Menu
252804

ไอซ์แลนด์ไม่ได้มีแค่แสงเหนือ อลังการถ้ำน้ำแข็งกลางทะเลสาบอายุนับพันปี

24.05.2019
  • LOADING...
  • Loading...
Iceland

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • ถ้ำน้ำแข็งเป็นโพรงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยปกติจะเกิดในธารน้ำแข็ง มีลักษณะเป็นโพรงถ้ำที่มีผนังใสแวววาว ในแต่ละปีถ้ำเหล่านี้จะละลายหายไป ทางทีมสำรวจต้องหาถ้ำใหม่ๆ ซึ่งหมายความว่าอีก 5-10 ปี หากเรามาเดินถ้ำน้ำแข็งอีก เราจะไม่ได้เดินถ้ำเดิมแล้ว
  • ไกด์เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนธารน้ำแข็งมีอยู่เยอะมาก และใกล้ขนาดริมถนนใหญ่ที่เราจอดรถ แต่ด้วยภาวะโลกร้อน ธารน้ำแข็งที่แข็งตัวก็จะค่อยๆ ลดขนาดลง และคาดว่าคงหายไปในที่สุดในช่วงเวลาอันใกล้

ทริปนี้เริ่มต้นจากข้อความเล็กๆ จากเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ชักชวนให้ไปล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยความเป็นทริปในฝัน บวกกับการหาสมาชิกไม่ใช่เรื่องง่าย เราและสามีจึงตอบตกลงทันทีแบบไม่อิดออด โดยไม่คิดว่านอกจากแสงเหนือที่เป็นพระเอกของงานแล้วยังพ่วงมาด้วยการชมถ้ำน้ำแข็งอายุนับพันปีกลางทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วย

 

แน่นอนว่าทัวร์ถ้ำน้ำแข็งเริ่มต้นในวันใดวันหนึ่งของทริปล่าแสงเหนือ คณะเราเดินทางออกจากที่พักราว 8.30 น. เพื่อให้ทันนัดหมายกับไกด์ทัวร์ตอน 9.00 น. ณ ทะเลสาบโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) ทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง บรรยากาศการนัดหมายคึกคักไปด้วยผู้คน มีรถคันใหญ่สกรีนลายบริษัททัวร์ต่างๆ จอดเรียงราย กลุ่มเรามีทั้งหมด 8 คน และไกด์ 1 คน รวมเป็น 9 ชีวิต การเดินทางเข้าสู่ธารน้ำแข็งต้องใช้รถ 4WD เลี้ยวออกจากถนนหลักเข้าทุ่งหิมะ ผ่านทุ่งมอสส์และทุ่งหินลาวา โยกเยกจนแยกไม่ออกว่าพื้นผิวรถของเราสัมผัสที่โลกหรือผิวดวงจันทร์ เมื่อถึงบริเวณหน้าถ้ำ ไกด์จะให้ทุกคนใส่หมวกกันน็อกและสวม Ice Crampons กับรองเท้าอีกชั้นหนึ่ง มีลักษณะเป็นหนามสำหรับยึดเกาะกับน้ำแข็งเพื่อป้องกันการลื่น สวมสายรัดนิรภัย และค้อนเจาะน้ำแข็งไว้สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน

 

iceland

รถ 4WD ณ จุดนัดพบ

 

สำหรับถ้ำน้ำแข็งที่เราไปเยี่ยมชมอยู่ในธารน้ำแข็งขนาดมหึมาที่มีชื่อว่า วาตนาเยอคูตล์ (Vatnajökull) ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไอซ์แลนด์ ใหญ่ถึง 8,100 ตารางกิโลเมตร กินพื้นที่ 1 ใน 10 ของประเทศ

 

ระหว่างทางที่เดินอยู่บนธารน้ำแข็ง ทิวทัศน์รอบตัวสวยงามมาก ธารน้ำแข็งสีขาวอมฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา แปลกตาจนเราลืมเหนื่อยไปเลย ไกด์อธิบายเรื่องต่างๆ ให้เราฟังเรื่อยๆ แซะน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งให้เราลองชิม โดยอธิบายว่าน้ำแข็งนี้เกิดขึ้นมาราว 1,000-2,000 ปีก่อน สะอาด กินได้ แต่เรื่องที่น่าใจหายที่สุดคือการสูญเสียธารน้ำแข็งในทุกปี ไกด์เล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนธารน้ำแข็งมีอยู่เยอะมาก และใกล้ขนาดริมถนนใหญ่ที่เราจอดรถ แต่ด้วยภาวะโลกร้อน ธารน้ำแข็งที่แข็งตัวก็จะค่อยๆ ลดขนาดลง และคาดว่าคงหายไปในที่สุดในช่วงเวลาอันใกล้

 

ถ้ำน้ำแข็งเป็นโพรงที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยปกติจะเกิดในธารน้ำแข็ง มีลักษณะเป็นโพรงถ้ำที่มีผนังใสแวววาว เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์และท้องฟ้าจึงเกิดเป็นสีฟ้าสวยงามชวนหลงใหล ในแต่ละปีถ้ำเหล่านี้จะละลายหายไป ทางทีมสำรวจต้องหาถ้ำใหม่ๆ ซึ่งหมายความว่าอีก 5-10 ปี หากเรามาเดินถ้ำน้ำแข็งอีก เราจะไม่ได้เดินถ้ำเดิมแล้ว

 

iceland

ปากทางเข้าถ้ำ

 

จากถนนสายหลัก เดินมาสักพักก็ถึงปากทางเข้าถ้ำแรก พวกเราค่อยๆ ไต่เชือกลงไปด้านล่าง ข้างในเป็นโพรงน้ำแข็งขนาดใหญ่ สีใสไล่ระดับไปเป็นสีฟ้าเข้ม พื้นผิวแวววาว จริงๆ แล้วถ้ำนี้ยาวมาก แต่ถูกกั้นเชือกไว้ครึ่งหนึ่ง ห้ามเดินเข้าไป ไกด์อธิบายว่า โซนด้านในหลังคาถ้ำละลายไปมากแล้ว จึงไม่ปลอดภัยที่จะเข้าไปต่อ เราใช้เวลาอยู่ในถ้ำนี้พอสมควร เพราะเป็นถ้ำที่สมบูรณ์ที่สุด

 

iceland iceland

บรรยากาศของถ้ำแรก

 

หลังถ่ายรูปอย่างเพลิดเพลิน ไปต่อกันถ้ำที่สองซึ่งอยู่ใกล้กัน ถ้ำนี้เกิดจากลำธารใต้ธารน้ำแข็งที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นโพรงขนาดใหญ่ ในถ้ำจะเห็นธารน้ำไหลลงสู่ทะเล ไกด์บอกว่าฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้ ถ้ำส่วนนี้จะละลายหายไป แต่ส่วนที่ลึกเข้าไปเหนือลำธารจะเกิดเป็นถ้ำใหม่ขึ้นมาแทน

 

iceland iceland

ถ้ำที่สอง

 

iceland

ถ้ำที่สาม

 

โถงถ้ำสุดท้ายเป็นโพรงน้ำแข็งสั้นๆ ที่น่าจะละลายไปเยอะแล้ว เสน่ห์ของโถงนี้อยู่ที่ปากทางเป็นโพรงกลมสวยงาม ถ่ายรูปสวย ไกด์ชี้ให้ดูกำแพงถ้ำ จะเห็นว่าน้ำแข็งมีลักษณะและมีสีต่างกันอย่างเห็นได้ชัด น้ำแข็งที่เกิดในฤดูร้อนจะมีสีขาวและมีฟองอากาศอยู่ข้างใน ส่วนน้ำแข็งที่มีลักษณะใสเหมือนแก้วจะเป็นน้ำแข็งที่เกิดในฤดูหนาว

 

iceland

ธารน้ำแข็งใหญ่และทะเลสาบโจกุลซาลอน

 

iceland

ทางเดินกลับ (ทะเลสาบโจกุลซาลอน)

 

จบถ้ำที่สาม เราเคลื่อนตัวไปต่อที่ริมทะเลสาบโจกุลซาลอน ส่วนเชื่อมต่อกับธารน้ำแข็ง เพื่อพักเบรกกินอาหารกลางวัน บริเวณนี้ไม่สามารถขับรถเข้ามาได้ ต้องเดินเท้าเข้ามาเท่านั้น มื้อกลางวันเป็นเบอร์เกอร์ง่ายๆ คนละชิ้นและของกินเล่นนิดหน่อย ทว่าวิวรอบด้านนั้นอลังการมาก จุดนี้ทำให้เราได้เห็นธารน้ำแข็งใหญ่และใกล้ที่สุด ตื่นตะลึงจนลืมหิว กินพร้อมทิวทัศน์แบบนี้ แฮมเบอร์เกอร์ธรรมดาก็อร่อยขึ้นมาเป็นกอง หลังจากมื้อกลางวัน ไกด์พาคณะเรากลับมายังจุดนัดพบแรกในช่วงเวลา 16.00 น. พอดิบพอดี รวมเวลาทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง แต่เป็น 7 ชั่วโมงคุณภาพที่สนุกและเปิดโลกใหม่มาก ทำให้เรารู้สึกว่าแม้จะผิดหวังจากแสงเหนือ แต่การมาทริปนี้ช่างคุ้มค่าต่อประสบการณ์ที่เราได้รับแล้ว

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

FYI

Getting There

  • ไม่มีสายการบินตรงแบบ Non-stop Flight จากกรุงเทพฯ ลงสู่ไอซ์แลนด์ แต่คุณสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ผ่านสายการบินเหล่านี้ Thai Airways, Finnair

 

Tips

  • การเที่ยวถ้ำน้ำแข็ง แนะนำให้ใช้บริการผ่านทัวร์ท้องถิ่นจะดีที่สุด สะดวก ง่าย และปลอดภัย
  • เสื้อผ้าสมควรเตรียมไปให้พร้อม เพราะอากาศหนาวมากถึงมากที่สุด
  • ช่วงฤดูหนาวเป็นโลว์ซีซันของไอซ์แลนด์ ช่วงนี้จะมีค่าใช้จ่ายในการทำทริปถูก แต่ก็แลกมาด้วยความหนาวเย็นระดับสิบ
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR