×

ชวนมาเคลียร์ปัญหา ทำไมทาครีมแล้วไม่เห็นผล?

25.05.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • เคลียร์ปัญหาการทาครีมแล้วไม่เห็นผล ด้วยการกลับไปที่จุดเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ผิว เมื่อรู้จักสภาพผิวของตัวเองจะช่วยให้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวถูกต้องและเห็นผลมากขึ้น
  • คนผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม และผิวบอบบางแพ้ง่ายต่างมีวิธีการทำความสะอาดและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน ยิ่งเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิว การทาครีมจะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจยิ่งขึ้น

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่นั่งหัวเสียอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งทุกครั้งที่ส่องกระจก เพราะหงุดหงิดที่อุตส่าห์ทาครีมดังๆ ยี่ห้อดีๆ แต่กลับไม่เห็นผล แทนที่จะหัวเสียกับกระปุกครีมในมือ THE STANDARD ชวนมาเคลียร์ปัญหานี้ไปพร้อมกัน โดยถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้น จะพบว่าต้นตอของปัญหานี้มันไม่ใช่ความผิดของสกินแคร์เลย แต่กลับเป็นตัวเราต่างหาก เนื่องจากถ้ามีการวิเคราะห์และรู้จักผิวของตัวเองแต่แรก ก็สามารถช่วยให้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวถูกต้องและเห็นผลได้มากขึ้น นี่คือเทคนิควิเคราะห์แต่ละสภาพผิว เพื่อที่จะได้เลือกใช้สกินแคร์เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและน่าพอใจมากขึ้น

 

ผิวธรรมดา

จุดสังเกต: ผิวมีความเรียบเนียน สม่ำเสมอ รูขุมขนมีขนาดเล็ก บริเวณแก้มมักจะเป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนใบหน้า แต่ไม่แห้งจนเกินไป ซึ่งบางครั้งคนผิวธรรมดาจะรู้สึกว่าผิวมีความมัน และรูขุมขนแลดูกว้างโดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง แต่ความสมดุลระหว่างน้ำและน้ำมันในผิวมีความสมดุลที่พอดี ทำให้นี่เป็นชนิดผิวที่ง่ายต่อการดูแล รวมทั้งง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้วย

 

การดูแลผิวธรรมดา
ควรทำความสะอาดผิวธรรมดาด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบมีฟอง เช่น โฟม วิปโฟม สบู่ก้อนออร์แกนิกสำหรับทำความสะอาดผิวหน้า ส่วนขั้นตอนบำรุง ควรเลือกเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยสกินแคร์เนื้อโลชันบางเบา หากเป็นครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ต้องไม่ใช่เนื้อครีมที่เข้มข้นเกินไป ควรเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ซึมเข้าผิวง่าย และใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

 

วิธีอื่นๆ

เลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี เพื่อรักษาผิวให้มีความนุ่มนวลเรียบเนียน และอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ การรักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวและช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวันร่วมด้วย และหาเวลาสครับผิวเดือนละ 2 ครั้ง

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Laneige Moist Cream Cleanser (850 บาท)

 

 

2. Fresh Lotus Youth Preserve Rescue & Recover Face Mask (2,700 บาท)

 

 

3. Philosophy Take A Deep Breath Oil-Free Oxygenating Gel Cream (1,490 บาท)

 

ผิวแห้ง

จุดสังเกต: คนผิวแห้งเมื่อล้างหน้าเสร็จจะรู้สึกตึงๆ ที่ผิว บางครั้งจะเห็นว่าผิวลอกเป็นขุยชัดเจน ใบหน้าดูแห้ง และเมื่อลองเอามือจับหรือสัมผัสใบหน้าดู จะรู้สึกว่าหยาบและไม่เรียบเนียน เนื่องจากผิวขาดความชุ่มชื้นอย่างมาก และเสี่ยงต่อการเป็นผิวแพ้ง่าย ข้อดีคือคนผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่เล็กจนแทบจะมองไม่เห็น แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียที่ใหญ่หลวงคือเป็นผิวที่มักเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่นๆ

 

การดูแลผิวแห้ง

ควรเพิ่มความใส่ใจเป็นพิเศษในการดูแลผิว โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยไม่ให้ผิวแห้งตึง ส่วนขั้นตอนการบำรุงควรบำรุงผิวอย่างดี โดยเริ่มจากน้ำมันบำรุงผิวหน้าเนื้อเบา แล้วค่อยตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เข้มข้นกว่าทาทับลงไป เลือกจากสูตรที่สามารถเติมความชุ่มชื้น เติมน้ำให้ผิวได้

 

วิธีอื่นๆ ควรปรับไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับการกิน โดยเลือกกินอาหารดีมีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ คนผิวแห้งที่อยู่ในห้องปรับอากาศเป็นเวลานานจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรหาเครื่องทำความชื้นมาไว้ในบ้านหรือที่ทำงานก็สามารถช่วยได้ ที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอทุกวัน งดกาเฟอีนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกหนึ่งสาเหตุของผิวขาดน้ำที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

 

Editor’s Picks  

 

 

1. Clinique Moisture Surge Extended Replenishing Hydrator (1,900 บาท)

 

 

2. Tarte Travel Maracuja Oil (540 บาท)

 

 

3. Origins Checks and Balances™ Frothy Face Wash (1,000 บาท)

 

ผิวมัน
จุดสังเกต: มีความมันเงาบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) มีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้รูขุมขนใหญ่และมองเห็นได้ชัดเจน คนผิวมันมักจะเป็นสิวอักเสบบ่อยๆ แต่ก็มีข้อดีตรงที่เกิดริ้วรอยยากกว่าคนผิวแห้ง

 

การดูแลผิวมัน

วิธีการดูแลผิวมัน เริ่มจากการล้างหน้าให้สะอาด 2 ครั้งต่อวัน เช้าและเย็น เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่บนผิวหน้า การล้างหน้าจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้เกิดการอุดตัน หลังล้างหน้านั้นคนผิวมันเหมาะกับโทนเนอร์ที่ใช้เช็ดผิวเพื่อปรับสมดุลผิวและกำจัดน้ำมันส่วนเกิน ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้เล็งชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อรักษาระดับความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ไม่ให้ผิวแห้งหรือมันเกินไป

 

วิธีอื่นๆ

รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหมั่นดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นสิวอยู่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวหรือยารักษาสิว ทารักษาควบคู่ไปกับการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จะช่วยให้การทาครีมเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Editor’s Picks

 

 

1. Mario Badescu Silver Powder (495 บาท)

 

 

2. Etude House AC Clean Up Toner (550 บาท)

 

 

3. Boscia Detoxifying Black Cleanser (1,360 บาท)

 

ผิวผสม

จุดสังเกต: มีความมันบริเวณทีโซน (หน้าผาก จมูก และคาง) แต่ข้างแก้มทั้งสองข้างจะค่อนข้างแห้ง หรือมีบางจุดที่ขาดความชุ่มชื้น บางคนอาจมีรูขุมขนกว้างบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง

 

การดูแลผิวผสม

ผิวผสมจำเป็นต้องทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอโดยเลือกใช้สกินแคร์แยกส่วนกัน เช่น ผิวบริเวณที่มีความมันนั้นควรปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์เป็นประจำ และบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ส่วนบริเวณที่ผิวแห้งนั้น คนผิวผสมเหมาะกับการเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA (Alpha Hydroxy Acids) เป็นส่วนประกอบซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผิวผสม ทั้งช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวด้วย

 

วิธีอื่นๆ

อย่าลืมทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน และสามารถมาสก์หน้าเดือนละ 2-3 ครั้ง ปัจจุบันมีมาสก์ที่ตอบโจทย์ผิวผสมที่เลือกมาสก์เฉพาะจุดได้

 

Editor’s Picks

 

 

1. Aesop In Two Minds Facial Cleanser (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)

 

 

2. Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner (990 บาท)

 

 

3. Fresh Rose Deep Hydration Face Serum (2,000 บาท)

 

ผิวบอบบางแพ้ง่าย

จุดสังเกต: ผิวบอบบางแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้ทั้งในผิวแห้งและผิวมัน จะมีลักษณะของผิวที่ระคายเคืองง่าย เวลาใช้เครื่องสำอางจะพบปัญหามากกว่าผิวประเภทอื่นๆ เพราะแพ้ง่ายและไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้มองเห็นเป็นรอยแดง เป็นจ้ำๆ และมีอาการคัน

 

การดูแลผิวบอบบางแพ้ง่าย

ผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าจะล้างหน้าหรือบำรุง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ คือ ความอ่อนโยนของผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ประเภทที่เสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว ทางรอดเดียวคือมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าผลิตมาสำหรับผิวที่บอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ซึ่งจะเข้าดูแลผิวได้ตรงสภาพผิว และปลอดภัยมากกว่า

 

วิธีอื่นๆ

เลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่าย อาจมองหาแบรนด์ที่เป็น Vegan 100% หรือแบรนด์ออร์แกนิก ที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี เพื่อไม่ให้สร้างความระคายเคืองแก่ผิว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกในตลาดในไทยเยอะขึ้นมาก เช่นร้าน All About You ที่รวมผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากทั่วโลกมารวมไว้ที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับผิวทุกประเภท

 

Editor’s Picks

 

 

1. Dr Jart+ Cicapair Serum (1,910 บาท)

 

 

2. Eucerin Aquaporin Active Cream (680 บาท)

 

 

3. Clarins Extra-Comfort Toning Lotion (สอบถามราคาได้ที่เคาน์เตอร์)  

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories