ตลาดไก่ทอดเมืองไทยมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทโตขึ้นทุกปี แถมยังเต็มไปด้วยโอกาส สะท้อนจากผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาชิมลางในตลาดต่อเนื่อง ล่าสุด ศศิพินทุ์ จันทรศักดิ์ General Manager KFC ประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยถึงภาพรวมตลาดว่า ตลาดไก่ทอดในประเทศไทยยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวและมีการเติบโตขึ้นทุกปี
ประเด็นสำคัญ
สะท้อนได้จากการที่มีผู้เล่นหน้าใหม่ทยอยก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งการที่มีผู้เล่นเข้ามาลงสนามจำนวนมากนั้น ยิ่งเป็นตัวชี้วัดชัดเจนว่าตลาดนี้ยังมีความน่าสนใจ และช่วยส่งเสริมให้เค้กการตลาดก้อนนี้ขยายใหญ่ขึ้นอีกด้วย
จากสงครามราคา สู่ศึกนวัตกรรม
เมื่อเจาะลึกลงมาในสมรภูมิการแข่งขันในปัจจุบัน ภัทราชี้ว่า ตลาดได้เปลี่ยนผ่านจากยุค ‘สงครามราคา’ เข้าสู่ยุคของการวัดกันที่นวัตกรรมและลูกเล่นใหม่ๆ เป็นหลัก โดยแต่ละแบรนด์ต่างเร่งพัฒนาซอสรสชาติแปลกใหม่ การทำดิปซอส ตลอดจนการสร้างสรรค์รสชาติที่หลากหลายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้บริโภค
“แต่ถึงอย่างไรนั้นการจัดโปรโมชันก็ยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานที่จำเป็นต้องทำอย่างสม่ำเสมอในวันที่ผู้บริโภคมีทางเลือกอยู่มาก แต่หัวใจสำคัญที่เหนือกว่าการแข่งขัน คือการมุ่งเพิ่มคุณค่าให้กับผู้บริโภคอย่างแท้จริง” ศศิพินทุ์ย้ำ
เช่นเดียวกับ KFC ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ที่ครองแชมป์ตลาดไก่ทอดไทยมายาวนานกว่า 42 ปี และกวาดส่วนแบ่งในตลาดร้านอาหารบริการด่วน (QSR) รวมทั้งหมดไปถึง 56% ที่ผ่านมา KFC สามารถรักษาฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น ผ่านจุดแข็งของการปรุงสดใหม่ในร้าน รวมถึงการสร้างสรรค์เมนูเอกลักษณ์ยอดฮิตอย่างวิงซ์แซ่บ และเมนูดิปต่างๆ ควบคู่ไปกับชูความคุ้มค่าทั้งในมิติของราคา ปริมาณ และคุณภาพ
เดินหน้ารีเฟรชครั้งใหญ่
สำหรับในปี 2569 เดินหน้าสร้างความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ สู่ ‘New Era’ เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมและเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไม่ได้มีแค่การปรับโฉมหรือรีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ทั้งด้านเมนูอาหาร, รูปแบบร้าน, การให้บริการ ตลอดจนช่องทางการเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่
นอกจากนี้ KFC ยังมุ่งสร้างโอกาสในการรับประทานใหม่ๆ นอกเหนือจากมื้ออาหารหลักโดยการเพิ่มไลน์เมนูของหวาน, ขนม, ของทานเล่น และอาหารขนาดไซส์เล็ก เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ในส่วนของโครงสร้างราคา KFC ยังคงเน้นความครอบคลุมทุกความต้องการและเหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ โดยมื้ออิ่มเดี่ยวเริ่มต้นเพียง 59 บาท ส่วนมื้อทานร่วมกัน 3–4 คนขึ้นไป เริ่มต้นที่ 99 บาท ซึ่งกลยุทธ์ด้านราคานี้ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งของผู้บริโภคยังคงมีความคงที่โดยตลอด
เดินหน้าขยายสาขา-สยบกระแสข่าวลือไทยเบฟจ่อขาย
ด้านแผนการดำเนินธุรกิจ ปัจจุบัน KFC มีสาขาทั้งหมด 1,242 สาขาทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายที่จะขยายให้ครบ 1,266 สาขาภายในสิ้นปีนี้ ส่วนแผนงานในระยะยาวปี 2570 ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40–50 สาขาต่อปีตามปกติ โดยแบ่งสัดส่วนการเปิดตามศักยภาพทำเลเป็น กรุงเทพฯ 40% และต่างจังหวัด 60% ครอบคลุมทุกโมเดล ทั้งสาขาในห้างสรรพสินค้า, Standalone, Drive-Thru และโมเดลขนาดเล็ก
โดยหน้าที่ของการขยายสาขาในประเทศไทย จะดำเนินงานผ่านพันธมิตรแฟรนไชซี 3 รายหลัก ได้แก่ บริษัท คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA) บริษัทในเครือไทยเบฟ, บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ในเครือโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา และบริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) โดยมี ‘ยัม เรสเทอรองตส์’ รับหน้าที่ดูแลภาพรวมการทำการตลาด
ทั้งนี้ ศศิพินทุ์ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนถึงกระแสข่าวลือกรณีที่ ‘ไทยเบฟ’ เตรียมขายพอร์ต KFC โดยยืนยันว่า ยังไม่มีการพูดคุยหรืออัปเดตเรื่องการขายแฟรนไชส์กับทางไทยเบฟแต่อย่างใด และ KFC ยังคงจับมือร่วมลงทุนขยายสาขากับแฟรนไชซีทั้ง 3 รายตามแผนเดิม
อย่างไรก็ตาม ในทิศทางผลประกอบการในปี 2569 KFC ส่งสัญญาณเติบโตอย่างน่าพึงพอใจ ทั้งในส่วนของยอดขายจากสาขาเดิมและยอดขายรวมทั้งหมด
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง บริษัทได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งอาจมีการปรับเวลาเปิด-ปิดบริการชั่วคราวในบางสาขา แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวแน่นอน

