อิสราเอลกำลังก่อสร้างสถานที่สำหรับประหารชีวิตนักโทษปาเลสไตน์ หลัง อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล เผยแพร่คลิปวิดีโอจาก ‘พื้นที่แขวนคอ’ พร้อมระบุว่า การประหารชีวิตเป็นแนวปฏิบัติที่มีอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่สื่อต่างประเทศจับตาว่า อิสราเอลอาจกำลังกลับมาใช้โทษประหารอีกครั้ง หลังไม่มีการประหารชีวิตมานานกว่า 6 ทศวรรษ โดยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1962 กับ อดอล์ฟ ไอค์มันน์ อาชญากรสงครามนาซี
อิสราเอลเตรียม ‘ตะแลงแกง’ หลังผ่านกฎหมายโทษประหารชาวปาเลสไตน์
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา เบน-กวีร์โพสต์คลิปวิดีโอบน TikTok จากพื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งในอิสราเอล โดยระบุว่า สถานที่แห่งนี้กำลังถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ประหารชีวิตผู้ที่อิสราเอลตัดสินว่ามีความผิดฐานก่อการร้าย พร้อมย้ำว่า การประหารชีวิตเป็นแนวปฏิบัติที่มีอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา
ภายในคลิปปรากฏภาพพื้นที่ก่อสร้างและรถเกลี่ยดิน ขณะที่สื่อรายงานว่า พื้นที่ดังกล่าวจะใช้เป็นแดนนักโทษประหาร มีตะแลงแกงอยู่ภายใน และมีจุดสำหรับให้ครอบครัวของเหยื่อเข้าชมการประหารชีวิตได้
“ผมสัญญาว่าจะทำให้สภาพของผู้ก่อการร้ายในเรือนจำเลวร้ายลง เราทำแล้ว ผมสัญญาว่าจะผ่านกฎหมายโทษประหาร เราทำแล้ว และตอนนี้แดนประหารกับสถานที่แขวนคอก็กำลังเป็นรูปเป็นร่าง”
“เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ ผู้ก่อการร้ายสมควรได้รับเพียงสิ่งเดียว คือความตายด้วยการแขวนคอ” เบน-กวีร์กล่าวในวิดีโอ
ทั้งนี้ การก่อสร้างสถานที่ดังกล่าวเกิดขึ้น หลังรัฐสภาอิสราเอลผ่านกฎหมายโทษประหารสำหรับคดีก่อการร้ายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยกฎหมายฉบับนี้มีผลในทางปฏิบัติต่อ ‘ชาวปาเลสไตน์’ ที่อยู่ภายใต้ระบบศาลทหารในเขตเวสต์แบงก์
นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้โทษประหารเป็นบทลงโทษสำหรับชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ หากศาลทหารตัดสินว่า บุคคลผู้ต้องสงสัยจงใจก่อเหตุโจมตีจนมีผู้เสียชีวิต และเข้าข่ายการก่อการร้าย
อนึ่ง ผู้ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตจะถูกคุมขังแยกในสถานที่เฉพาะ ภายใต้เงื่อนไข คือ ห้ามเข้าเยี่ยม ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนการปรึกษาทนายความจะทำผ่านวิดีโอ และการประหารต้องเกิดขึ้นภายใน 90 วันหลังมีคำพิพากษา
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะอิสราเอลแทบไม่ใช้โทษประหารชีวิตมานานหลายทศวรรษ โดยการประหารครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี 1962 กับ อดอล์ฟ ไอค์มันน์ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของนาซี ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางระบบจับกุมและเนรเทศชาวยิวไปยังค่ายกักกันและค่ายสังหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ทำไมกฎหมายนี้จึงถูกมองว่าเลือกปฏิบัติ?
กฎหมายฉบับนี้ถูกวิจารณ์ว่า เลือกปฏิบัติและสร้างความไม่เท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรม เพราะโทษประหารจะถูกใช้กับชาวปาเลสไตน์ที่ถูกพิจารณาคดีในศาลทหาร โดยศาลสามารถตัดสินประหารได้ด้วยเสียงข้างมาก ไม่จำเป็นต้องมีมติเป็นเอกฉันท์ และไม่ต้องรอให้อัยการร้องขอโทษประหาร
The Guardian รายงานว่า ตัวกฎหมายยังผูกความผิดไว้กับการก่ออาชญากรรมที่มีเจตนา ‘ปฏิเสธการดำรงอยู่ของรัฐอิสราเอล’ ส่งผลให้ชาวยิวอิสราเอลแทบไม่อยู่ในข่ายที่จะถูกลงโทษประหาร แม้จะก่อเหตุรุนแรงในลักษณะสุดโต่งก็ตาม
ความแตกต่างยังรวมถึงสิทธิหลังคำพิพากษา เพราะผู้ต้องโทษชาวปาเลสไตน์ในระบบศาลทหารมีช่องทางอุทธรณ์หรือขอผ่อนโทษจำกัดกว่า ขณะที่นักโทษในระบบศาลของอิสราเอลอาจยังได้รับการพิจารณาเปลี่ยนโทษประหารเป็นจำคุกตลอดชีวิตได้
โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Human Rights) วิจารณ์ว่า กฎหมายมีลักษณะเลือกปฏิบัติ และเตือนว่า หากนำโทษประหารมาใช้กับชาวปาเลสไตน์ในดินแดนที่ถูกยึดครอง อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญของ UN ยังตั้งคำถามต่อการกำหนดให้การแขวนคอเป็นวิธีประหาร โดยเห็นว่า อาจเข้าข่ายการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี
ด้าน Amnesty International วิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกัน โดยมองว่า กฎหมายดังกล่าวลดทอนหลักประกันที่มีไว้ป้องกันการพรากชีวิตโดยพลการ กระทบสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และยิ่งทำให้ความไม่เท่าเทียมระหว่างชาวอิสราเอลกับชาวปาเลสไตน์ในกระบวนการยุติธรรมชัดขึ้น
ขณะเดียวกัน องค์กรสิทธิมนุษยชนในอิสราเอลก็ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้ตรวจสอบกฎหมายฉบับนี้ ทำให้แม้กฎหมายจะผ่านรัฐสภาแล้ว แต่ยังต้องจับตาว่า ศาลจะปล่อยให้มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ หรือจำกัดอำนาจของกฎหมายในภายหลัง
เบน-กวีร์ กับการเมืองเรื่อง ‘โทษประหาร’
เบน-กวีร์ ถือเป็นผู้ผลักดันสำคัญของกฎหมายโทษประหาร หลังพรรคการเมืองของเขา คือ พรรคพลังยิว (Otzma Yehudit) พรรคขวาจัดในอิสราเอลเป็นฝ่ายเสนอและผลักดันกฎหมายดังกล่าว
ที่ผ่านมา เขาแสดงจุดยืนสนับสนุนการประหารชีวิตอย่างเปิดเผยหลายครั้ง ตั้งแต่ติดเข็มกลัดรูปบ่วงแขวนคอระหว่างการอภิปรายในรัฐสภา ไปจนถึงฉลองวันเกิดอายุ 50 ปีด้วยเค้กที่ตกแต่งเป็นรูปบ่วงแขวนคอ
ขณะที่ในช่วงหลัง เบน-กวีร์ยังยกระดับถ้อยคำโจมตีชาวปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง เช่น เสนอให้มีการลอบสังหารแบบเจาะจงเป้าหมายในกาซาคืนละ 30-40 คน พร้อมกล่าวถึงคนบางกลุ่มในกาซาว่า ‘ไม่สมควรมีชีวิตอยู่’ และ ‘ไม่ใช่มนุษย์’ จนถูกผู้นำและรัฐบาลหลายประเทศประณามว่าเป็นถ้อยคำลดทอนความเป็นมนุษย์
สื่อต่างประเทศยังตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดไซต์ก่อสร้างครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งระดับชาติของอิสราเอลที่มีกำหนดในวันที่ 27 ตุลาคม โดยคาดว่า เบน-กวีร์ กำลังใช้โทษประหารดังกล่าวหาคะแนนความนิยมให้กับตนเองในทางการเมือง
ปัจจุบัน ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ และนอร์เวย์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตร เบน-กวีร์ โดยให้เหตุผลว่า เขามีส่วนในการยุยงและสนับสนุนความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์
ภาพ: itamar_ben_gvir / TikTok
อ้างอิง:
- https://www.theguardian.com/world/2026/aug/20/israel-ben-gvir-video-gallows-site-hanging-palestinians
- https://www.theguardian.com/world/2026/mar/30/israel-passes-law-death-penalty-palestinian-convicted-terrorists
- https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/08/19/israel-builds-gallows-to-hang-palestinian-terrorists/
- https://www.gov.uk/government/news/foreign-ministers-joint-statement-on-measures-targeting-itamar-ben-gvir-and-bezalel-smotrich


