×
Menu
54510

ถอดความสำเร็จที่ไม่หยุดนิ่งของอุตสาหกรรมความงามเกาหลีที่งาน ‘Journey To Beauty Innovation’

12.12.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins read
  • ถอดความสำเร็จที่น่าจับตามองของบริษัท Amorepacific ผู้นำ K-Beauty ที่มาแรงในอุตสาหกรรมความงาม เจ้าของแบรนด์ยอดฮิตที่คนไทยรู้จักดี เช่น Sulwhasoo, Laneige, Innisfree, Etude House และ Mamonde พร้อมเผยงานวิจัยที่เป็นหัวใจสำคัญของการรุกตลาดเครื่องสำอาง เพื่อเป้าหมายการเป็นผู้นำอันดับ 1 ของบริษัทความงามในตลาดอาเซียน

เราอยู่ในยุคที่อุตสาหกรรมด้านความงามเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การเติบโตดังกล่าวไม่เพียงจะสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับเจ้าของกิจการเท่านั้น แต่เม็ดเงินจากธุรกิจของผลิตภัณฑ์ความงามยังเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนอันทรงพลังต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ อีกด้วย

 

 

หากจะจับจ้องมองหาผู้นำด้านอุตสาหกรรมความงามที่น่าสนใจในภูมิภาคนี้ เห็นทีจะต้องจับตาดูความสำเร็จของเจ้าพ่ออุตสาหกรรมความงามจากประเทศเกาหลีอย่าง Amorepacific ซึ่ง THE STANDARD มีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงาน ‘Journey To Beauty Innovation’ ซึ่งจัดขึ้นบนเกาะโคตาคินาบาลู ประเทศมาเลเซีย ร่วมด้วยสื่อมวลชน บรรณาธิการความงาม และผู้ทรงอิทธิพลด้านความงามจากประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย

 

 

 

ภายในงานมีการเปิดเผยผลงานวิจัยที่สำคัญหลายอย่างเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์ในเครือ Amorepacific ซึ่งมั่นใจเหลือเกินว่าคนไทยรู้จักแบรนด์เหล่านี้ดี เพราะเป็น 5 แบรนด์ที่โดดเด่นทั้งผลตอบรับและความสำเร็จด้านยอดขายในอาเซียน เช่น Sulwhasoo, Laneige, Innisfree, Etude House และ Mamonde ซึ่งกว่าที่จะสร้างสรรค์และงัดเอาจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ออกมามัดใจผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้ก็จำเป็นต้องลงทุนลงแรง พัฒนา ค้นคว้า และวิจัยอย่างต่อเนื่องแบบไม่หยุดนิ่ง นับตั้งแต่ปี 1932 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแท้จริงของ Amorepacific จนถึงปัจจุบัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ความงามแรกเริ่มเดิมทีนั้นเริ่มจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่สกัดจากน้ำมันดอกคามิลเลียเท่านั้น

 

 

การรีเสิร์ชคือหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ยอดฮิตอย่างคุชชัน

การที่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดจะฮิตหรือไม่ฮิตนั้น คุณภาพจะเป็นตัวชี้วัดด้วยตัวมันเอง เราปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสของคุชชันนั้นกลายเป็นคลื่นที่ถาโถมเข้าสู่ตลาดความงามไปทั่วทุกหนแห่ง แม้แต่แบรนด์จากฝั่งยุโรปยังต้องขอโหนกระแสผลิตคุชชันของตัวเองออกมาสู้

 

 

Amorepacific คือเจ้าแรกที่เปิดวาร์ปโลกของคุชชันให้หญิงสาวเริ่มเชิดใส่รองพื้น แม้ครั้งแรกที่เปิดตัวคุชชันของแบรนด์ Laneige จะมีเฉดสีเพียงน้อยนิด แต่จากการอัพเดตผลวิจัยในงาน Journey To Beauty Innovation ครั้งนี้ จางฮาจิน นักวิจัยคุชชันของ Amorepacific บอกว่ามีการพัฒนาสูตรเพื่อให้ตรงกับความต้องการที่แตกต่างมากขึ้น

 

 

“จากการวิจัยทำให้เราค้นพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดคือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน โดยเฉพาะลูกค้าของประเทศในแถบอาเซียนที่ทั้งอุณหภูมิและความชื้นมากกว่าลูกค้าชาวเกาหลีใต้ ทำให้เรามีการพัฒนารองพื้นเนื้อคุชชันที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในเรื่องการควบคุมความมันและรูขุมขนที่กว้างสำหรับลูกค้าในประเทศอาเซียนโดยเฉพาะ เป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ Laneige BB Cushion Pore Control และล่าสุดเราจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Laneige Powder Fit Cushion ออกมาด้วย อีกหนึ่งความสำคัญอันเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์คุณภาพคือการค้นคว้าส่วนผสมหลักแบบดั้งเดิมของเกาหลีอย่างโสม ถั่ว และชาเขียว”

 

 

การค้นพบปัญหาของลูกค้า คือจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย

อียุนฮา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแห่ง Amorepacific เผยเกี่ยวกับงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาที่ลูกค้าส่วนใหญ่วิตกกังวลว่า “เมื่อเปรียบเทียบระหว่างลูกค้าชาวเกาหลีกับลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน พบว่ามีปัญหาผิวที่แตกต่างกันตามสภาพภูมิประเทศ แต่ก็จะมีเรื่องหลักที่เป็นปัญหาที่อยู่ในความวิตกกังวลของลูกค้าเหมือนๆ กัน นั่นคือความกังวลเกี่ยวกับความชุ่มชื้นและความมันส่วนเกิน ทำให้เราศึกษาพฤติกรรมและหาวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น ทำการรีเสิร์ชพฤติกรรมการใช้คุชชันในแต่ละช่วงเวลา ศึกษาเรื่องสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด”

 

 

ภารกิจที่ไม่เคยหยุดนิ่งเพื่อเป้าหมายการเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน

กว่า 7 ทศวรรษที่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์จำนวนมาก รวมถึงการขยายฐานผลิตและค้นคว้าวิจัยกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วอาเซียน อาจพูดได้ว่า Amorepacific กลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่น่าจับตามองสำหรับบรรดาคู่แข่งด้านอุตสาหกรรมความงาม ทั้งกับบริษัทของคนไทยเอง รวมถึงบริษัทเครื่องสำอางจากฝั่งตะวันตกที่นับวันจะต้องแข่งขันในสภาวะ Red Ocean กันเหนื่อยกว่านี้แน่

 

 

โรบิน นา ผู้บริหารระดับภูมิภาคอาเซียนของ Amorepacific กล่าวถึงภารกิจหลักของการดำเนินธุรกิจนี้ว่า มีการตั้งเป้าจะเป็นบริษัทด้านความงามอันดับ 1 ในตลาดอาเซียนให้ได้ภายในปี 2020 และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น จึงมีแผนจะขยายการเปิดตัวแบรนด์เพื่อเจาะตลาดใหม่ในภูมิภาคนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดความงามในอาเซียนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป้าหมายในอนาคตของเราคือการสร้างเม็ดเงินถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐให้ได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า”

 

 

ปิดท้ายด้วยการเผยเมกอัพเทรนด์สำหรับปี 2018 โดยเจสัน อี

ภายในงานดังกล่าว เจสัน อี Chief Makeup Artist ของ Hera ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมกับเรียกฮือฮาให้กับสาวๆ ที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก เขาคือหัวหน้าเมกอัพอาร์ติสท์จากแบรนด์ Hera (หนึ่งในแบรนด์ดังระดับพรีเมียมในเครือ Amorepacific) ผู้ที่แต่งหน้ากับดาราตัวท็อปของเกาหลีอย่างจอนจีฮยอน มาแชร์ทิปส์และโชว์เทคนิคแต่งหน้า โดยเทรนด์ฮอตที่จะมาแรงแน่ๆ ปีหน้าคือลุคเผยผิวสวยฉบับคลีนๆ เน้นผิวสุขภาพดีสไตล์​ Glow clean skin และปัดแก้มด้วยสีโทนพันช์ ซึ่งเป็นลุคที่แต่งใน Seoul Fashion Week มาสดๆ ร้อนๆ งานคิ้วปังๆ ที่อินสไปร์มาจากยุค 80s จะกลับมาฮิตอีกครั้ง พร้อมกับเทรนด์แต่งตาด้วยโทนสีเดี่ยวๆ ที่สดใส โดยเฉพาะสีชมพู-ม่วงที่จะมาแน่ๆ ในปี 2018 นี้

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR