×

องค์กรแห่งนวัตกรรม… ทางเลือกผู้ประกอบการในทศวรรษใหม่

18.12.2020
  • LOADING...
องค์กรแห่งนวัตกรรม… ทางเลือกผู้ประกอบการในทศวรรษใหม่

ปัจจุบันโลกเรากำลังอยู่ท่ามกลางกระแส Disruption ต่างๆ ที่กำลังเข้าไปเกี่ยวข้องยังทุกวงการ รวมไปถึงการบริหารจัดการลงทุน (Asset Management) ซึ่งถูกกระทบด้วยเช่นกัน โดยท่ามกลางสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วฉับพลัน แผนการต่างๆ ที่เคยวางไว้ก่อนล่วงหน้า หากผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็อาจกลายเป็นความผันแปรรูปแบบอื่นไปเสียแล้ว จึงขึ้นกับว่าเราจะสามารถปรับเปลี่ยนจังหวะก้าวไปให้สอดคล้องกับกระแสพลิกผันได้มากน้อยแค่ไหน และสามารถปรับตัวได้ดีกว่าจึงจะอยู่รอดได้ในสภาพเช่นนี้

 

สำหรับคำว่า Disruption นั้นอาจถูกอธิบายได้ในหลายมุม แต่สิ่งที่เห็นพ้องตรงกันจากทุกด้านนั่นคือ ‘ความเร็วของการเปลี่ยนแปลง’ ซึ่งเป็นผลจากการมาของเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเข้าถึงง่ายของเทคโนโลยีได้เพิ่มพลังการต่อสู้ (Empower) ให้กับทุกหน่วยงานทุกองค์กร ดังนั้นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญ คือ การเข้าถึงเทคโนโลยีให้ได้ก่อน ใครเริ่มต้นก่อนก็ได้เปรียบกว่า ในกระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนก็เช่นกัน โดยบริษัทจัดการกองทุนนั้น การนำเสนอกองทุนก็นับเป็นอีกหัวใจที่สำคัญ ซึ่งนอกเหนือจากกลยุทธ์ต่างๆ แล้ว การพัฒนาเทคนิควิธีแบบใหม่ในการลงทุนจึงเป็นสิ่งที่มิควรมองข้าม โดยการสร้างกองทุนที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ตัดสินใจได้เองนั้น จำเป็นต้องพัฒนาจากหลักการที่สำคัญที่สุดเพื่อปรับตัวเข้าสู่ยุค Disruption โดยมี 3 ประการหลัก ได้แก่

 

ประการที่ 1. การเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้าน โดยโลกการลงทุนสมัยใหม่ในสภาวะที่มีการแข่งขันสูง การวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจลงทุนโดยใช้วิธีแบบเดิมตามตำรานั้นไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้เทคนิคใหม่ๆ และใช้ข้อมูลรอบด้านมากขึ้น ซึ่งข้อมูลในรูปแบบเดิม เช่น ตัวเลขทางบัญชี ตัวเลขคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ ข้อมูลปริมาณซื้อและราคาในตลาด ฯลฯ มักเป็นข้อมูลที่ใครก็เข้าถึงได้ง่าย แต่ก็อาจส่งผลเสียได้ เพราะสามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ได้ยากขึ้น ดังนั้น การลงทุนในสมัยใหม่จึงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่หลากหลายและมีความแตกต่างจากเดิม เช่น ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่ช่วยประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ โดยดูจากความสว่างของแสงไฟยามค่ำคืน การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมนับจำนวนเรือเข้าออกท่าเรือ เพื่อประเมินปริมาณธุรกรรมที่อาจเกิดขึ้น หรือการวิเคราะห์การใช้คำด้วยเทคนิคภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) ในเอกสารต่างๆ เพื่อดูความเป็นไปเชิงคุณภาพของบริษัท เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้หาได้ไม่ง่ายนัก และไม่สามารถเอามาใช้ได้ตรงๆ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการสกัดเอาข้อมูลที่เป็นโครงสร้างที่ประมวลผลได้ จึงส่งผลให้ข้อมูลประเภทนี้สามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มได้ โดยมีอัตราสูญเสียข้อมูล (Information Decay) ไม่สูงนัก

 

ประการที่ 2. การตัดสินใจบนหลักฐานเชิงตัวเลขที่ปราศจากอารมณ์ของบุคคล การหาข้อสรุปเพื่อตัดสินใจได้อย่างน่าเชื่อถือโดยการใช้กระบวนการเรียนรู้ด้วยเครื่อง (Machine Learning) นั้น ขั้นตอนนี้มีความสำคัญในการหาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลไปยังเป้าหมายที่ต้องการคาดการณ์ เช่น ทิศทางของตลาดหุ้น หรือลำดับหุ้นที่ชอบ โดยสิ่งที่ต้องพึงระวัง คือ การได้ความสัมพันธ์ลวงที่ใช้ได้จริงเฉพาะเพียงชุดข้อมูลในอดีต แต่ไม่สามารถใช้จริงได้ในหน้างาน ภาวะนี้เราเรียกว่า Overfitting

 

ประการที่ 3. การนำมาปฏิบัติใช้ให้ได้จริงและได้เร็วที่สุด ซึ่งก็คือหัวใจของการแข่งขันในยุคนี้ ผู้นำต้องมีจินตนาการที่เล็งเห็นได้ว่าปัจจัย Disruption กำลังจะทำให้ตลาดเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด คู่แข่งจะพาตัวเองเคลื่อนไปที่จุดไหน และเราควรจัดวางองค์กรเราไว้ที่จุดใดที่จะยังรักษาความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และเมื่อผู้นำชัดเจนในเป้าหมายแล้ว ก็จะต้องสื่อสารจากบนลงล่าง เพื่อให้ทุกคนในองค์กรมีเป้าหมายปลายทางเดียวกัน โดยแต่ละคนจะรู้หน้าที่ที่ต้องทำเพื่อพาองค์กรไปสู่จุดเดียวกัน การสื่อสารจะมีประสิทธิภาพนั้น ควรทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชากับผู้บริหารสายบนเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น ควรสร้างวัฒนธรรมการลองผิดลองถูก ส่งเสริมการนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ เพราะนั่นอาจเป็นทิศทางใหม่ที่องค์กรจะบังเอิญได้ค้นพบบุคลากรเลือดใหม่ เพื่อนำมายังมุมมองแบบใหม่จากเดิม และต้องสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการทำงานระหว่างรุ่น (Cross Generation) ที่กลมกลืนไปด้วยกัน

 

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งท่ามกลางการ Disruption ทั้งในแง่ธุรกิจและในแง่เหตุเภทภัยอันคาดไม่ถึง เช่น การเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าใช้ที่ทำงานไม่ได้ เช่น วิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา หลายบริษัทก็ได้เตรียมแผนงานเพื่อมุ่งเน้นสร้างความปลอดภัยให้แก่พนักงาน และทุกคนควรจะต้องมีเครื่องมือที่สามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ ทำให้เกิดความต่อเนื่องของการทำงานขององค์กร (Business Continuity Plan) 

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นแนวคิดการสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม เพื่อเตรียมพร้อมรับกับการเกิดภัยคุกคาม ความผันแปรต่างๆ ที่กำลังจะเข้ามากระทบสู่ธุรกิจ การตระหนักถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิด การวางแผนการรับมือไว้ล่วงหน้า การซักซ้อมลองใช้นวัตกรรมใหม่ๆ ผู้ตระหนักถึงเท่านั้นจึงจะเป็นผู้อยู่รอดได้ในทศวรรษแห่งความท้าทายที่จะมาถึงนี้

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising