×

กว่าจะเป็น Japan Expo Thailand 2018 เทศกาลรวมทุกเรื่องญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

โดย THE STANDARD TEAM
26.01.2018
  • LOADING...

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่แอบนิยม ‘ความเป็นญี่ปุ่น’ อยู่ในใจ เราเชื่อว่าคุณต้องคุ้นหูกับชื่องาน Japan Expo Thailand ที่จัดขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้อยู่บ้าง มันคืออีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ซึ่งรวมทุกสิ่งเกี่ยวกับญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกันกว่า 13 โซน ทั้งดนตรี แฟชั่น อาหาร ศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี ธุรกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว ไปจนถึงแพ็กเกจทัวร์ราคาพิเศษ เรียกได้ว่าหากแวะไป คุณต้องเจออะไรสักอย่างที่ถูกจริตอย่างแน่นอน

 

คำถามที่ตามมาคือ ใครกันที่อยู่เบื้องหลังงานสเกลใหญ่ระดับเอเชียงานนี้ และต้องใช้ความรัก ความชอบ หรือความบ้าขนาดไหนในการรวมทุกความเป็นที่สุดของญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกันในงานเดียว

 

ลองมาฟังจากปาก เกิร์ล-ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานบริษัท G-Yu Creative ผู้จัดงาน Japan Expo Thailand 2018 พร้อมกันได้เลย

 

 

จุดเริ่มต้นจากโรงเรียนสอนภาษา ความบ้า และคัฟเวอร์แดนซ์

เราเคยทำโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นชื่อ ไมนิจิ แปลว่า ทุกวัน เราเชื่อว่าการเรียนทุกๆ วัน วันละเล็กวันละน้อย คุณจะต้องเก่งได้สักวันหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็แล้วแต่ ต่อให้คุณไม่เก่ง แต่คุณทำมันบ่อยๆ ทำมันทุกๆ วัน คุณก็มีการพัฒนาขึ้น ภาษาก็เหมือนกัน เราเปิดโรงเรียนมาเกือบ 20 ปี เด็กที่อยู่กับเราก็อยู่ในสายญี่ปุ่น พอทำเรื่องญี่ปุ่น บ้าญี่ปุ่น ก็เลยมีความรู้สึกว่าถ้าเราชอบ เราก็ทำเรื่องนี้ให้มันสุดๆ ไปเลย

 

ตอนนั้นยังมีคัฟเวอร์แดนซ์ไม่ถึงสิบวง ตัวเองไม่เข้าใจเลยคำว่าคัฟเวอร์แดนซ์มันคืออะไร น้องจะเต้นให้ใครดู มันสนุกตรงไหน แต่เรารู้สึกว่าเด็กที่อยู่ในโรงเรียนเราเขาชอบแบบนี้ ก็ซื้อลำโพงให้ แล้วเขาก็ยืนเต้นอยู่หัวมุมมาบุญครอง งั้นเดี๋ยวพี่สร้างเวทีให้แล้วกัน มีลำโพงให้ มีเครื่องเสียงให้ มีเวทีให้ แทนที่เธอจะไปยืนตรงหัวมุม เธอขึ้นไปบนเวทีเลย

 

พอเราจัดงาน Japan Festa ครั้งแรก มีคนมา 5,000 กว่าคน ก็ฮึกเหิมจะจัดอีก คิดว่าเดี๋ยวฉันต้องมีครั้งที่ 2 แต่การจัดงานครั้งหนึ่งมันใช้เงินเยอะ แล้วเราก็รู้สึกว่าเราไม่ได้มาในสายของการวิ่งหาสปอนเซอร์ ตอนนั้นมันโชคดีตรงที่หนังเรื่อง เกอิชา เริ่มพอดี เขาก็เลยมาจัดกับเรา กอล์ฟ-ไมค์ เป็นศิลปินแรกที่มาขึ้น เพราะเราไม่มีปัญญาจ้างญี่ปุ่น แต่เราอยากได้ใครก็ได้ที่มีกลิ่นอายญี่ปุ่น เรารู้สึกแค่ว่าวันนี้เราสตาร์ทจากตรงนี้ แต่วันหนึ่งเราอยากจะทำเรื่องญี่ปุ่นที่มันถึง วันนี้เรามีแต่น้องคัฟเวอร์ น้องก็ไม่ใช่ตัวจริงนี่ เด็กสายคอสเพลย์ก็ก๊อบปี้เขานี่ มันก็ติดอยู่ในใจเรานะว่าถ้าวันหนึ่งเราทำได้ เราอยากจะเอาตัวจริงเสียงจริงมาอยู่ในงานเรา ในทุกเรื่องที่มันเป็นคอนเทนต์จริงๆ ของญี่ปุ่น แต่สายนี้เขาชอบญี่ปุ่น ก็ไม่ผิดถ้าเกิดทั้งสองอย่างมาแจมกันได้เต็มๆ สักวันหนึ่ง

 

 

จากเวทีประกวดคัฟเวอร์ สู่อีเวนต์รวมความเป็นญี่ปุ่นทุกแขนง

เราจัด Japan Festa ที่มาบุญครองได้แค่ 3 ปี มันก็เล็กไปแล้ว เลยโยกไปที่ลานพาร์ค พารากอน จัดตรงนั้นอยู่ 3-4 ปีจนพารากอนบอกว่าคนมันเยอะเกิน ช่วยโยกเด็กออกหน่อย คือเราโยกไม่ได้ จะให้บอกยังไง น้องจ๋า ออกจากห้างนะ เราก็คิดว่าถ้าสถานที่มันยังไม่เอื้ออำนวยก็ต้องไปที่ใหญ่ขึ้น ตอนนั้นก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ นะว่าจะไป เซ็นทรัลเวิลด์ มันไม่อยู่ติดกับบีทีเอสอะไรทั้งสิ้น ก็เริ่มจาก 2-3 โซน ตอนนี้ไปถึงโรงหนัง ไปถึงชั้น 8

 

พอจัด Japan Festa มาสิบปี จะสร้าง Japan Expo Thailand ขึ้นมา เรารู้สึกว่าอยากทำงานที่ไม่ใช่กลุ่มเด็กแล้ว เราอยากเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ ก็เริ่มที่แฟชั่นก่อน และมีอาหารนิดๆ หน่อยๆ แล้วเราก็เริ่มมาสายคัลเจอร์ ตอนเด็กๆ เราได้ยินชื่อมัตซึโมโตะ (Dump Matsumoto – นักมวยปล้ำหญิงชื่อดังชาวญี่ปุ่น) ครั้งหนึ่งในชีวิตฉันจะเอามัตซึโมโตะมางานฉันให้ได้ แล้วก็เอามาสองปีติดกันเลย ครั้งหลังก็โยนเหวี่ยงกันสุดฤทธิ์ เขามาจากโทโฮคุ เพราะเขาต้องการขอบคุณที่เราช่วยเขาตอนสึนามิ เราอาจจะรู้สึกว่า อุ๊ย คุณมาเหวี่ยง มาตี มันดูรุนแรงไปไหม ไม่ สำหรับคนญี่ปุ่น กีฬามันสร้างความฮึกเหิม คุณต้องมีแรงฮึดกลับมาสู้ชีวิตของคุณอีกครั้ง พอเขามา มวยปล้ำไทยก็มาแจมกับเขา

 

เพราะฉะนั้นด้านหลังเราก็โยนมวยปล้ำไป ด้านหน้าก็ไอดอลไป ฝั่งแอนิเมะก็คอสเพลย์กันตรงนั้น ฝั่งของกิน ฉันก็จะกินของฉัน ไม่สนอะไร ต้องบอกว่าเรารู้สึกสะใจมากเลย

 

 

Infinite Japan ทุกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งความบันเทิง ธุรกิจ แฟชั่น การศึกษา ไปจนถึงความสัมพันธ์

งานนี้ไม่ได้มีแค่ส่วนของความสนุก แต่เราอยากได้สาระในแง่ของการเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ เพราะว่าคนญี่ปุ่นมาอยู่ในประเทศเรา การลงทุนในประเทศเราเยอะมาก และเราอยากให้คนที่อยู่ที่นี่เขารู้สึกว่านี่คือบ้านหลังที่สองแบบแท้จริง ดังนั้นเราไม่ได้ทำให้แค่ให้คนไทยมาสนุก คนญี่ปุ่นที่นี่ต้องมาสนุกในงานนี้ได้ ต่างชาติต้องบินมางานนี้ให้ได้ นั่นคือการดึงเม็ดเงินในส่วนของการท่องเที่ยวมาอยู่ในประเทศไทยเรา

 

นี่คือสิ่งที่เรามองว่า ในเมื่อเราชอบ เรารักอะไร ก็ทำให้มันสุดโต่งไปเลย ตราบใดก็ตามที่เราเชื่อว่าเรามี creativity แล้วมันไม่มีอะไรที่สิ้นสุด ตามโลโก้เลย ปีนี้เรามีเพลงธีมชื่อ Together Forever เราจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป ความสัมพันธ์ไม่ว่าจะยามทุกข์หรือยามสุข ต้องบอกว่าสำหรับคนไทยกับคนญี่ปุ่นมันเหมือนเป็นญาติโกโหติกากันมา เราใกล้ชิดกับเขาโดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หลายๆ ครั้งที่คนญี่ปุ่นถามว่า โอ้โห เขาแปลกใจมากเลย เวลาเกิดปัญหาอะไร ทำไมคนไทยถึงน่ารักมากกับประเทศเขา

 

สำหรับตัวเราเอง มันเป็นเหมือน Snowball เราทำงานเกี่ยวกับญี่ปุ่นมา 15 ปี ไม่ใช่แค่ 1-2 ปี ใน 15 ปีนี้จัดงานญี่ปุ่นมาเป็นร้อยงาน งานเล็ก งานใหญ่ งานย่อย งานราษฎร์ งานหลวง เราทำหมด เพราะฉะนั้นในวันนี้มันไม่ใช่แค่อยู่ดีๆ เราจะมีเงินจ้างหรือแค่อยากจะเรียกเขามา มันมีความเป็นพี่เป็นน้อง มิตรภาพ งานนี้มาช่วยกันด้วย มันคือประโยชน์สำหรับคนที่รักและชอบญี่ปุ่น คุณมาจอยโดยที่คุณไม่ต้องเสียอะไร ทั้งที่จริงๆ งานทั่วโลกที่จัดเป็นงานระดับชาติแบบนี้เขาคิดเงินเกือบทุกที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์เข้าไปเกี่ยวข้อง มันเป็นสิ่งที่เราสามารถจะได้เงินง่ายที่สุดเลย

 

ไม่ใช่แค่วัยรุ่น แต่ป้าข้างบ้านก็ต้องอยากมา

แต่ละปีก็มีชาเลนจ์ใหม่ๆ หลายเรื่อง โจทย์เราคือถ้าถามแม่ แม่ต้องมาให้ได้ ถ้าแม่เรายังมาได้ ป้าข้างบ้านยังมาได้ นั่นคือเรารู้สึกว่ามันสะใจมาก งานแบบญี่ปุ๊นญี่ปุ่นน่ะ ยายชอบคัลเจอร์ไหม ชอบโอริกามิไหม ชอบเย็บไหม ชอบทำเวิร์กช็อปไหม ถ้ายายชอบ ยายไปเลย เรามีสอนชามิเซ็ง (Shamisen – เครื่องดนตรีโบราณของญี่ปุ่น) ข้างในมีชุดกิโมโน ชุดยูกาตะ มีสตูดิโอถ่ายภาพ ยายมากับหลาน หลานมากับแม่ แฟนมาคู่กันได้ เอาเป็นว่าถ้าชอบญี่ปุ่น คุณต้องมางานนี้ เพราะว่านี่คือที่ที่รวมทุกอย่างมาให้

 

 

หลากหลายคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ ต่อให้ไม่อินญี่ปุ่นก็เดินเพลิน

ชื่องานเป็น Japan Expo ก็จริง แต่ตัวมันคือคอนเทนต์ ต่อให้คุณอาจจะไม่ได้ชอบแฟชั่นญี่ปุ่น แต่คุณชอบสายแฟชั่น มันก็เป็นแนวทางที่ทำให้คุณเปิดมุมมองใหม่ๆ แฟชั่นญี่ปุ่นเขาเป็นยังไง เขากล้าแต่งกันแบบนี้นะ เขากล้าบ้าโทนสีนี้นะ วิธีการตัดเย็บของเขา การเอาผ้ากิโมโนมาผสมกับผ้าไทย มันเป็นเหมือนแรงบันดาลใจมากกว่าแค่งานหนึ่งที่มีคอนเทนต์ญี่ปุ่น มันน่าจะทำให้เขาได้ประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่งไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่อยู่ในวงการแต่ละอาชีพ

 

อย่างของฮานาโซโนะ นาโอมิจิ เขาเล่นมิวสิคัลที่คล้ายงิ้ว โดยเอาความเป็นออริจินัลที่คนปัจจุบันกำลังหลงลืม กำลังจะทิ้ง มาปรับให้คนรุ่นใหม่บริโภคง่ายขึ้น เอามา collaborate กับแอนิเมชัน เป็นการแมตชิ่งสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งมารวมกันแล้วต่อยอดเป็นเรื่องใหม่ อันนี้คือเทรนด์ที่ทำให้เกิดความสร้างสรรค์มากขึ้น

 

ต่อให้ไม่ได้ชอบญี่ปุ่น แต่เรามาเดินดู เราได้ไอเดียไหม แล้วเรามีของไทยตั้งเยอะแยะ ก็เอามา collaboration กันบ้างก็ได้นี่ ญี่ปุ่นเขามี ‘Cool Japan’ บ้านเราก็มี ‘ไทยเท่’ มันแปลกันตรงตัวเลยนะ เอาสิ่งที่มีอยู่แล้วมาต่อยอดให้มันเกิด Purchasing Power มากขึ้น ตรงนี้คือแรงบันดาลใจ คนมางานนี้จะมากจะน้อย คุณต้องได้อะไรกลับไปนอกเหนือจากความสนุก

 

ดนตรีแจ๊ซ การจับคู่ธุรกิจ และรางวัลส่งเสริมสัมพันธไมตรี คือ 3 ไฮไลต์ใหม่ประจำปีนี้

ปกติงานจะจัดเสาร์กับอาทิตย์ แต่ปีนี้เริ่มวันศุกร์บ่ายด้วย Jazz Festival ที่เราร่วมกับ Sumida Jazz Festival เป็นงานแจ๊ซที่ใหญ่ติด 1 ใน 5 ของโตเกียว จัดแต่ละครั้งมีคนมาเป็นแสน เราดึงมา 5 วง เพราะฉะนั้นคนที่ชอบฟังแจ๊ซดีๆ เก๋ๆ ก็มาฟังได้ฟรี

 

ถ้าอยากจะทำธุรกิจ เรามีโซน B2B Business Matching ตรงนี้เรามีคนญี่ปุ่นบินมาให้ข้อมูล เราก็จับพวกนักธุรกิจไทยมา มีทั้งหมด 50 ธุรกิจ ใครแนวตรงกันก็บุ๊กกิ้งมา เราจะนัดเวลาให้คุณ แล้วก็มีเสวนาของ Cool Japan รัฐมนตรีญี่ปุ่นบินมาเปิดงานในครั้งนี้ รวมถึงทางฝั่งไทยก็มี ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีการท่องเที่ยวและกีฬา คุณกรินทร์ สารสิน ประธานของหอการค้า อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ก็มาเปิด ต้องบอกว่ามันเป็นความร่วมมือร่วมใจระหว่างสองประเทศที่ยิ่งใหญ่

 

และปีนี้เป็นปีแรกที่เรามอบรางวัล Japan Expo Thailand Award สำหรับบุคคลในวงการบันเทิงที่มีความชื่นชอบญี่ปุ่น และส่งเสริมสัมพันธไมตรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ทั้งหมด 6 รางวัล ก็จะมีทั้งคุณหน่อง ช่อง 3 (อรุโณชา ภาณุพันธุ์ – ผู้จัดละครชื่อดัง และเจ้าของบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด) มารับรางวัลในการทำละครที่เกี่ยวกับญี่ปุ่น คุณเคน ภูภูมิ, คุณแพนเค้ก, คุณมาร์ค ธาวิน ฯลฯ ซึ่งวันอาทิตย์นี้ตัวจริงเสียงจริงจะขึ้นมารับรางวัลบนเวทีด้วย

 

 

ไม่มีคำว่าสิ้นสุดสำหรับสิ่งที่รัก

ชาเลนจ์ต่อไปของเราคือเรื่องศิลปะ จริงๆ เราอยากเอามูราคามิ (Haruki Murakami) มา อยากเอานาระ (Yoshitomo Nara) มา แต่สิ่งที่ทำให้เรายังทำศิลปะไม่ได้เป็นเรื่องของความปลอดภัย เพราะถ้าอยากให้ผลงานของยาโยย (Yayoi Kusama) มาอยู่ที่นี่ ประเด็นคือคุณมีความปลอดภัยขนาดไหน ชิ้นละเป็นล้านนะ หายไปชิ้นหนึ่งเราก็จบ เป็นลมแล้ว หรือในงานของคุณมีห้องจัดนิทรรศการดีๆ ไหม มันคือโจทย์ที่เราถูกถามมาโดยตลอด ความปลอดภัย อุณหภูมิ การวางรูป ทุกอย่าง ถ้าเราขอเขามาแล้ว เราวางดิสเพลย์สมเกียรติเขาไหม อันนี้ยังเป็นชาเลนจ์ต่อไป แต่เราก็รู้สึกว่ามันก็ดี จะได้มีอะไรให้เราเล่นในแต่ละปี อย่างที่บอกว่าเราต้องไม่มีวันสิ้นสุดในสิ่งที่รัก แล้วเราก็ทำให้มันสะใจได้ในทุกปี

FYI
  • Japan Expo Thailand 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 มกราคมนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/japanexpothailand
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories