ทรงพล ผ.อ.ใหม่ออมสิน เปิดวิสัยทัศน์ ตั้งเป้าปี 2569 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.7-3.2 แสนล้านบาท ดันเศรษฐกิจฐานราก คาด Outstanding Loan โตสุทธิ 5,000-10,000 ล้านบาท ชูโมเดล ‘From Birth to Legacy’ ดูแลการเงินคนไทยทุกช่วงชีวิต
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (28 เมษายน) ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ แถลงวิสัยทัศน์เป็นครั้งแรก หลังจากรับตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนที่ 18 โดยตั้งเป้าปี 2569 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.7-3.2 แสนล้านบาท เน้นความสำคัญที่ประชาชนรายย่อย หรือเศรษฐกิจฐานราก แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่
- ดึงประชาชนฐานรากเข้าสู่ระบบกว่า 1 ล้านราย วงเงินรวมประมาณ 100,000 ล้านบาท
- ปล่อยสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย (SME) อีก 1.2 แสนล้าน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับสินเชื่อในปี 2568
- สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งสินเชื่อเพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) และการซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าสิ้นปี 2569 จะมียอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) เติบโตสุทธิราว 5,000-10,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากปีก่อนที่ 3 ล้านบาท
ทรงพลกล่าวว่า บทบาทของธนาคารออมสินในระยะต่อไป ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ต้องเป็นสถาบันที่ช่วยสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืน
2 ภารกิจหลัก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ทั้งนี้ ทรงพลได้วาง 2 ภารกิจสำคัญในการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ได้แก่
- ช่วยเหลือประชาชนรายย่อยและกลุ่มฐานรากให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และสร้างวินัยทางการเงินระยะยาว โดยเฉพาะการดูแลลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระดี ผ่านมาตรการป้องกันหนี้เสีย การให้สิทธิประโยชน์ด้านเครดิต และการส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้
- สนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SMEs และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถปรับตัวและเดินหน้าต่อได้ภายใต้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ผ่านการสร้างระบบนิเวศธุรกิจใหม่ (New Business Ecosystem) เพื่อเชื่อมโยงการเงินกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ชูโมเดล ‘From Birth to Legacy’ ดูแลการเงินคนไทยทุกช่วงชีวิต
ทรงพลระบุว่า ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น ‘Smart Social Bank for All Lives’ หรือธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างครอบคลุม ภายใต้หลักคิด ‘From Birth to Legacy’ หรือการดูแลประชาชนตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตจนถึงการส่งต่อความมั่นคงสู่คนรุ่นถัดไป
เริ่มจากวัยเด็กเล็ก (First Steps) ที่มุ่งปลูกฝังวินัยการออมและสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสมตั้งแต่วัยเยาว์ ส่วนในช่วงวัยเรียน (Education) ธนาคารจะสนับสนุนโอกาสทางการศึกษา ผ่านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับนักเรียนและนักศึกษา ขณะที่วัยสร้างตัว (Building) จะเน้นการสนับสนุนเงินทุนตั้งต้นเพื่อประกอบอาชีพและเริ่มต้นธุรกิจ
สำหรับวัยเติบโต (Growing) จะมุ่งส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและรองรับการวางแผนเกษียณ ส่วนวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) จะเน้นการบริหารทรัพย์สินหลังเกษียณ เพื่อให้มีรายได้เพียงพอและคุณภาพชีวิตที่สมดุล
ขณะที่ช่วงวัยส่งมอบ (Legacy) ธนาคารจะมีบทบาทในการช่วยวางแผนการส่งต่อทรัพย์สินและความมั่นคงทางการเงินไปยังคนรุ่นหลัง สะท้อนเป้าหมายการเป็นสถาบันการเงินที่ดูแลประชาชนได้ครบทุกมิติ ตลอดทุกช่วงชีวิต

