Menu
234297

เบื้องหลังภาพหลุมดำที่ทั่วโลกฮือฮามาจากผลงานการสร้างอัลกอริทึมของนักวิทย์ฯ หญิงวัย 29 ปี เคที โบแมน

12.04.2019
  • LOADING...
  • Loading...

มีการเปิดเผยว่าภาพถ่ายหลุมดำ (Black hole) ที่เพิ่งเปิดเผยสู่สาธารณชนเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาและกำลังเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลกในเวลานี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการสร้างอัลกอริทึมของนักวิทยาศาสตร์หญิง วัย 29 ปี นามว่า เคที โบแมน (Katie Bouman)

 

ดร.เคที โบแมน จบการศึกษาด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และเริ่มโปรเจกต์สุดมหัศจรรย์นี้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว โดยสร้างอัลกอริทึมที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ (กล้องดูดาว) รอบโลกเพื่อรวมเป็นภาพถ่ายของปรากฏการณ์หลุมดำที่อยู่ห่างไกลออกไปกว่า 55 ล้านปีแสง

 

เดิมทีโครงข่ายของกล้องโทรทรรศน์ในโครงการ Event Horizon Telescope ได้รวบรวมข้อมูลขนาดมหึมาหลายล้านกิกะไบต์ซึ่งเกี่ยวข้องกับกาแล็กซี Messier 87 (M87: กาแล็กซีในตำแหน่งของหลุมดำดังกล่าว) เอาไว้ด้วยกัน แต่ปัญหาคือข้อมูลทั้งหมดมีขนาดใหญ่มาก อัลกอริทึมและโค้ดจำนวน 3 ชุดที่โบแมนสร้างขึ้นจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรวมข้อมูลภาพทั้งหมดให้กลายเป็นภาพหลุมดำเพียงภาพเดียว

 

ทั้งนี้ก่อนที่ภาพหลุมดำจะถูกเผยแพร่ออกไป โบแมนยังได้เปลี่ยนรูปโปรไฟล์บนเฟซบุ๊กของเธอเป็นรูปที่เธอดีใจแล้วเอามือกุมรอยยิ้มบนปาก โดยที่หน้าจอแล็ปท็อปของเธอปรากฏรูปหลุมดำอยู่ พร้อมโพสต์ข้อความว่า “ไม่อยากเชื่อเลยว่าภาพหลุมดำที่ฉันสร้างขึ้นกำลังอยู่ระหว่างกระบวนการการสร้างขึ้นมาใหม่”

 

เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN อีกด้วยว่า “พวกเราได้พัฒนาวิธีการสร้างข้อมูลสังเคราะห์และใช้อัลกอริทึมที่แตกต่างกัน แล้วทดสอบว่าจะสามารถสร้างภาพหลุมดำนั้นขึ้นมาได้หรือไม่”

 

หลังภาพหลุมดำได้ถูกเผยแพร่ออกไปและทั่วโลกได้ทราบว่าโบแมนเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างก็แสดงความชื่นชมเธออย่างท่วมท้น เช่นเดียวกันกับคนดังในหลากหลายวงการทั้ง อิวานกา ทรัมป์, อเล็กซานเดรีย โอกาซิโอ-กอร์เตส และโอลิเวียร์ มันน์ ที่ต่างก็ออกมาสดุดีว่าสิ่งที่โบแมนทำไปนั้นได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับความเท่าเทียมทางเพศและความก้าวหน้าในวงการวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก พร้อมติดแฮชแท็ก #WomenInSTEM

 

ภาพ: Katie Bouman

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR