×

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ 14-16 ก.ย. ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สัมพันธ์สองประเทศ

โดย THE STANDARD TEAM
10.09.2026
  • LOADING...
พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันนี้ (10 กันยายน) กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ออกประกาศว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ตามคำทูลเชิญของ โต เลิม (To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

 

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทรงเจริญพระราชไมตรีและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม

 

สำหรับพระราชกรณียกิจสำคัญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานอดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ก่อนทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ และทรงพบกับเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พร้อมด้วยภริยา

 

จากนั้นจะพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เล มิง ฮึง (Le Minh Hung) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเจิ่น ทัญ เหมิน (Tran Thanh Man) ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ขณะที่ผู้นำเวียดนามและภริยาจะถวายเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ

 

นอกจากนี้ จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดหง็อกเซิน เพื่อทอดพระเนตรการแสดงทางวัฒนธรรมร่วมกับผู้นำเวียดนามและภริยา

 

ในวันสุดท้ายของการเสด็จพระราชดำเนินเยือน จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดกวานสือ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสภาบริหารกลางคณะสงฆ์เวียดนาม ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย มหาวิทยาลัยฮานอย

 

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และเป็นเหตุการณ์สำคัญในโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ตลอดจนเป็นโอกาสส่งเสริมความสัมพันธ์ให้เจริญงอกงามยิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์และความผาสุกของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising