Hermès ออกมารายงานยอดขายไตรมาสแรกประจำปี 2026 ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ 6% ตามอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ แม้จะได้รับผลกระทบจากสงครามในอิหร่าน ที่ส่งผลต่อการใช้จ่ายในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงพื้นที่หลักของแบรนด์อย่างฝรั่งเศส เนื่องจากเหตุผลเรื่องการเดินทางของนักท่องเที่ยว
ในรายงานระบุรายได้รวมในช่วงสามเดือนแรกอยู่ที่ 4.1 พันล้านยูโร หรือราว 154 แสนล้านบาท ซึ่งได้มาจากยอดขายของกลุ่มสินค้าต่างๆ เช่น กระเป๋า Hermès Birkin และ Kelly ผ้าพันคอไหม และ น้ำหอมเติบโตขึ้น 6% เมื่อปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้รายได้ของแอร์เมสลดลง 290 ล้านยูโร ส่งผลให้ยอดขายที่รายงานลดลง 1% เหลือ 4.07 พันล้านยูโร (4.80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จาก 4.13 พันล้านยูโรในปีก่อนหน้า
ทาง Hermès กล่าวว่าการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวเนื่องจากความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อยอดขายในร้านค้าสัมปทานที่สนามบิน และ ในตะวันออกกลาง รวมถึงในสหราชอาณาจักร อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนักชอปจากกลุ่มประเทศอ่าวเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลางในไตรมาสนี้ลดลงถึง 6% เมื่อปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว เหลือ 160 ล้านยูโร จาก 185 ล้านยูโรในไตรมาสแรกของปีที่แล้ว แม้ว่าตะวันออกกลางจะมีสัดส่วนเพียง 4.4% ของยอดขายทั้งหมด แต่ก็เป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับ Hermès ในปีที่ผ่านมา
ยอดขายในฝรั่งเศสลดลง 2.8% เนื่องจากการท่องเที่ยวลดลง และในเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มียอดขายมากที่สุดสำหรับ Hermès รายได้เติบโตเพียง 3.5% เนื่องจากปัญหาการเดินทางทางอากาศก็ส่งผลกระทบเช่นกัน แต่ยังมีแรงช่วยจากการเปิดสาขาใหม่ในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นตลาดที่มาแรงที่สุด โดยยอดขายที่ปรับตามอัตราแลกเปลี่ยนแล้วเพิ่มขึ้นมากถึง 17.2% จากทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และประเทศกลุ่มอเมริกาใต้
ภาพ: Hermès
อ้างอิง:

