บริษัท เจ คอนเซปต์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ไก่ทอดเกาหลี GUGU Chicken ใช้โอกาสครบรอบ 6 ปี ในการเริ่มขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์เป็นครั้งแรก หลังบริหารสาขาในรูปแบบ Corporate Store ด้วยตัวเองมาตลอดที่ 35 สาขา โดยตั้งเป้ารายได้รวม 500 ล้านบาทและขยายแฟรนไชส์ใหม่อีก 10 สาขาภายในปี 2569
ประเด็นสำคัญ
โครงสร้างรายได้ตามแผนของบริษัทในปี 2569 มาจากสาขา Corporate Store ราว 70-75% ของรายได้รวม สัดส่วนจากแฟรนไชส์ใหม่อยู่ที่ 25-30% และมีรายได้จากธุรกิจซัพพลายเชนผ่านบริษัทในเครือ J Logis อีกประมาณ 140 ล้านบาท
GUGU Chicken มองว่าในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า สัดส่วนรายได้จากแฟรนไชส์จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและกลายเป็นแหล่งรายได้หลักในการเติบโต
มองช่องว่าง ‘Value + System’ ในตลาดที่เริ่มอิ่มตัว
ตลาดไก่ทอดเกาหลีในไทยอยู่ในภาวะ Red Ocean โดยมีเจ้าตลาดเดิมครองส่วนแบ่งหลัก เริ่มเห็นสัญญาณอิ่มตัวและการแข่งขันด้านราคา (Price War) ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดย GUGU Chicken ประเมินว่าผู้บริโภคใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้นและให้น้ำหนักกับความคุ้มค่า (Value-driven) มากกว่าเดิม
จากภาพดังกล่าว GUGU Chicken มองว่าช่องว่างที่ยังเหลือในตลาดอยู่ในมิติของ ‘Value + System’ กลยุทธ์ปี 2569 จึงวางบนแกน ‘ถูกกว่า แตกต่างกว่า มีระบบแข็งแรงกว่า’ ตามที่บริษัทระบุ ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- การ Repositioning เมนูจากของกินเล่นสู่มื้ออาหาร (Mealization / Perfect Meal) เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้นและไม่ต้องใช้จ่ายสูง
- การใช้ระบบ ERP และซัพพลายเชนของ J Logis ควบคุมคุณภาพและต้นทุน
- การสร้างความแตกต่างผ่านโปรโมชัน, คอนเทนต์, ประสบการณ์ และพาร์ทเนอร์ชิป
แนวทาง Mealization ไม่ได้เน้นการเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อบิล (Ticket Size) โดยตรง แต่ช่วยเพิ่มจำนวนออเดอร์และความถี่ในการซื้อ ส่วนกลยุทธ์ซื้อซ้ำ บริษัทใช้ข้อมูลยอดขายและพฤติกรรมลูกค้ามาออกแบบโปรโมชันและชุดเมนูตามช่วงเวลา สื่อสารผ่าน LINE และออกเมนูใหม่ต่อเนื่อง พร้อมพยายามควบคุมต้นทุนภายในเพื่อชะลอการปรับขึ้นราคา
โมเดลแฟรนไชส์เริ่มต้น 4 แสนบาท
โมเดลแฟรนไชส์ของ GUGU Chicken แบ่งเป็น 2 ระดับเงินลงทุน ระดับแรกคือ Conversion Model ใช้เงินลงทุนประมาณ 400,000-500,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการที่มีพื้นที่หรือร้านเดิมอยู่แล้ว
ส่วนระดับที่สองคือร้านมาตรฐานแบบ Standalone หรือในศูนย์การค้า เริ่มต้นที่ 655,000 บาทขึ้นไป ขึ้นกับขนาดทำเลและพื้นที่ ยังไม่รวมค่าก่อสร้างและตกแต่งภายใน บริษัทประเมินระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยที่ 2.5 ปี และอาจเร็วกว่านั้นขึ้นกับทำเล
แฟรนไชส์ทุกสาขาอยู่ภายใต้รูปแบบ System Franchise ที่มีการสนับสนุนจากส่วนกลาง ทั้งซัพพลายเชนและวัตถุดิบจากครัวกลาง, มาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) และการฝึกอบรมก่อนเปิดร้าน รวมถึงระบบ ERP และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบริหารยอดขายและต้นทุน
สำหรับการนำร่องได้เปิดสาขาแฟรนไชส์แรกที่ย่านสรงประภา ก่อนทยอยขยายให้ครบ 10 สาขาภายในปีนี้
J Logis และ ERP ช่วยลดต้นทุนแฟรนไชส์ 3-5%
ระบบหลังบ้านของ GUGU Chicken บริหารโดยบริษัทในเครือ J Logis ควบคู่กับระบบ ERP ที่เชื่อมข้อมูลตั้งแต่การสั่งซื้อ, บริหารสต็อก และจัดส่งแบบเรียลไทม์
บริษัทประเมินว่า ระบบ ERP จะช่วยให้แฟรนไชส์ซีลดต้นทุนและเพิ่มมาร์จิ้นได้ราว 3-5% โดยมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ การรวมการสั่งซื้อทำให้ได้ต้นทุนวัตถุดิบดีขึ้น, การวางแผนสต็อกและสั่งซื้อแม่นยำขึ้นช่วยลดของเสียและของค้างสต็อก, และการใช้ข้อมูลควบคุมต้นทุนรายสาขา
ในกรณีวัตถุดิบนำเข้าจากเกาหลีที่มีความผันผวนเรื่องราคาและค่าเงิน บริษัทใช้การวางแผนล่วงหน้าและสั่งซื้อแบบรวมศูนย์เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาว
ฝั่งการนำ AI มาใช้ในการดำเนินงาน บริษัทระบุว่ามี 3 Use Case ที่ใช้งานจริง ได้แก่ Demand Forecast และ Auto Ordering ที่ใช้ข้อมูลยอดขายย้อนหลังคาดการณ์ยอดขายล่วงหน้า เชื่อมกับระบบสั่งวัตถุดิบอัตโนมัติเพื่อลด Food Waste, Menu และ Sales Optimization ที่วิเคราะห์ข้อมูลจาก POS เพื่อออกแบบโปรโมชันและชุดเมนู สุดท้ายคือ Inventory และ Cost Control ที่เปรียบเทียบการใช้วัตถุดิบจริงกับมาตรฐานเพื่อควบคุมต้นทุนรายสาขา
ขณะเดียวกันมีการควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำผ่านครัวกลางและระบบจัดส่งของ J Logis ส่วนปลายน้ำใช้ ERP และ POS Monitoring ตรวจจับความผิดปกติของยอดขาย, การใช้วัตถุดิบ และสต็อก หากพบการใช้วัตถุดิบสูงกว่ามาตรฐาน ระบบจะแจ้งเตือนให้ทีมส่วนกลางเข้าไปวิเคราะห์ พร้อมส่งทีมลงพื้นที่ติดตามการทำงานของสาขาต่อเนื่อง
ในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า GUGU Chicken วางแผนขยายแฟรนไชส์ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พัฒนาระบบซัพพลายเชนและครัวกลางเพื่อรองรับการเติบโต และเพิ่มรูปแบบร้านให้หลากหลาย เช่น โมเดลร้านขนาดเล็กที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง เป็นต้น

