ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Ed Sheeran ผ่านมรสุมครั้งใหญ่ในการทำทัวร์คอนเสิร์ตเป็นครั้งแรก หลังศิลปินเปิดงานและวงแบ็กอัปของเขาประกาศถอนตัวจากทัวร์เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันกับแรปเปอร์ Macklemore ที่เขาถูกปลดออกจากไลน์อัปการแสดงเปิดงานเพราะประกาศจุดยืนสนับสนุนปาเลสไตน์บนเวที
Ed Sheeran จึงออกมาแถลงการณ์ถึงประเด็นนี้เป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตที่ฟิลาเดลเฟีย โดยอ่านแถลงการณ์ผ่าน Teleprompter ที่ยอมรับถึงประเด็นความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ แต่ยังคงพยายามรักษาจุดยืนที่เป็นกลางเพื่อให้คอนเสิร์ตและเสียงดนตรีเป็นภาพของความรัก ความหวัง และความสามัคคีดังเดิม
เขากล่าวว่าเขาคุ้นเคยกับการถูกวิจารณ์เรื่องเพลงอยู่แล้ว แต่ในสัปดาห์นี้มันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก เพราะเขากำลังทำสิ่งที่ผิดพลาดและเขาต้องขอโทษจริงๆ
“สิ่งที่เกิดขึ้นในอิสราเอลในเทศกาลดนตรี Nova เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวและซ้ำเติมความเจ็บปวดของชาวยิวที่มีมานานกว่าหลายศตวรรษ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในกาซาก็เป็นความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุและไม่สามารถยอมรับได้ หัวใจของผมแตกสลายกับความสูญเสีย ชีวิตของพลเรือน และชีวิตของเด็กๆ และความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในเวสต์แบงก์เองก็เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเช่นกัน”
เขาเผยว่าตัวเองพยายามพูดคุยกับคนหลายฝ่ายเพื่อหาทางช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับผลกระทบในช่วงเวลาเลวร้ายนี้ เขายินดีรับฟังทุกอย่างเพราะเขายังรู้ไม่มากพอ และเขาขอบคุณทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ เพราะคอนเสิร์ตเป็นสถานที่ที่ต้อนรับทุกคน เรายืนอยู่ข้างคนที่มีความเห็นตรงข้ามกันได้ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือการร้องเพลง ซึ่งเพลงเหล่านี้เป็นเรื่องของความรัก ความหวัง และความสามัคคี
ก่อนที่ในช่วงท้ายโชว์ เขาตัดสินใจกล่าวความรู้สึกจากใจโดยไม่ได้ผ่านการเตรียมแถลงการณ์ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต แต่วันนี้กลับเป็นโชว์ที่ดีที่สุดในชีวิต เพราะเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้ขึ้นเวทีอีกไหม และเขาจะต้องยกเลิกคอนเสิร์ตหรือเปล่า แต่เมื่อมองไปแล้วเห็นยอดการจองตั๋วและยังมีผู้คนนับหมื่นมาหาเขาที่คอนเสิร์ต เขาก็รู้สึกว่าเขาต้องทำสิ่งนี้ต่อไป
“ทุกคนเอาแต่บอกให้ผมยกเลิกคอนเสิร์ต แล้วผมก็รู้สึกว่าถูกทุกคนที่รู้จักทอดทิ้งไปหมด แต่พอถึงปลายสัปดาห์ผมกลับเห็นคนอีก 50,000 คนไม่ได้ทิ้งผมไป ดังนั้นใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป แต่ผมทำสิ่งนี้เพื่อพวกคุณ ผมรักพวกคุณ”
“ผมรักบรรยากาศแบบนี้ ผมรักความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่เรามีร่วมกัน ผมรักความรู้สึกที่คอนเสิร์ตมอบให้ และผมรักการได้พาผู้คนทุกเชื้อชาติ ศาสนา และทุกความเห็นทางการเมืองมารวมอยู่ด้วยกัน หลายคนอาจคิดต่างกัน แต่เรามีค่ำคืนที่ดีร่วมกันได้ คุณอาจจะยืนอยู่ข้างคนที่คุณไม่เห็นด้วยกับเขาด้วยซ้ำ แต่การที่เรามารวมกันเป็นหนึ่งเดียวและแบ่งปันความรักให้กัน มันอาจทำให้คุณเข้าใจพวกเขามากขึ้นก็ได้”
ภาพ: Dana Jacobs/FilmMagic

