×

ไขปรากฏการณ์ ‘Hyrox’ ไม่ใช่แค่กระแส แต่เทคโนโลยีกำลังพาคนไทยออกไปวัดขีดจำกัดของตัวเอง

01.04.2026
  • LOADING...
hyrox-thailand-performance-lifestyle

ถ้าเป็นคนเล่นโซเชียลประจำ คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของการแข่งขันฟิตเนสระดับโลกอย่าง ‘Hyrox’ ที่เพิ่งจัดอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย จากภาพจำที่อาจดูเป็นเพียงการรวมตัวของคนเฉพาะกลุ่มในครั้งแรก วันนี้มันได้ยกระดับสู่ปรากฏการณ์ระดับประเทศที่บัตรขายหมดเกลี้ยงหลายหมื่นใบ

 

 
 

หากมองผ่านๆ Hyrox อาจดูเป็นแค่หนึ่งอีเวนต์ของคนรักการออกกำลังกาย แต่ถ้ามองให้ลึก นี่คือภาพสะท้อนของคลื่นลูกใหม่ในวัฒนธรรมสุขภาพ ที่กำลังพาผู้คนออกจากการออกกำลังกายเพื่อแค่ดูดีหรือเข้าสังคม ไปสู่การใช้ร่างกายเป็นสนามทดลอง ใช้ตัวเลขเป็นเครื่องยืนยัน และใช้การแข่งขันเป็นเวทีพิสูจน์ว่าเราจะไปได้ไกลแค่ไหน 

 

‘Hyrox’ มาจากไหน ทำไมถึงดังระเบิดในไทย

 
‘Hyrox’ เกิดขึ้นที่เยอรมนีในปี 2017 จากการร่วมสร้างของ Christian Toetzke ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานกีฬาระดับโลก และ Moritz Fürste นักกีฬาฮอกกี้เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก โดยออกแบบให้เป็นการแข่งขันความฟิตที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ผ่านการผสมการวิ่งเข้ากับการออกกำลังกายแบบฟังก์ชันนัลเทรนนิง จนเกิดเป็นสนามที่ทดสอบทั้งแรงกาย ความอึด และวินัยไปพร้อมกัน

 

ฐิติพร ธรรมาพิมมุกกุล Chief Marketing Officer บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง จำกัด ชี้ให้เห็นว่า ความนิยมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่ค่อยๆ สะสมแรงจนคลาสฝึกซ้อมเฉพาะทางตามฟิตเนสต่างๆ ถูกจับจองจนแน่น และเมื่อมองในภาพใหญ่ ตลาดไทยเองก็ยังไม่มีแพลตฟอร์มแข่งขันที่ออกแบบมาเพื่อสายฟิตเนสโดยเฉพาะเหมือนที่งานวิ่งตอบโจทย์นักวิ่งไปแล้ว Hyrox จึงเข้ามาเติมช่องว่างนั้นอย่างพอดิบพอดี กลายเป็นโอเอซิสใหม่ของคนที่ไม่ได้อยากแค่ออกกำลังกาย แต่ต้องการมีเส้นชัยให้พุ่งชน

 

‘Performance Lifestyle’ คืออะไร เปลี่ยนเทรนด์การออกกำลังกายไปแค่ไหน

 

สิ่งที่ Hyrox สะท้อนชัดที่สุด คือการเปลี่ยนผ่านจากการออกกำลังกายเพื่อภาพลักษณ์ ไปสู่การใช้ร่างกายเป็นพื้นที่ทดสอบศักยภาพของตัวเอง และเทคโนโลยีคือแรงผลักสำคัญของเรื่องนี้ เมื่อผู้คนมีสมาร์ทวอตช์อยู่บนข้อมือ การออกกำลังกายจึงไม่ใช่แค่เหนื่อยหรือไม่เหนื่อย แต่กลายเป็นเรื่องของเพซ หัวใจ การฟื้นตัว และสถิติที่ดีขึ้นทุกวัน

 

เมื่อเห็นพัฒนาการของตัวเองเป็นรูปธรรม คนจำนวนมากจึงเริ่มไม่ได้อยากแค่สุขภาพดี แต่อยากรู้ว่าตัวเองไปได้ไกลกว่านั้นแค่ไหน Hyrox จึงตอบโจทย์ เพราะมันให้มากกว่าการออกกำลังกาย แต่ให้ทั้งเป้าหมาย ความท้าทาย และพื้นที่ให้ผู้คนพิสูจน์ตัวเอง

 

‘เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข’ นักแสดงที่ลงแข่งขันในรุ่นคู่ผสม เขาเล่าว่าการเข้ายิมคนเดียวซ้ำๆ นั้นพาไปสู่ความเบื่อได้ไม่ยาก แต่การแข่งขันรูปแบบนี้ทำให้การฝึกซ้อมมีเป้าหมาย มีแรงกระตุ้น และมีอารมณ์ร่วมที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง บรรยากาศในสนามเหมือนคอนเสิร์ตขนาดย่อม ทั้งแสง สี เสียง และเสียงเชียร์ที่เร่งหัวใจให้พุ่งทะยานจนแตะ 190 และค้างอยู่ในโซน 5 ได้นานเกือบชั่วโมง ความเหนื่อยในสนามจึงไม่ใช่ความทรมาน แต่เป็นความสะใจ ภูมิใจ และเป็นโมเมนต์ที่ทำให้คนรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เต็มที่

 

ธุรกิจคว้าโอกาสจากเทรนด์นี้ได้อย่างไร?

 

เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยน ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนตาม และโอกาสในคลื่นลูกนี้ไม่ใช่แค่การเข้าไปติดโลโก้บนป้ายงาน แต่คือการเข้าใจว่าผู้คนกำลังให้คุณค่ากับอะไร ฐิติพรอธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า เมื่อคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจทั้งสุขภาพ ประสิทธิภาพของร่างกาย และการฟื้นตัวหลังการฝึกมากขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์ก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย แบรนด์จึงต้องมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ความรู้สึกสดชื่น สนุก และมีส่วนร่วมกับไลฟ์สไตล์นี้ได้โดยไม่ทำลายเป้าหมายด้านสุขภาพ บุญรอดก็ได้ส่ง Singha Sparkling Water เข้าไปตอบโจทย์นี้

 

อย่างไรก็ดี โอกาสที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่การเป็นสปอนเซอร์ในวันแข่ง แต่อยู่ที่การเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน อย่างบุญรอดก็ได้จับมือกับฟิตเนสอย่าง ‘Cubic’ เพื่อร่วมสร้างคลาสฝึกซ้อมเฉพาะทาง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางพัฒนาตัวเองของผู้บริโภค และเมื่อแบรนด์อยู่ในช่วงเวลาที่คนเหนื่อย ทุ่มเท และมีวินัยมากที่สุด ความผูกพันก็ย่อมเกิดลึกกว่าการมองเห็นเพียงชั่วคราว

 

ท้ายที่สุด Hyrox จึงไม่ใช่แค่กระแสออกกำลังกาย แต่คือภาพสะท้อนของคนยุคนี้ที่ต้องการสนามสำหรับวัดขีดจำกัดของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม และสำหรับแบรนด์ นี่ไม่ใช่แค่โอกาสในการขายสินค้า แต่คือโอกาสในการเข้าไปอยู่บนเส้นทางที่ผู้คนใช้สร้างเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง เพราะในวันที่การเอาชนะตัวเองกลายเป็นคุณค่าใหม่ แบรนด์ที่เข้าใจแรงขับนี้ก่อน ย่อมเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ลึกกว่า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising