×

กรณีศึกษา Kevin Mayer อดีตผู้บริหารสตรีมมิง Disney สู่แม่ทัพคนใหม่ TikTok กับภารกิจแสนท้าทายที่ต้องเผชิญ

20.05.2020
  • LOADING...

นับเป็นอีกหนึ่งข่าวความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสมรภูมิแพลตฟอร์มดิจิทัล จากกรณีที่ ByteDance บริษัทแม่ของแพลตฟอร์ม TikTok จากประเทศจีน ได้ประกาศแต่งตั้ง ‘เควิน เมเยอร์’ (Kevin Mayer) อดีตประธานแผนกธุรกิจสตรีมมิงของบริษัทดิสนีย์ (Disney’s Direct-to-Consumer & International) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ‘ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ’ ของบริษัท

 

พร้อมควบเก้าอี้ซีอีโอของ TikTok อีกหนึ่งตำแหน่ง โดยขอบเขตงานหลักๆ ของเมเยอร์คือ การดูแลงานด้านธุรกิจเพลง, เกม และการเดินหน้าขยายแบรนด์ TikTok ให้ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งาน เหล่าครีเอเตอร์ และแบรนด์แบบยั่งยืนในระยะยาว

 

จางอี้หมิง (Zhang Yiming) ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท ByteDance กล่าวถึงการเข้ามารับตำแหน่งของเมเยอร์ว่า “ประสบการณ์มากมายของเขาในการสร้างและผลักดันธุรกิจระดับโลกให้ประสบความสำเร็จ ทำให้เมเยอร์กลายเป็นคนที่ใช่และโดดเด่นสำหรับภารกิจของเราในการสร้างแรงบันดาลใจ และความสร้างสรรค์ของผู้ใช้งานทั่วโลก

 

“ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารด้านธุรกิจความบันเทิงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เขาจะเข้ามาพาผลิตภัณฑ์ในพอร์ตโฟลิโอของ ByteDance ให้ทะยานขึ้นไปอีกระดับ ผมรอคอยที่จะได้ทำงานร่วมกันกับเขาอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาธุรกิจของเราในะดับโลกและเปิดเรื่องราวในบทต่อไปของ ByteDance”

 

หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นเป็นอย่างมากของเมเยอร์ในช่วงที่เขายังสังกัดอยู่ที่ Disney คือการผลักดันให้แพลตฟอร์ม Disney+ ออกสู่ตลาดได้จริง ซึ่งแม้จะยังเปิดตัวในช่วงแรกเฉพาะแค่บางประเทศเท่านั้น แต่ก็ถือว่าได้รับผลตอบรับดีกว่าที่คิด แถมยังมีลุ้นขึ้นมาเบียดกับเจ้าสังเวียนอย่าง Netflix ได้อย่างน่าสนใจ มีส่วนสำคัญในความสำเร็จของสตรีมมิงอย่าง Hulu และ ESPN+ 

 

ยิ่งไปกว่านั้น เมเยอร์ยังมีบทบาทสำคัญในการเจรจาซื้อกิจการของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมสื่อ ทั้ง Pixar (7.4 หมื่นล้านดอลลาร์), Lucasfilm (4.05 หมื่นล้านดอลลาร์), Marvel Studios (4.24 หมื่นล้านดอลลาร์) และ 21st Century Fox (71.3 หมื่นล้านดอลลาร์) ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Disney อีกต่างหาก

 

แล้วภารกิจสำคัญที่เมเยอร์ต้องเผชิญในการเข้ามาสวมหมวกใบใหม่ของ TikTok ที่นับวันก็ยิ่งเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คืออะไร

 

จริงอยู่ที่แพลตฟอร์มวิดีโอตอนสั้นอย่าง TikTok ในวันนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากผู้ใช้งานทั่วโลก โดยเมษายนที่ผ่านมาพวกเขามียอดดาวน์โหลดแอปฯ รวมกว่า 2 พันล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่พวกเขาได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากโรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น และต้องสรรหากิจกรรมใหม่ๆ ทำคลายเครียด แก้เบื่อ

 

ถึงอย่างนั้นก็ดี ชนักติดหลังที่ TikTok มีเป็นทุนเดิมคือการที่พวกเขาเป็นแพลตฟอร์มจากประเทศจีน ซึ่งนับเป็นคู่รักคู่แค้นคนสำคัญของสหรัฐฯ ก็ทำให้พวกเขาไม่เป็นที่ยอมรับเท่าที่ควรในแง่ของการให้บริการผู้ใช้งาน ทั้งยังเคยถูกกองทัพสหรัฐฯ แบนห้ามทหารในกองทัพใช้งาน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตในประเด็นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้มาแล้ว

 

ก่อนที่ภายหลัง TikTok จะออกมาแถลงตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะข้อมูลที่อยู่บนแอปฯ TikTok ไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายและการควบคุมของรัฐบาลจีน (https://thestandard.co/army-follows-pentagon-guidance-bans-chinese-owned-tiktok-app/)

 

เมื่อเมเยอร์เข้ามารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่คนใหม่ของ TikTok เต็มตัวแทน อเล็กซ์ จู ผู้บริหารชาวจีนคนก่อน สื่ออย่าง Quartz ก็พาดหัวข่าวว่า ‘TikTok ได้ลดความเป็นจีนน้อยลงและเพิ่มความเป็นอเมริกันมากขึ้น’ (TikTok just became a little less Chinese and a lot more American) พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้น่าจะมีส่วนที่ทำให้การพูดคุย เจรจา หรือทิศทางความเชื่อถือที่ผู้บริหารระดับสูงในประเทศมีต่อแพลตฟอร์ม TikTok เปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อย

 

ด้าน Tal Chalozin หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีที่บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลแห่งหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ The Verge โดยมองว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเมเยอร์คือ ‘การเพิ่มฐานผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มให้สูงขึ้น’ ขณะเดียวกันฐานผู้ใช้งานที่สูงของ TikTok ก็จะต้องเทิร์นกลับมาเป็นรายได้ให้กับบริษัทไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เนื่องจากโดยปกติแล้วดีเอ็นเอการบริหารงานของเมเยอร์ไม่ได้พึ่งพิงรายได้จาก ‘ค่าโฆษณา’ เป็นหลัก 

 

ต่อประเด็นเดียวกันนี้ เดบรา วิลเลียมสัน (Debra Williamson) นักวิเคราะห์หลักของ eMarketer’s Insider Intelligence ชี้ให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เราจะได้เห็น TikTok พาตัวเองมุ่งไปสู่การพัฒนาและสร้างสรรค์ออริจินัลคอนเทนต์เป็นของตัวเอง เนื่องจากพวกเขามีต้นทุนเดิมที่ดีอยู่แล้ว นั่นคือความสามารถในการดึงดูดคนให้มาใช้แพลตฟอร์มของ TikTok เพื่อเสพคอนเทนต์วิดีโอที่น่าสนใจ

 

“ถึงเขาจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการดูแลงานของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมาก่อนอย่างที่ใครๆ คาดหวัง แต่การที่เขาเคยทำงานกับบริษัทอย่าง Disney ที่เปรียบเสมือนมหาอำนาจในอุตสาหกรรมด้านความบันเทิง ก็นับเป็นข้อได้เปรียบที่มีคุณค่าเป็นอย่างมากสำหรับ TikTok” วิลเลียมสันแสดงความเห็นกับ The Verge

 

อนาคตของ TikTok ต่อจากนี้จึงกลายเป็นบทพิสูจน์ที่ทั้งท้าทายและน่าจับตาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการขยับตัวเองขึ้นมาต่อกรกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเจ้าอื่นๆ ในตลาด ไม่ว่าจะ Facebook (Instagram) และ Google (YouTube) หรือบริษัทอื่นๆ ทั้งในแง่ของฐานผู้ใช้งานและการเดินหน้าสร้างรายได้แบบยั่งยืน

 

ส่วน ‘เควิน เมเยอร์’ จะเป็นจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปของ TikTok รวมถึงเป็น ‘นักวางกลยุทธที่มหัศจรรย์’ เหมือนที่นักวิเคราะห์หลายรายประเมินเอาไว้ได้หรือไม่ เราคงจะได้รับคำตอบกันในเร็วๆ นี้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

 


 

ห้ามพลาด! ฟอรัมที่เจาะลึก New Normal ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากวิทยากรระดับประเทศ 40 คน ซื้อบัตรงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM ที่ https://www.eventpop.me/e/8705-economic-forum

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories