×

ไฟป่าก็มีชื่อด้วย ทำไมคนอเมริกันต้องตั้งชื่อไฟป่า

โดย Mr.Vop
30.10.2019
  • LOADING...
คนอเมริกันต้องตั้งชื่อไฟป่า

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • โดยทั่วไปในเกือบทุกประเทศ ‘ไฟป่า’ เป็นภัยธรรมชาติที่ไม่นิยมตั้งชื่อเรียกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เนื่องจาก​ไม่ได้เป็นภัยธรรมชาติ​ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ หรืออาจ​เกิดเป็นพื้นที่เล็กๆ ไม่กว้างขวางนัก รวมทั้งมักเกิดเป็นเวลาไม่นาน
  • แต่ในสหรัฐอเมริกากลับไม่เป็นเช่นนั้น หลายรัฐแถบชายฝั่งตะวันตก​ของ​ประเทศ​มีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยมากในทุกปี และมักเผาไหม้​เป็นพื้นที่กว้าง รวมทั้ง​เกิดเป็นระยะเวลายาวนาน หรือบางครั้งอาจเกิด 2-3 แห่งพร้อมๆ กัน ซึ่งมักสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นคนอเมริกันจึงนิยมตั้งชื่อเรียกไฟป่าที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนแตกต่างกันไปเพื่อสะดวกในการรับมือ ออกข่าว และแจ้งเตือนให้ระวังภัย 
  • หลายครั้งจะตั้งชื่อไฟป่าตามจุดที่ก่อกำเนิด เช่น ชื่อสถานที่ ถนน แม่น้ำ ภูเขา น้ำตก หรือบางครั้งตั้งชื่อตามหน่วยงานแรกที่เข้าไประงับเหตุ เช่น ชื่อนักผจญเพลิงคนแรกหรือหน่วยดับเพลิงกลุ่มแรก 

ทุกวันนี้เราอาจคุ้นชินกับพายุลูกต่างๆ ที่มีชื่อเรียกให้จดจำ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าในสหรัฐอเมริกานั้น แม้แต่ไฟป่าก็มีการตั้งชื่อให้เรียกขานเช่นกัน

 

ก่อนอื่นเราควรมาทำความเข้าใจถึงความจำเป็นในการตั้งชื่อเรียกตัวต้นเหตุของภัยธรรมชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการเพิ่มความสะดวกในการออกข่าวและแจ้งเตือนให้ระวังภัย 

 

ยกตัวอย่างเช่น หากเกิดการก่อตัวของพายุ​หมุน​เขตร้อน​พร้อมกัน 2 ลูกขึ้นไป ถ้าไม่มีการตั้งชื่อให้เจาะจงแล้วก็ย่อมเป็นการลำบากและอาจสร้างความสับสนให้หน่วยงานกู้ภัย รวมทั้งสื่อมวลชนและประชาชนในการเฝ้าระวังว่าพายุลูกไหนจะขึ้นฝั่งที่ไหนก่อนกัน และเคลื่อนตัวไปทางไหน เวลาไหน 

 

และแม้พายุได้เคลื่อนผ่านและสลายตัวไปแล้ว ชื่อของพายุก็ยังจำเป็นต้องใช้ในการอ้างอิงเพื่อทำเอกสารด้านประกันภัยและชดเชยความเสียหาย รวมทั้งขั้นตอนการเยียวยาต่างๆ 

 

แต่โดยทั่วไปในเกือบทุกประเทศ ‘ไฟป่า’ เป็นภัยธรรมชาติที่ไม่นิยมตั้งชื่อเรียกอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เนื่องจาก​ไม่ได้เป็นภัยธรรมชาติ​ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ หรืออาจ​เกิดเป็นพื้นที่เล็กๆ เป็นบริเวณไม่กว้างขวางนัก รวมทั้งมักเกิดเป็นเวลาไม่นาน 

 

แต่สำหรับสหรัฐอเมริกากลับไม่เป็นเช่นนั้น หลายรัฐแถบชายฝั่งตะวันตก​ของ​ประเทศ​มีไฟป่าเกิดบ่อยมากในทุกปี และมักเผาไหม้​เป็นพื้นที่กว้าง รวมทั้ง​เกิดเป็นระยะเวลายาวนาน หรือบางครั้งอาจเกิด 2-3 แห่งพร้อมๆ กัน และมักสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน 

 

ดังนั้นคนอเมริกันจึงนิยมตั้งชื่อเรียกไฟป่าที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนแตกต่างกันไป และเนื่องด้วยไม่มีระบบการกำหนดชื่ออย่างเป็นแบบแผน ไฟป่าของสหรัฐอเมริกาจึงมักตั้งชื่อตามชื่อภูมิประเทศที่ศูนย์​กลางของไฟป่าครั้งนั้นได้ก่อตัวขึ้น 

 

คนอเมริกันต้องตั้งชื่อไฟป่า

 

ในยุคก่อนอาจเป็นชื่อของภูเขา แม่น้ำ หรือทะเลสาบ​ แต่ในสมัยนี้มักตั้งชื่อไฟป่าตามชื่อถนน ชุมชน 

 

ยกตัวอย่าง​เช่น ไฟป่า Carr ที่เผาไหม้บ้าน​เรือน​ประชาชน​ไปกว่า 1,000 หลังและคร่าชีวิตผู้คนไป 8 ราย ช่วงเดือนกันยายนถึงสิงหาคม ​ปี 2018 ได้ชื่อมาจากชื่อถนน Carr Powerhouse และเลือกใช้​ชื่อ​นี้โดยสื่อ San Francisco Chronicle

 

ไฟป่า Camp ที่ก่อตัวทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย และเผาไหม้พื้นที่ป่าเป็นบริเวณกว้างกว่า 109,000 เอเคอร์ บ้านเรือนประชาชนตกอยู่ในกองเพลิงกว่า 6,453 หลัง คร่าชีวิต​ผู้คน​ไป 23 ราย ก็ถูกตั้งชื่อตามชื่อถนน Camp Creek โดยสื่อมวลชน KXTV

 

ส่วนไฟป่า Woolsey ในลอสแอนเจลิส​ที่กินบริเวณ​กว้างกว่า​ 83,275 เอเคอร์ คร่าชีวิตประชาชน​ไป 2 ราย และเผาผลาญบ้านเรือน ​177 หลัง ตั้งชื่อตามชื่อถนน Woolsey Canyon โดย Los Angeles Daily News

 

หรือชื่อไฟป่า Dude ในเดือนมิถุนายน ปี 1990 ซึ่งคร่าชีวิต​นักผจญเพลิงไปหลายนายก็มีที่มาจากยอดเขา Dude Creek ในแอริโซนา ไฟป่า Pumpkin ที่เผาผลาญ​พื้นที่ป่ากว่า 14,757 เอเคอร์​แถบภูเขา​ Kendrick ก็ได้ชื่อมาจากชื่อชุมชน ขณะที่ไฟป่า Museum มาจากชื่อพิพิธภัณฑ์ Museum of Northern Arizona ใกล้ที่เกิดเหตุ

 

หรือหนึ่งในไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างไฟป่า Cedar ในซานดิเอโก ปี 2003 ที่คร่าชีวิต​นักผจญ​เพลิง​ไป 1 ราย ประชาชน ​14 รายก็ตั้งชื่อตามป่าบริเวณน้ำตก Cedar Creek ที่เป็นจุดก่อกำเนิดไฟ ตั้งโดยหน่วยงานผจญเพลิงและผู้บัญชาการเหตุการณ์

 

คนอเมริกันต้องตั้งชื่อไฟป่า

 

แต่กระนั้นก็มีหลายครั้งที่การตั้งชื่อจะเน้นความรวดเร็วเป็นหลักเพื่อการอ้างอิงในการบรรเทาสถานการณ์ ดังนั้นจึงมีการตั้งชื่อตามหน่วยงานแรกที่เข้าไประงับเหตุ เช่น ชื่อนักผจญเพลิงคนแรกหรือกลุ่มแรก จากผู้บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันภัย หรืออาจเป็นการตั้งชื่อจากสื่อมวลชนรายแรกที่นำเสนอข่าวไฟป่าครั้งนั้น

 

บางครั้งไฟป่าก็มีชื่อที่ออกแนวแปลก เช่น มีชื่อเป็นตัวเลขล้วนๆ อย่างชื่อของไฟป่า 416 ในอุทยานแห่งชาติ​ซานฮวน รัฐโคโลราโด ชื่อนี้มีที่มาจาก​หน่วยงาน Columbine Ranger District หมายถึงเหตุการณ์เตือนภัยครั้งที่ 416 ของอุทยานแห่งชาติ​นี้ (ไม่ใช่ไฟป่าครั้งที่ 416 เพราะนับรวมสัญญาณเตือนผิดพลาดและอื่นๆ ด้วย)​ ไฟป่าครั้งนั้นเผาผลาญ​พื้นที่ป่าไปกว่า 50,000 เอเคอร์​ แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต เพราะเกิดในป่าที่อยู่ห่างไกลบ้านเรือนประชาชน

 

คนอเมริกันต้องตั้งชื่อไฟป่า

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ อย่าง National Multi-Agency Coordinating Group (NMAC) ก็พยายามเข้ามาควบคุมดูแลการตั้งชื่อไฟป่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับสังคมในภายหลัง 

 

ยกตัวอย่างเช่น ห้ามตั้งชื่อไฟป่าที่มีวลีทำนอง ‘Dead Man’ หรือ ‘Deadman’ ห้ามตั้งชื่อเกี่ยวกับทรัพย์สินของเอกชน ชื่อที่เป็นการโฆษณาสินค้า ห้ามตั้งชื่อออกไปในทางล้อเลียน หรือออกแนวน่ารัก หรือตลกขบขัน เพราะอาจมีความสูญเสีย และผู้ประสบภัยคงไม่มีอารมณ์ขันร่วมด้วยกับชื่อไฟป่านั้นๆ 

 

นอกจากนี้ยังห้ามตั้งชื่อคล้องจองปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่าง ‘Eclipse’ (ที่ใช้กับสุริยคราสหรือจันทรคราส) หรือการแข่งกีฬาซูเปอร์โบวล์ เพราะอาจก่อความสับสน และหากชื่อไฟป่าซ้ำกับที่เคยตั้งไปแล้ว ให้พ่วงท้ายเป็นหมายเลขลำดับ เช่น Horseshoe ในปี 1996 และ Horseshoe-2 ในปี 2011 หรืออาจใช้เลขปีต่อท้ายไปตรงๆ ก็ได้ 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories