×

กูรูชี้ จีนยังต้องเผชิญความตึงเครียดจากสหรัฐฯ ในยุคไบเดนต่อ เชื่อสงครามการค้ายังไม่จบลงง่ายๆ

โดย THE STANDARD TEAM
27.01.2021
  • LOADING...
กูรูชี้ จีนยังต้องเผชิญความตึงเครียดจากสหรัฐฯ ในยุคไบเดนต่อ เชื่อสงครามการค้ายังไม่จบลงง่ายๆ

สำนักข่าว AP รายงานรวบรวมความเห็นของบรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักเศรษฐศาสตร์ชั้นแนวหน้าที่เห็นตรงกันว่า สงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะยังไม่จบลงง่ายๆ หลังเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ จาก โดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็น โจ ไบเดน

 

เหตุผลเพราะแม้ว่าประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะไม่มีแนวทางหรือนโยบายในการเผชิญหน้ากับรัฐบาลจีนโดยตรง ทั้งยังต้องมุ่งความสนใจไปที่การจัดการกับการระบาดของโควิด-19 และผลกระทบกับวิกฤตเศรษฐกิจ แต่จุดยืนของไบเดนที่มีต่อจีนค่อนข้างเป็นไปในทางเดียวกันกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการกดดันจีนเรื่องปัญหาการถ่ายโอนเทคโนโลยีและการขาดดุลทางการค้า 

 

ในส่วนของแนวทางการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงทางค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ นักเศรษฐศาสตร์มองว่า ทีมเจรจาของสหรัฐฯ อาจจะลดการให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องการลดปัญหาการขาดดุลการค้า โดยหันมากดดันให้จีนเปิดเศรษฐกิจในภาคส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของสหรัฐฯ ในระยะยาว

 

ด้วยแนวโน้มท่าทีดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า สหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีไบเดนจะยังไม่ยกเลิกมาตรการภาษีและมาตรการอื่นๆ ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในเร็ววันนี้

 

หลุยส์ คุจส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จากออกซ์ฟอร์ด แสดงความเห็นว่า รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนน่าจะให้ความสำคัญกับเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างมากกว่า ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งกว่าจะได้เห็นการปรับเปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน

 

รายงานระบุว่า ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญครั้งนี้มีขึ้นระหว่างที่ทางทำเนียบขาวกำลังเดินหน้ามองหาแนวทางใหม่ในการจัดความสัมพันธ์กับจีน ที่แม้สหรัฐฯ จะยอมรับจีนในฐานะพันธมิตร แต่ทั้งสองประเทศยังคงเป็นคู่แข่งขันทางยุทธศาสตร์ โดย เจน ปสากี โฆษกทำเนียบขาว ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จีนใช้นโยบายอำนาจนิยมในประเทศมากขึ้น รวมถึงใช้นโยบายรุกรานในต่างประเทศมากขึ้น และขณะนี้จีนท้าทายความมั่นคง ความมั่งคั่ง และคุณค่าของสหรัฐฯ จนสหรัฐฯ ต้องใช้แนวทางใหม่กับจีน

 

“ประธานาธิบดีไบเดนมุ่งมั่นที่จะยับยั้งการรุกล้ำทางเศรษฐกิจของจีน” โฆษกทำเนียบขาวระบุ

 

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ทั้งสองอยู่ในจุดต่ำสุดในรอบหลายสิบปี โดยทั้งจีนและสหรัฐฯ มีประเด็นกันในเรื่องสงครามการค้า เทคโนโลยี 5G สิทธิมนุษยชน และความมั่นคงในภูมิภาค

 

สหรัฐฯ กล่าวหาว่า จีนพยายามขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการจารกรรมทางอุตสาหกรรมมาหลายปี โดยรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ กำลังทบทวนการตัดบริษัทโทรคมนาคมจีน 3 บริษัทออกจากตลาดหุ้นนิวยอร์ก

 

บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างคาดหวังให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ลดทอนความตึงเครียดลง เพราะท่าทีและการตอบโต้อย่างแข็งกร้าวของทั้งสองชาติไม่เพียงส่งผลกระทบทางลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับจีนเท่านั้น แต่ยังซ้ำเติมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่เสียหายอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories