสัญญา 4. การกู้ร่วม 5. การรับสิทธิเงินประกัน 6. การรับมรดก 7. สิทธิที่เกี่ยวกับประเด็นภาษี และรวมถึงสิทธิอื่นๆ ที่เป็นประเด็นเรียกร้องพื้นฐานทั้งหลาย” หัวหน้าพรรคกล้าระบุ

 

นอกจากนี้กรณ์ยังได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มศักยภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่ม LGBTQ+ ของไทย โดยการชูยุทธศาสตร์เปิดตลาด การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน เพื่อสร้าง Rainbow Economy สร้างสภาพทางเศรษฐกิจให้เอื้อต่อตลาดกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อสร้างโอกาสเรื่องปากท้องตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่จะทำให้เกิดความยอมรับ ทั้งในเรื่องของสิทธิควบคู่ไปกับโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย

 

กรณ์กล่าวว่า จากข้อมูลทางเศรษฐกิจ พบว่า Rainbow Economy ที่ว่านี้มีเม็ดเงินทั้งโลกรวมกันอยู่ที่ 5 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 150 ล้านล้านบาท ประเมินว่า 20% ของเม็ดเงินนี้คือเงินที่กลุ่ม LGBTQ+ ใช้ท่องเที่ยว ประเทศไทยของเราพร้อมทุกด้าน เป็น Playground ที่มีความเป็นมิตร มีชื่อเสียง มีความพร้อม มีศักยภาพ และที่สำคัญมีความเป็นเจ้าบ้านที่ดีที่สุดที่จะรองรับได้มากกว่าเดิม 5% ของเงินก้อนนี้ จะทำให้คนไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม LGBTQ+ ในไทยมีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากก้อนเงินกว่า 1.5 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงเกือบ 10% ของ GDP และยังขยายผลสู่ช่องทางและโอกาสของคนไทยทุกกลุ่มอีกด้วย

 

“เราจึงต้องวางยุทธศาสตร์ที่ดีในด้านนี้เชื่อมโยงกัน พรรคกล้ามียุทธศาสตร์หลักคือ Soft Power ซึ่ง Rainbow Economy คือส่วนสำคัญในเรื่องนี้ เชื่อมโยงกับอีกหลายๆ ด้านที่ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBTQ+ โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น 1. Creative Entertainment Industry, 2. การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว (Tourism) 3. การเป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์ระดับโลก 4. ธุรกิจและบริการเรื่อง Wellness ไม่ว่าจะเป็น Spa หรือ Medical Hub รวมไปถึงความพร้อมในการต้อนรับ การให้บริการ และความเป็นมิตรต่อชาว LGBTQ+ เป็นคนไทยที่มีความหลากหลาย มีความรื่นเริง มีความสนุก จนมองไม่เห็นข้อด้อยว่าถ้าประเทศไทยเรามีพรรคการเมืองที่ชูแผน Soft Power และเรื่องของ Rainbow Economy เป็นแผนนโยบายที่นำไปสู่การปฏิบัติแบบเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องสิทธิควบคู่ไปกับโอกาสทางเศรษฐกิจแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้” กรณ์กล่าวพร้อมร่วมเชิญชวนพรรคการเมืองไทยอื่นๆ ฉลองความสำคัญของ Pride Month

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories