วันนี้ (21 กรกฎาคม) ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตสอบแข่งขันเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยเมื่อเวลา 16.00 น. คณะพนักงานสอบสวนคดีทุจริตของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เชิญ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ สำนักงาน ป.ป.ช. (สนามบินน้ำ) จังหวัดนนทบุรี
วาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้ คือการหารือเพื่อเตรียมออกหมายเรียกตัวเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่นรวม 11 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบขณะกำลังดำเนินการแก้ไขกระดาษคำตอบในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในการให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการขยายผลเพื่อออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม ภายหลังจากที่ วิน ธนพชรโภคิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ ได้ให้การซัดทอดถึงบุคคลระดับผู้บริหาร โดยระบุว่ามีบุคคลระดับผู้อำนวยการ สังกัดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และผู้อำนวยการ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีส่วนเกี่ยวข้องในการบงการและอยู่เบื้องหลังขบวนการทุจริตสอบในครั้งนี้
มีรายงานเพิ่มเติมว่า พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ นำชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองรายดังกล่าว โดยแนวทางการดำเนินคดีทางกฎหมายภายหลังการรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น จะแบ่งเป็น 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางแรก พนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะเป็นผู้เสนอคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับ จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐานส่งต่อให้ ป.ป.ช. หรือ แนวทางที่สอง พนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้ ป.ป.ช. เพื่อให้พนักงานสอบสวนของ ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับเอง ตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย ป.ป.ช.
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ทำการเรียกตัว เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และ พนมเทียน เส้งวั่น ผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้ามาสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสอบสวนยังคงสงวนรายละเอียดของคำให้การ โดยระบุเพียงว่าจะต้องนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาประสานการทำงานร่วมกับชุดสืบสวนของกองปราบปราม เพื่อประกอบสำนวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


