วันนี้ (24 เมษายน) ที่พรรคเพื่อไทย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ว่า วันนี้ตนขอเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยสรุปผลการประชุม ซึ่งเราได้หารือในประเด็นสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนพรรค โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติมให้ครบ 29 ท่านตามข้อบังคับ เพื่อปรับโครงสร้างพรรครองรับการเติบโตอย่างมั่นคง
นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อเตรียมความพร้อมตามกฎหมายสำหรับกรณีที่มีการเลือกตั้งซ่อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
จุลพันธ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่อยู่ในระบบการเมืองไทยมาอย่างยาวนาน เรามีอุดมการณ์แน่วแน่ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ความชัดเจนในวันนี้คือการเดินหน้าเข้าร่วมรัฐบาล เพื่อนำนโยบายของพรรคไปขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ส่วนในระบอบรัฐสภา พรรคการเมืองทุกพรรคต้องถูกตรวจการบ้านโดยประชาชนสม่ำเสมอ และการตรวจการบ้านครั้งใหญ่ที่สุดคือการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งอาจไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่เรายังสามารถนำพาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เข้าไปทำหน้าที่ได้ถึง 74 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอจะขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขอยืนยันว่าด้วยจำนวน สส. และองคาพยพทั้งหมดที่เรามี เราพร้อมจะทำงานเพื่อประชาชนด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายที่มีต่อไป
จุลพันธ์กล่าวอีกว่า ตราบใดที่ประชาชนยังต้องการการแก้ไขปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ และสังคม พรรคเพื่อไทยยังต้องดำรงอยู่เพื่อตอบโจทย์ความเดือดร้อนนั้น เราจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป การปรับตัวครั้งใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาจึงเป็นเวลาแห่งการถอดบทเรียน รับฟังเสียงของตนเอง และรับฟังสังคม ทั้งจากแฟนคลับ สมาชิกพรรค และผู้เห็นต่าง
“เราได้รับข้อมูลจำนวนมากและได้เรียนรู้ความผิดพลาด เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ความจริงบางครั้งอาจไม่สวยหรู แต่มันจำเป็นสำหรับการก้าวเดินต่อ วันนี้จะเป็นการปรับเปลี่ยนสำคัญเพื่อให้พรรคเพื่อไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง” จุลพันธ์กล่าว
จุลพันธ์ได้นำเสนอโครงสร้างการบริหารพรรคที่จะใช้เดินหน้าในอีก 4 ปีข้างหน้า ว่า การปรับการบริหารแบบมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทุกปัญหาต้องมีคนรับผิดชอบ ทุกพื้นที่จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดประสานกันระหว่าง พรรค, สภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหาร (คณะรัฐมนตรี)
สำหรับการปรับกระบวนทัศน์การบริหารครั้งนี้ นอกจากคณะกรรมการบริหารพรรคตามกฎหมายแล้ว เราจะใช้กลไกคณะผู้บริหารเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย หัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารหรือสมาชิกอีก 5-9 ท่าน
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคยังมีอำนาจแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา เพื่อช่วยคิดยุทธศาสตร์และนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยรวบรวมบุคลากรผู้ทรงความรู้และประสบการณ์ ประกอบด้วย แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, ภูมิธรรม เวชยชัย, นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เทวัญ ลิปตพัลลภ รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายท่าน เช่น ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นต้น คณะผู้บริหารและที่ปรึกษาจะประชุมหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การทำงานตอบโจทย์ประชาชนตามที่สมาชิกพรรคตั้งความหวังไว้
จุลพันธ์ระบุอีกว่า โครงสร้างพรรคใหม่นี้เกิดจากการสำรวจตัวเอง เพื่อสร้างพรรคให้เข้มแข็งแต่ยืดหยุ่น เราจะไม่ยอมแพ้ตราบใดที่ประชาชนยังฝากความหวังไว้กับเรา ความตั้งใจของเรายังแข็งแกร่งที่จะพัฒนาพรรคเพื่อไทยให้เติบโตเป็นพรรคแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และเรายังยึดมั่นในการนำนโยบายไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนให้สำเร็จ
จุลพันธ์ย้ำด้วยว่า คนนอกอาจมองว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะวิกฤตหรือสะดุดติดขัด แต่นั่นไม่ใช่ปัจจัยที่เรากังวล เพราะสถาบันการเมืองไม่ใช่เวทีละครที่จะเล่นตามบทที่ใครกำหนด แต่เราคือองค์กรที่มีชีวิตและพร้อมจะเดินหน้าโดยใช้ลมหายใจและความหวังของประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อน ขอขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ขอบคุณที่เดินร่วมทางกันมาจนถึงวันนี้ ตนเชื่อมั่นว่าการเดินทางต่อจากนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็งและสร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้ตามที่เราตั้งปณิธานไว้
สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย 2569 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ทั้งสิ้น 29 คน โดยมีบุคคลที่เพิ่มเข้ามา จำนวน 13 คน ส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารเดิมที่ลาออกจากตำแหน่งช่วงที่มีการเลือกตั้ง อาทิ
- วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือบน แทน เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ที่ขยับไปเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2
- ณัฐธิดา เทพสุทิน รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคเหนือล่าง แทน จเด็ศ จันทรา อดีต สส.พิษณุโลก
- จิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคอีสานกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เพิ่มเติมขึ้นมา
- สรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรค และประธานภาคกลาง ที่ลาออกในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง
- ธนรัช จงสุทธานามณี รองเลขาธิการพรรคฝ่ายนโยบายและวิชาการ แทน ปิยรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ที่ไปดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคณะที่ปรึกษากรรมการบริหารพรรคที่มีการตั้งขึ้นใหม่จะทำหน้าที่แทนคณะกรรมการยุทธศาสตร์เดิม










