กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่ตนเองประสบเหตุลอบยิง โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพรวมการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากไม่สามารถทำความกระจ่างถึงมูลเหตุจูงใจและตัวผู้สั่งการได้ จะสร้างความหวาดระแวงให้แก่ สส. และนักการเมืองในพื้นที่
ทั้งนี้ กรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 9 เข้ามาชี้แจง โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันติ ศิริเกตุ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และ พ.ต.อ.สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับการ (สอบสวน) ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี เข้าชี้แจงความคืบหน้า
จากการชี้แจงของพนักงานสอบสวน ปัจจุบันมีการแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลจำนวน 7 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน 5 ราย และผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้สนับสนุน 2 ราย ได้แก่ ‘มนตรี’ และ ‘เดโช’
กมลศักดิ์ได้ตั้งข้อสังเกตและฝากถึงพนักงานสอบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม เนื่องจากเชื่อว่าบุคคลทั้งสองอาจมีบทบาทมากกว่าการเป็นเพียงผู้สนับสนุน และต้องการให้การสืบสวนขยายผลไปถึงตัวผู้บงการที่แท้จริง
สำหรับประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐ
กมลศักดิ์ระบุว่า ผู้บัญชาการหน่วยค่ายจุฬาภรณ์ได้เข้าทำความเข้าใจก่อนหน้านี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การสั่งการของหน่วยงานหรือหน่วยนาวิกโยธิน แต่เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล กมลศักดิ์จึงตั้งประเด็นสืบเนื่องว่า หากเป็นการกระทำส่วนบุคคล ผู้ก่อเหตุรับจ้างหรือรับคำสั่งจากบุคคลใด เนื่องจากพฤติการณ์ก่อเหตุมีการวางแผนและติดตามความเคลื่อนไหวล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือนก่อนเกิดเหตุในวันที่ 20 มีนาคม
ในด้านการรวบรวมพยานหลักฐาน กมลศักดิ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับการขอข้อมูลการใช้โทรศัพท์จากบริษัทผู้ให้บริการ ซึ่งระบบอาจลบข้อมูลโดยอัตโนมัติภายในระยะเวลา 3 เดือน พนักงานสอบสวนได้ชี้แจงว่ามีการรวบรวมข้อมูลส่วนนี้ไว้แล้ว แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ
กมลศักดิ์ยอมรับว่า พึงพอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงแรกที่มีความรวดเร็วในการออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหา แต่ในระยะหลังพบว่าการสืบสวนมีความล่าชะลอตัวลง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา
สำหรับการดำเนินการในระยะต่อไป กมลศักดิ์มีกำหนดการเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เพื่อให้ตรวจสอบภาพรวมของคดีและมิติที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการตำรวจอาจพิจารณาเชิญตัวแทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาร่วมหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอนาคต
การประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจาก สส. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เข้าร่วมติดตามความคืบหน้าและให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการฯ เช่น รอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, บาฮารุดดีน ยูโซะ สส. ปัตตานี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย, บูรฮันธ์ สะเม๊าะ สส. ปัตตานี เขต 3 พรรคภูมิใจไทย, สาเหะมูหามัด อัลอิดรุส สส. ปัตตานี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย, ยูนัยดี วาบา สส. ปัตตานี เขต 4 พรรคกล้าธรรม, สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส. นราธิวาส เขต 3 พรรคกล้าธรรม และ สุไลมาน บือแนปีแน สส. ยะลา เขต 1 พรรคประชาชาติ เป็นต้น






