×

เอสเทค ฟาร์มา จับมือ ฮูเจล อิงค์ อัปเดตเทรนด์นวัตกรรมความงามบนเวที ‘H.E.L.F 2023’ เตรียมยกระดับความร่วมมือ ดันไทยสู่ Hub ความงามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [ADVERTORIAL]

โดย THE STANDARD TEAM
30.05.2023
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • เอสเทค ฟาร์มา ในฐานะผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์สารลดเลือนริ้วรอย แบรนด์ Aestox จับมือบริษัท ฮูเจล อิงค์ จำกัด บริษัทยาชั้นนำจากเกาหลีใต้ จัดงานประชุมทางการแพทย์ H.E.L.F 2023 อัปเดตเทรนด์นวัตกรรมความงาม 
  • สองผู้นำเตรียมผนึกกำลังยกระดับความร่วมมือ ลุยตลาดความงามสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ดันประเทศไทยให้กลายเป็น Hub ความงามแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

นวัตกรรมการแพทย์เพื่อการย้อนวัยในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องราว 20% ทุกปี โดยเฉพาะกลุ่ม ‘สารลดเลือนริ้วรอย’ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเติบโตของกลุ่มลูกค้าที่ขยายตัวมากขึ้น จากเดิมที่ตลาดจะโตในกลุ่มคนที่ต้องการใช้สารลดเลือนริ้วรอยเพื่อรักษาปัญหาริ้วรอย แต่ปัจจุบันการฉีดสารดังกล่าวยังใช้เพื่อปรับโครงสร้างหน้าในกลุ่มวัยรุ่นเพิ่มมากขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้เองเทคนิคการแพทย์และการอัปเดตนวัตกรรมสารลดเลือนริ้วรอยเพื่อการรักษาที่ได้ประสิทธิผลสูงสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

 

บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์ทั่วโลกและผลิตภัณฑ์สารลดเลือนริ้วรอย แบรนด์ Aestox ร่วมกับบริษัท ฮูเจล อิงค์ จำกัด บริษัทยาชั้นนำจากเกาหลีใต้ จึงจัดประชุมทางการแพทย์ Hugel Expert Leader’s Forum 2023 หรือ H.E.L.F 2023 ภายใต้แนวคิด ‘Toward Genuineness: In Pursuit of Aesthetic Strategies for All Ages’ อัปเดตเทรนด์ความงามและเทคนิคทางการแพทย์ พร้อมแนวทางการรักษาและนวัตกรรมใหม่ในการลดเลือนริ้วรอยเพื่อคนทุกเพศทุกวัย

 

 

H.E.L.F 2023 อัปเดตเทรนด์ความงามและเทคนิคทางการแพทย์จากแพทย์เกาหลีและไทย

 

H.E.L.F เป็นการประชุมที่ฮูเจล อิงค์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังและความงามมาอัปเดตเทคนิคการแพทย์ทางด้านความงามและส่งต่อองค์ความรู้ ซึ่งปีนี้มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงามจากไทยและเกาหลี ร่วมส่งต่อองค์ความรู้และเสริมเทคนิคการแพทย์ทางด้านความงามให้แก่คณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 300 คนจากทั่วโลก

 

จุน ลี กรรมการผู้จัดการ แผนกธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ฮูเจล อิงค์ จำกัด กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกจัดงานในประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตไปในอนาคต และเป็นตลาดที่สำคัญในอันดับต้นของเอเชีย ทั้งยังมีความคล้ายคลึงกับตลาดในเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก

 

จุน ลี กรรมการผู้จัดการ แผนกธุรกิจต่างประเทศ บริษัท ฮูเจล อิงค์ จำกัด

 

“ตลาดไทยมีความสำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะแนวโน้มคอนเซปต์ด้านความงามของคนไทยคล้ายคนเกาหลีมาก ตอนนี้ประเทศเกาหลีถือเป็น Hub ด้านความงามของเอเชียไปแล้ว ดังนั้นประเทศไทยน่าจะเป็น Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ โดยยึดแนวทางเดียวกันในการพัฒนาตลาดเหมือนที่ประเทศเกาหลีเคยทำสำเร็จ 

 

“นอกจากนั้นผมมองว่า แพทย์ไทยมีความเชี่ยวชาญอย่างมากทั้งด้านเทคนิคและเรื่องของกายวิภาค เมื่อดูจากผลสำเร็จที่เอสเทค ฟาร์มา ทำให้แบรนด์สารลดเลือนริ้วรอย Aestox ขึ้นอันดับ 1 ในตลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เชื่อมั่นว่า เอสเทค ฟาร์มา จะสร้างการเติบโตในประเทศไทยให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ร่วมกันได้” 

 

กสิกิจ พ่วงภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด

 

กสิกิจ พ่วงภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเทค ฟาร์มา จำกัด เสริมว่า “เอสเทค ฟาร์มา ในฐานะผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์สารลดเลือนริ้วรอยแบรนด์ Aestox ตระหนักถึงความสำคัญในการมอบความรู้เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าว 

 

“โดยครั้งนี้จะมุ่งเน้นเสริมความรู้และเทคนิคทางการแพทย์เกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เช่น สารลดเลือนริ้วรอย หรือ Botulinum Toxin Type A และสารเติมเต็ม หรือ Hyaluronic Acid ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในประเทศไทย”  

 

จุน ลี อธิบายเพิ่มเติมว่า ส่วนสำคัญที่เน้นย้ำคือ การสื่อสารไปยังแพทย์ทุกคน ให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลแบบองค์รวม รวมถึงขยายองค์ความรู้ อัปเดตเทคนิคใหม่ๆ และนำสิ่งที่ได้ในวันนี้ไปสร้างประโยชน์และความพึงพอใจให้กับลูกค้าคนไทย

 

“ปัจจุบันมีเทคนิคมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคใหม่ของการใช้ผลิตภัณฑ์สารลดเลือนริ้วรอยและสารเติมเต็ม หรือการร้อยไหม ดังนั้นเพื่อให้ผลลัพธ์ทางด้านความงามที่สวยและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น จึงต้องเน้นไปที่นวัตกรรมและเทคนิค เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาแบบองค์รวม”

 

ยิ่งไปกว่านั้น การจัดงานที่ประเทศไทยยังตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยที่จะเป็น Hub ด้านตลาดสุขภาพและความงามในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

 

“เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพทางด้านบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ วิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย เราได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชั้นนำในเมืองไทยมาร่วมส่งต่อองค์ความรู้ด้วย ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้นานาประเทศเห็นถึงความสามารถของแพทย์เมืองไทย” 

 

กสิกิจยังเล่าถึงทิศทางการทำตลาดของฮูเจล อิงค์ ว่า ได้มีการขยายตลาดไปสู่ตลาดยุโรป รัสเซีย ลาตินอเมริกา และจีน เป็นที่เรียบร้อย

 

 

ปัจจุบัน Aestox เป็นสารลดเลือนริ้วรอย (Botulinum Toxin Type A) สัญชาติเกาหลีเพียงแบรนด์เดียวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสูงสุดทั้งในและต่างประเทศในเรื่องของมาตรฐานและความปลอดภัย เช่น EU Approved, China FDA, MSDF, TFDA รวมถึง USFDA ในอีกไม่นานนี้ ทั้งยังเป็นที่ยอมรับจากแพทย์และผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยส่วนแบ่งยอดขายอันดับ 1 ในไทยติดต่อกัน 2 ปี และในเกาหลีใต้ 7 ปีซ้อน

 

“นอกจากมาตรฐานที่ได้รับ ยังมุ่งเน้นด้านวิชาการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนำความรู้ใหม่ๆ ไปพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดในการรักษาที่มีความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง 

 

“แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะวิจัยและพัฒนาเทคนิคการฉีดอยู่เสมอ ซึ่งการฉีดสารลดเลือนริ้วรอยและสารเติมเต็มมีเทคนิคที่ต่างกัน เราจึงต้องการเน้นย้ำและให้ความรู้ใหม่ๆ กับแพทย์ไทย เช่น การฉีดสารลดเลือนริ้วรอยอาจเน้นไปที่กล้ามเนื้อ ในขณะที่สารเติมเต็มอาจเน้นบริเวณเนื้อเยื่อเล็กๆ เนื่องจากการออกฤทธิ์ต่างกัน” จุน ลี กล่าวเสริม

 

 

แต่งตั้งเอสเทค ฟาร์มา เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Aestox แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusive Distributor) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566

 

ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่มีเป้าหมายร่วมกัน ฮูเจล อิงค์ ได้แต่งตั้งเอสเทค ฟาร์มา ให้เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Aestox แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusive Distributor) เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ 

 

และยังมีความพร้อมที่จะประกาศยกระดับความร่วมมือในขั้นต่อไปภายในปีนี้ เพื่อสร้างการเติบโตที่จริงจังและเดินหน้าลุยตลาดสุขภาพและความงามในประเทศไทย เตรียมมอบประสบการณ์ทางด้านที่ดีให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ตอกย้ำความเชื่อมั่นผลิตภัณฑ์ความงามจากประเทศเกาหลีที่ได้รับการยอมรับในตลาดระดับโลก พร้อมปักหมุดประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความงามและสุขภาพ รวมทั้งเปิดตลาดความงามในประเทศไทยและเอเชีย

 

จุน ลี กล่าวว่า การยกระดับความร่วมมือสู่การเป็นพันธมิตรระยะยาวร่วมกับเอสเทค ฟาร์มา จะทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดในประเทศไทย

 

“นอกจากการแต่งตั้งให้เอสเทค ฟาร์มา เป็น Exclusive Distributor ในเดือนมิถุนายนนี้ เรายังมองไปถึงการยกระดับความร่วมมือในขั้นต่อไปอีกด้วย โดยฮูเจล อิงค์ และเอสเทค ฟาร์มา จะต้องมีการทำงานร่วมกันในมิติที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้าและคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความงาม (Aesthetic Destination) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของฮูเจล อิงค์ ในประเทศไทย รวมถึงการผลักดัน Aestox ให้คงเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจของทั้งคณะแพทย์และลูกค้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องสืบไป” 

 

 

กสิกิจเสริมว่า เอสเทค ฟาร์มา และฮูเจล อิงค์ มีความสัมพันธ์กันมานานกว่า 10 ปี ก่อนที่ฮูเจล อิงค์ จะเลือกให้เราเป็นผู้แทนจำหน่าย Aestox ในปี 2021 ทั้งสองบริษัทก็สร้างความเชื่อมั่นให้แก่กัน ทางเอสเทค ฟาร์มา เองก็มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด เพื่อมาตอบโจทย์ทางด้านสุขภาพและความงามของคนไทยให้ได้อย่างดีที่สุด ทำให้ Aestox กลายเป็นผู้นำในประเทศไทยถึง 2 ปีซ้อน

 

จุน ลี ยังบอกด้วยว่า แบรนด์อื่นๆ อาจมองหาแค่ผู้แทนจำหน่าย แต่สำหรับฮูเจล อิงค์ กลับมองในมุมที่ต่างออกไป 

 

“เรามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับเอสเทค ฟาร์มา มานาน การร่วมมือกันจะทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และยังทำให้เราสามารถทำวิจัยเชิงคลินิกได้ง่ายขึ้นสำหรับในประเทศ และยังเป็นศูนย์กลางให้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

“นอกจากนั้นยังส่งเสริมการทำแคมเปญการตลาดในภูมิภาคได้ง่ายขึ้น น่าจะเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้เราเอาชนะคู่แข่งที่มองหาแค่ตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศเท่านั้น แต่เราต้องการสร้างประเทศไทยให้เป็น Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

 

 

ในแง่ของความน่าเชื่อถือ การที่เอสเทค ฟาร์มา ได้รับเลือกให้เป็น Exclusive Distributor ยังเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดในเมืองไทยอีกด้วย เพราะกว่าที่ฮูเจล อิงค์ จะตัดสินใจเลือกพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทไหนอย่างจริงจัง ต้องใช้เวลาพิจารณากว่า 10 ปี

 

ภายในปีนี้เอสเทค ฟาร์มา มีแผนขยายธุรกิจไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มไลน์ธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความงามภายใต้แนวคิด ‘Inclusive Well-Being Life for More Happiness’ ที่เชื่อว่า ทุกคนมีสิทธิ์อย่างเท่าเทียมในการมีสุขภาพกาย สุขภาพใจที่ดี และเชื่อในความงามที่เท่าเทียม การเคารพในความงามที่แตกต่าง และดูดีในแบบของตนเอง

 

“เรามีแผนที่จะอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1,000 ล้านบาทผ่าน 3 พันธกิจหลัก อันประกอบไปด้วย 

 

  1. คุณภาพระดับโลก (World Class Standard) 
  2. การสร้างนวัตกรรมเพื่อสุขภาวะ (Creating Well-Being Innovation) 
  3. การให้บริการด้วยหัวใจ พิถีพิถัน และใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภค (Craft & Care Service Experience)

 

เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด และเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางด้านวิชาการ โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราชและจุฬาลงกรณ์”

 

“เอสเทค ฟาร์มา มีพันธกิจสำคัญในการส่งมอบสุขภาวะที่ดีทั้งกายและใจด้วยความพิถีพิถันและใส่ใจ เพื่อส่งต่อความสุขและสร้างความมั่นใจให้กับผู้คนในการใช้ชีวิตที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม” กสิกิจกล่าวทิ้งท้าย 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising