เจ้าฟ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ (King Haakon VIII) ต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 (King Harald V) พระราชบิดาผู้ล่วงลับ ซึ่งเสด็จสวรรคตในวัย 89 พรรษาหลังจากครองสิริราชสมบัติมานานถึง 35 ปี เมื่อวานนี้ (28 สิงหาคม)
‘สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8’ คือใคร
สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 นับเป็นกษัตริย์องค์ที่ 4 ของระบอบราชาธิปไตยสมัยใหม่ของนอร์เวย์ นับตั้งแต่การสถาปนาราชวงศ์ขึ้นใหม่เมื่อปี 1905 หลังจากประเทศได้รับเอกราชจากสวีเดน
พระองค์ทรงเป็นพระราชโอรสองค์เล็กใน สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 และสมเด็จพระราชินีซอนยา (Queen Sonja) ประสูติเมื่อปี 1973 ขณะนี้ทรงมีพระชนมพรรษา 53 พรรษา และทรงมีศักดิ์เป็นทายาทสายตรงรุ่นที่ 5 ของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร
พระองค์ทรงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมารในปี 1991 ขณะมีพระชนมายุเพียง 17 พรรษา หลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5 พระอัยกา (ปู่)
พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการทหารเรือนอร์เวย์ (Norwegian Naval Academy) ในปี 1995 และได้ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพเรือเป็นเวลารวม 4 ปี ก่อนจะศึกษาต่อทางด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (UC Berkeley) ประเทศสหรัฐอเมริกา
การอภิเษกสมรส และทายาทผู้สืบราชบัลลังก์
กษัตริย์โฮกุนที่ 8 ทรงพบกับ เม็ตเตอ-มาริต ในปี 1999 และอภิเษกสมรสกันในปี 2001 การคบหากันในขณะนั้นก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสังคมนอร์เวย์ เนื่องจาก เม็ตเตอ-มาริต เป็นสามัญชน เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกติดวัย 4 ขวบซึ่งพ่อของเด็กเคยต้องโทษคดียาเสพติด อีกทั้งตัวเธอเองยังมีอดีตที่โลดโผนเกี่ยวกับปาร์ตี้และยาเสพติด และการย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกันก่อนแต่งงานยังถูกวิจารณ์โดยคริสตจักรลูเทอรันแห่งนอร์เวย์
3 วันก่อนพิธีอภิเษกสมรส เม็ตเตอ-มาริต ได้เปิดใจขออภัยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับอดีตของเธอ ซึ่งจุดนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอชนะใจประชาชน และได้รับการยกย่องว่าเป็นภาพลักษณ์ของราชวงศ์ยุคใหม่ที่กล้าก้าวข้ามกรอบเดิมๆ
กษัตริย์โฮกุนที่ 8 มีพระราชโอรส-ธิดาร่วมกับ สมเด็จพระราชินีเม็ตเตอ-มาริตแห่งนอร์เวย์ 2 พระองค์ คือ เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซันดรา มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ และเจ้าชายสแวร์เรอ มักนุสแห่งนอร์เวย์
หลังการเสด็จขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โฮกุนที่ 8 เจ้าหญิงอิงกริด วัย 22 พรรษา ได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมารี และเตรียมก้าวขึ้นเป็นพระประมุขหญิงองค์แรกของนอร์เวย์นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ภายใต้การแก้ไขกฎมณเฑียรบาลในปี 1990 ที่อนุญาตให้บุตรคนแรกสืบราชสันตติวงศ์ได้ ‘โดยไม่จำกัดเพศ’
อย่างไรก็ตาม ทั้งประเด็นอื้อฉาวของพระราชินีเม็ตเตอ-มาริต ที่เธอเคยมีมิตรภาพยาวนาน 3 ปีกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่เสียชีวิตไปแล้ว ประกอบกับ คดีความของ มาริอุส บอร์ก ฮอยบี บุตรติดของพระราชินีแห่งนอร์เวย์ เพิ่งถูกตัดสินโทษจำคุก 4 ปี เมื่อเดือนมิถุนายนในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราและข้อหาอื่นๆ
มรสุมเหล่านี้นำไปสู่ผลสำรวจความนิยมของประชาชนต่อนอร์เวย์ที่ตกลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิม 72% ในปี ค.ศ. 2024 ลดลงเหลือเพียง 54% ในปีนี้ แม้พระราชินีจะออกแถลงการณ์ขออภัยต่อกรณี เอปสตีน และทางราชสำนักจะย้ำชัดเจนว่า มาริอุส ไม่ใช่สมาชิกราชวงศ์กลึคส์บวร์คแห่งนอร์เวย์ (House of Glücksburg) ก็ตาม
แม้กษัตริย์โฮกุนที่ 8 จะก้าวขึ้นสู่ราชบัลลังก์ในช่วงที่ภาพลักษณ์ราชวงศ์อาจถูกตั้งคำถาม แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านราชวงศ์วิเคราะห์ว่า พระองค์เป็นผู้ขยันขันแข็ง ได้รับความเคารพอย่างกว้างขวาง และมีความพร้อมอย่างยิ่งในการแบกรับหน้าที่กษัตริย์ เพื่อนำพาราชวงศ์ก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้ โดยพระองค์ยังทรงยึดมั่นในพระราชปณิธานเดียวกันกับพระราชบิดาคือ “All for Norway” (ทั้งหมดเพื่อนอร์เวย์)
รัชสมัยใหม่ของราชวงศ์กลึคส์บวร์คแห่งนอร์เวย์ ‘เริ่มต้นขึ้นแล้ว’…
ภาพ: Det Norske Kongehuset
อ้างอิง:


