×

ญี่ปุ่นขึ้นค่าธรรมเนียมขอพำนักถาวร 20 เท่าเป็น 42,000 บาท พร้อมกำหนดให้ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าครัวเรือนญี่ปุ่นโดยเฉลี่ย

02.10.2026
  • LOADING...
ภาพผู้คนเดินบนถนนในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมข้อความเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมขอพำนักถาวรที่เพิ่มขึ้น

ญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสำหรับชาวต่างชาติที่ขอสิทธิพำนักถาวร 20 เท่า จาก 10,000 เยน (ประมาณ 2,100 บาท) เป็น 200,000 เยน (ประมาณ 42,000 บาท) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม หลังกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองฉบับแก้ไขเริ่มบังคับใช้

 

 

นอกจากค่าธรรมเนียมที่แพงขึ้น ผู้ที่ต้องการขอพำนักถาวรยังต้องผ่านเกณฑ์ใหม่ทั้งด้านรายได้, เงินบำนาญ และภาษาญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยกำหนดเกณฑ์เหล่านี้ไว้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ช่วงไม่กี่วันก่อนกฎใหม่มีผล ชาวต่างชาติจำนวนมากแห่ไปต่อแถวยาวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อยื่นเรื่องให้ทันก่อนค่าธรรมเนียมจะขึ้น โดยที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภูมิภาคโตเกียวในเขตมินาโตะ ผู้ยื่นคำร้องต้องรอนานถึง 7 ชั่วโมงครึ่ง

 

การปรับครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนโยบายคนเข้าเมืองหลายระลอกภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการประชากรต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนกรกฎาคม ญี่ปุ่นเพิ่งขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติทุกคน 5 เท่า ซึ่งเป็นการขึ้นครั้งแรกในรอบ 50 ปี

 

ค่าธรรมเนียมใหม่ 7 ระดับ แพงขึ้นสูงสุดกว่า 10 เท่า

 

ไม่เพียงค่าขอพำนักถาวรเท่านั้น ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสถานะการพำนักและการต่ออายุการพำนักก็ปรับโครงสร้างใหม่ด้วย จากเดิมที่เก็บอัตราเดียวที่ 6,000 เยน (ประมาณ 1,260 บาท) สำหรับการยื่นด้วยตัวเอง และ 5,500 เยนสำหรับการยื่นออนไลน์

 

ตอนนี้ค่าธรรมเนียมแบ่งเป็น 7 ระดับตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้พำนัก เริ่มตั้งแต่ 10,000 เยน (ประมาณ 2,100 บาท) สำหรับการพำนักไม่เกิน 3 เดือน

 

สำหรับใบอนุญาต 1 ปี ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 33,000 เยน (ประมาณ 6,930 บาท) หากยื่นด้วยตัวเอง และ 27,000 เยน (ประมาณ 5,670 บาท) หากยื่นออนไลน์ ส่วนระยะเวลา 5 ปีขึ้นไปจะอยู่ที่ 75,000 เยน (ประมาณ 15,750 บาท) และ 65,000 เยน (ประมาณ 13,650 บาท) ตามลำดับ ซึ่งแพงกว่าเดิมมากกว่า 10 เท่า

 

ทั้งนี้ ผู้ที่มีความยากลำบากทางการเงินหรือได้รับการพิจารณาด้านมนุษยธรรม เช่น ผู้ที่ได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัย จะได้รับส่วนลด โดยจ่าย 10,000 เยนสำหรับการเปลี่ยนหรือต่ออายุสถานะ และ 20,000 เยน (ประมาณ 4,200 บาท) สำหรับการขอพำนักถาวร

 

รัฐบาลคาดว่ารายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตพำนักจะสูงถึง 92,000 ล้านเยน (ประมาณ 1.93 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2028 โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองวางแผนนำเงินไปใช้กับการทำระบบจัดการการพำนักให้เป็นดิจิทัล และช่วยชาวต่างชาติเรียนภาษาญี่ปุ่นและเข้าใจบรรทัดฐานทางสังคมของประเทศ

 

เกณฑ์ใหม่ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่าครัวเรือนญี่ปุ่นโดยเฉลี่ย

 

นอกจากค่าธรรมเนียม รัฐบาลยังปรับแนวทางการอนุมัติสิทธิพำนักถาวรให้เข้มงวดขึ้น โดยเกณฑ์ด้านรายได้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ส่วนเกณฑ์อื่นจะเริ่มใช้ในเดือนเมษายน 2027

 

ผู้ขอพำนักถาวรต้องมีรายได้ต่อปีที่มั่นคงและไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของครัวเรือนญี่ปุ่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ซึ่งผลสำรวจของกระทรวงแรงงานที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม ระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีของทุกครัวเรือนในปี 2024 อยู่ที่ 5.75 ล้านเยน (ประมาณ 1.21 ล้านบาท)

 

เกณฑ์รายได้นี้ยังมีผลย้อนหลังกับคำร้องที่ยื่นไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนและยังอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วย

 

ด้านเงินบำนาญ ผู้ยื่นคำร้องต้องมีเงินบำนาญที่คาดว่าจะได้รับเทียบเท่ากับคนที่อยู่ในระบบบำนาญพนักงานลูกจ้างมา 30 ปี หากยังไม่ถึง ก็สามารถนำสินทรัพย์ทางการเงินมาชดเชยส่วนต่างได้

 

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2027 ผู้ขอพำนักถาวรยังต้องมีความสามารถภาษาญี่ปุ่นในระดับใกล้เคียง N2 ของการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้นว่าเข้าใจระบบกฎหมาย, สถาบันต่างๆ และมารยาททางสังคมของญี่ปุ่นแค่ไหน และต้องได้รับการพิจารณาว่าการพำนักถาวรของพวกเขาจะสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้ให้ประเทศ

 

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าเกณฑ์เรื่องภาษาทำให้มีคนสมัครเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นและสมัครสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

ยูกิ ฮิโรเสะ ที่ปรึกษาด้านการขอพำนักถาวรในโตเกียว ระบุว่า “มีคนแห่ยื่นคำร้องขอพำนักถาวรในนาทีสุดท้ายเพราะค่าธรรมเนียมขึ้น 20 เท่า” โดยเพื่อนร่วมอาชีพของเธอต้องเปิดหน้าเว็บยื่นคำร้องค้างไว้ราว 3 ชั่วโมง เพราะระบบจำกัดจำนวนผู้ใช้ ขณะที่เกณฑ์ที่เข้มข้นขึ้นในปีหน้าก็เป็นอีกแรงกระตุ้นให้ลูกค้าบางรายรีบยื่นตอนนี้

 

นโยบายคุมเข้มท่ามกลางแรงงานต่างชาติที่ประเทศยังต้องพึ่ง

 

ปัจจัยเบื้องหลังคือจำนวนผู้พำนักชาวต่างชาติในญี่ปุ่นที่ทะลุ 4.12 ล้านคน ณ สิ้นปี 2025 เพิ่มขึ้น 9.5% จากปีก่อนซึ่งเป็นสถิติสูงสุด และเพิ่มขึ้นกว่า 80% จากเมื่อ 10 ปีก่อน

 

แม้เรื่องผู้อพยพจะยังเป็นประเด็นอ่อนไหวและมีข้อจำกัดในญี่ปุ่น แต่ประเทศที่มีประชากรสูงวัยก็ต้องพึ่งแรงงานต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่ออุดช่องว่างการขาดแคลนแรงงาน ทว่าการเพิ่มขึ้นของประชากรต่างชาติก็ทำให้เกิดความกังวลเรื่องผู้อพยพและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมตามมา

 

การถกเถียงเรื่องนี้รุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ที่พรรคชาตินิยมหน้าใหม่อย่าง Sanseito ได้ที่นั่งเพิ่ม จากนโยบาย “ญี่ปุ่นมาก่อน” ที่เรียกร้องให้จำกัดผู้อพยพเข้มงวดขึ้น

 

ทาคาอิจิซึ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน ให้นโยบายคนเข้าเมืองเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุด และตั้งตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ที่ดูแลการสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกับชาวต่างชาติอย่างเป็นระเบียบและกลมกลืน

 

เธอโพสต์บน X ว่า “รัฐบาลตระหนักดีว่าเมื่อจำนวนผู้พำนักชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น มีประชาชนที่รู้สึกกังวลและไม่เป็นธรรม” และรัฐบาลกำลังทำให้นโยบายต่อชาวต่างชาติเป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อให้ทั้งคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย พร้อมระบุว่า “เราจะขอให้ผู้พำนักชาวต่างชาติร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายในสัดส่วนที่เหมาะสม”

 

ทว่าชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบก็ตั้งคำถามกับมาตรการนี้ โดย ไมไคอาห์ สตีเวนส์ วัย 37 ปี ที่อาศัยและทำงานในโตเกียวมา 10 ปี แต่เตรียมเอกสารไม่ทันยื่นก่อนค่าธรรมเนียมขึ้น บอกกับ BBC ว่า “เราถูกขอให้มีรายได้มากกว่าคนญี่ปุ่นโดยเฉลี่ย และจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นมาก เพียงเพื่อจะได้ทำงานและเสียภาษีในญี่ปุ่น”

 

เขามองว่าอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรมก็กันคนเก่งบางส่วนไม่ให้เข้ามาอยู่แล้ว และแผนนี้ดูไม่ได้คิดมาเพื่อระยะยาว

 

ขณะที่วิศวกรออกแบบวัย 27 ปีจากเนปาล ซึ่งมาต่อวีซ่าทำงานและต้องรอคิวตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 5 โมงครึ่งเย็น ตั้งคำถามว่า “คนที่มาจากพื้นเพแบบผมจะจ่ายไหวได้ยังไง ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะออกค่าใช้จ่ายให้”

 

สำหรับขั้นตอนต่อไป รัฐบาลวางแผนสรุปนโยบายพื้นฐานด้านการรับชาวต่างชาติให้เสร็จภายในสิ้นปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม โดยคำถามสำคัญคือญี่ปุ่นควรจำกัดจำนวนผู้พำนักชาวต่างชาติหรือไม่ ซึ่งทางเลือกมีทั้งการกำหนดเพดานสัดส่วนชาวต่างชาติต่อประชากรทั้งหมด หรือการกำหนดจำนวนสูงสุดในแต่ละประเภทการพำนัก

 

ภาพ: Shawn Goldberg / Shutterstock

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน เท่ากับ 0.21 บาท ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories