×

จับตา ‘ไบเดน’ เยือนอิสราเอล เปิดฉากทริปตะวันออกกลางครั้งแรก ถกปัญหาภัยคุกคามอิหร่าน-เชื่อมสัมพันธ์ซาอุ

โดย THE STANDARD TEAM
15.07.2022
‘ไบเดน’ เยือนอิสราเอ

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ เดินทางเยือนอิสราเอลตั้งแต่วันพุธ (13 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา โดยเป็นประเทศแรกในทริปการเยือนตะวันออกกลางครั้งแรก นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลก 

 

กำหนดการสำคัญของผู้นำสหรัฐฯ ในทริปนี้ คือการได้พบปะพูดคุยกับ ยาอีร์ ลาปิด นายกรัฐมนตรีรักษาการของอิสราเอล และอดีตนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ก่อนจะเดินทางไปเยือนเขตเวสต์แบงก์ เพื่อพูดคุยกับฝ่ายปาเลสไตน์ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดี มาห์มูด อับบาส 

 

จากนั้นไบเดนจะเดินทางต่อไปยังเมืองเจดดาห์ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อพูดคุยกับรัฐบาลซาอุ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council Summit) หรือ GCC+3 และมีกำหนดการเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ซึ่งทำเนียบขาวยืนยันว่า จะไม่มีการแถลงข่าวภายหลัง

 

ในการเยือนอิสราเอลเป็นประเทศแรกนั้น ไบเดนได้พูดคุยอะไรกับผู้นำอิสราเอลไปแล้วบ้าง และมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน THE STANDARD สรุปมาไว้ที่นี่

 

ไฮไลต์อยู่ที่อิหร่าน

  • สำหรับไฮไลต์ในการเยือนอิสราเอล คือการพูดคุยของไบเดน กับลาปิด โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งที่ผ่านมาถือเป็นเส้นแบ่งที่ทั้งสองผู้นำต่างสงวนท่าที และมีแนวทางดำเนินการที่ต่างกัน

 

  • The New York Times ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างท่าทีของทั้งสองประเทศเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยระบุว่าอิสราเอลนั้นใช้วิธีตั้งแต่ก่อวินาศกรรมอย่างลับๆ ไปจนถึงปฏิบัติการลอบสังหาร เพื่อชะลอศักยภาพของอิหร่าน ในการเสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

 

  • ส่วนไบเดนนั้นยืนกรานที่จะใช้วิถีทางการทูต และการฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 ซึ่งเขามองว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการยุติปัญหานี้อย่างถาวร

 

  • ลาปิดพยายามผลักดันไบเดนให้ทำมากกว่าการให้คำมั่นในการยับยั้งอิหร่านจากการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยหลังการพูดคุย ทั้งสองผู้นำ ได้แสดงจุดยืนร่วมกัน ด้วยการลงนามใน ‘ปฏิญญาเยรูซาเลม’ ซึ่งเป็นปฏิญญาเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะใช้ทุกสิ่งที่มีในอำนาจของประเทศ ป้องกันอิหร่านไม่ให้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

 

อิสราเอลพร้อมฟื้นสัมพันธ์ซาอุ

  • อิสราเอลได้เพิ่มการมีส่วนร่วมในระบบนิเวศทางการทูตของตะวันออกกลางมากขึ้นเรื่อยๆ หลังการบรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์ในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับ 3 ประเทศอาหรับ ได้แก่ บาห์เรน โมร็อกโก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้กลับคืนสู่ระดับปกติ โดยเป็นข้อตกลงที่มีรัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นตัวกลางเจรจาและสนับสนุน

 

  • ในการแถลงที่เยรูซาเลม หลังพูดคุยกับไบเดน นายกรัฐมนตรีลาปิดแสดงท่าทีว่า อิสราเอลพร้อมที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับชาติอาหรับอื่นๆ รวมถึงซาอุ พร้อมทั้งฝากไบเดนให้ส่งต่อข้อความจากอิสราเอลไปยังผู้นำซาอุ และชาติอาหรับอื่นๆ ระหว่างที่เข้าร่วมการประชุม GCC+3 โดยระบุข้อความว่า “มือของเรานั้น ยื่นออกไปเพื่อสันติภาพ” ซึ่งมีความหมายชัดเจนถึงความต้องการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการทูต

 

“เราพร้อมที่จะแบ่งปันเทคโนโลยีและประสบการณ์ของเรา พร้อมให้คนของเราได้พบปะและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมให้นักวิทยาศาสตร์ของเราร่วมมือกัน และภาคธุรกิจของเราร่วมงานกัน” ลาปิดกล่าว 

 

  • ขณะที่ไบเดนไม่ได้แสดงท่าทีชัดเจนใดๆ ถึงการผลักดันการฟื้นฟูสัมพันธ์ ระหว่างอิสราเอลและชาติอาหรับ แต่ยืนยันว่าจะส่งต่อข้อความแห่งสันติภาพนี้ไปยังผู้นำซาอุ และชาติอาหรับอื่นๆ โดยตรง

 

  • ทั้งนี้ ในอดีตรัฐบาลซาอุเคยแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล จนกว่าจะมีการตั้งรัฐปาเลสไตน์ แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้นำทางการเมืองของซาอุมีการวิพากษ์วิจารณ์ท่าที และความเป็นผู้นำของปาเลสไตน์มากขึ้น ในขณะที่ชาวซาอุบางส่วนเริ่มแสดงความเห็นสนับสนุนการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอลเป็นระดับปกติ

 

  • รายงานจากสื่ออิสราเอลชี้ว่า มีการเจรจาหลังบ้าน เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินอิสราเอลที่ได้รับอนุญาตให้บินเหนือน่านฟ้าของซาอุ ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลยังขอให้ซาอุอนุญาตให้ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในอิสราเอลได้เดินทางไปแสวงบุญที่ซาอุ โดยบินตรงจากอิสราเอลไปยังซาอุด้วย

 

ไบเดน หนุนเจรจาสันติภาพ อิสราเอล-ปาเลสไตน์

  • ระหว่างการหารือกับผู้นำอิสราเอล ประธานาธิบดีไบเดนเรียกร้องให้มีการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และเน้นย้ำข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและข้อพิพาทระหว่างสองรัฐ

 

“อิสราเอลยังคงต้องเป็นรัฐยิวที่เป็นอิสระและเป็นประชาธิปไตย วิธีที่ดีที่สุดในการบรรลุเป้าหมายยังคงเป็นวิธีแก้ปัญหาระหว่าง 2 รัฐ”

 

  • ขณะที่รายงานจากสื่อเผยว่า ไม่มีประเด็นสำคัญที่เฉพาะเจาะจงเรื่องปาเลสไตน์ระหว่างการหารือของสองผู้นำ แต่ไบเดนได้แสดงท่าทีว่า ต้องการให้สหรัฐฯ ยังคงอยู่ในวงจรของการพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับประชาชนปาเลสไตน์ เช่น แผนก่อสร้างนิคมของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ยังไม่เกิดขึ้น

 

ภาพ:Israeli Government Press Office / Handout / Anadolu Agency via Getty Images

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising