Menu
238423

แซมเวลล์ ทาร์ลีย์ และจอราห์ มอร์มอนต์ ความสัมพันธ์ของ ‘ลูกชายผู้ด่างพร้อย’ ที่ต่อสู้เพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูล

24.04.2019
  • LOADING...
Game of Thrones

นอกจากหน้าที่ที่ได้รับ ข้าต่อสู้เพื่อเกียรติยศของวงศ์ตระกูล?

 

หนึ่งคำตอบที่ไม่ได้ถูกถามแน่ชัด แต่พอจะจับสังเกตได้จากสีหน้า แววตา รอยยิ้ม น้ำเสียงที่ซ่อนในบทสนทนาเมื่อแซมเวลล์ ทาร์ลีย์ มอบดาบ Heartsbane สัญลักษณ์ประจำตระกูลทาร์ลีย์ ให้เซอร์ จอราห์ มอร์มอนต์ เป็นผู้ครอบครองใน Game of Thrones ซีซัน 8 เอพิโสด 2 ที่ออกอากาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

 

สองตัวละครสำคัญที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่มีจุดร่วมที่พวกเขาถูกมองว่าเป็น ‘ลูกชาย’ ที่สร้างรอยด่างพร้อยให้กับวงศ์ตระกูล เป็นตัวยึดโยงความสัมพันธ์ที่เจอกันไม่กี่ฉาก แต่มีน้ำหนักและประเด็นที่สะท้อนประเด็นบางอย่างได้น่าสนใจ

 

Game of Thrones

 

แซมเวลล์ ทาร์ลีย์ คือลูกชายคนโตที่ แรนเดลล์ ทาร์ลีย์ หมายมั่นปั้นมือให้เติบโตขึ้นมาเป็นนักรบผู้แข็งแกร่ง และสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไป ผิดเพียงแต่ว่าลูกชายคนนี้ดันกลายเป็นคนอ้วน รักสงบ ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบความรุนแรง และมีความสามารถในการต่อสู้ติดลบ ถึงขนาดพ่อหาครูสอนดาบมาให้ 12 คน แต่ก็ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงให้แซมผู้รักสงบกลายเป็นนักรบขึ้นมาได้

 

สุดท้ายแรนเดลล์เลยตัดสินใจให้น้องชายอย่างดิกคอน ทาร์ลีย์ ที่มีความสามารถด้านการรบมากกว่าขึ้นเป็นผู้นำ และส่งให้แซมไปอยู่กับหน่วยไนต์วอตช์ที่มี จีออร์ มอร์มอนต์ เป็นผู้บัญชาการคอยดูแล

 

Game of Thrones

 

ส่วนจอราห์ มอร์มอนต์ ในตอนแรกเขาควรจะได้ครอบครองดาบ Longclaw ในฐานะผู้นำเกาะหมี แต่จากความผิดข้อหาค้าทาสที่ผิดกฎหมายของเจ็ดอาณาจักรอย่างร้ายแรง ทำให้ถูกคาดโทษประหารจนต้องหนีไปยังดินแดนฝั่งตะวันออก เมื่อจีออร์ มอร์มอนต์ เห็นว่าเก็บดาบไว้กับตัวก็เปล่าประโยชน์ จึงตัดสินใจยกให้กับจอน สโนว์ แทน

 

ทั้งสองคนออกผจญภัยบนเส้นทางที่ต่างกรรม ต่างวาระ และสถานที่ แซมได้ผูกมิตรกับจอน สโนว์ ไปพร้อมๆ กับถูกโบยตีด้วยความเข้มงวดจากกลุ่มไนต์วอตช์ ผ่านเหตุการณ์เสี่ยงตายอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ละทิ้งนิสัยใฝ่รู้ คอยศึกษาเรื่องราวต่างๆ จาก เมสเตอร์ (Maester) เอมอน อยู่ตลอดเวลา

 

Game of Thrones

 

ถึงแม้เขาจะพอกวัดแกว่งดาบต่อสู้ได้บ้าง เคยจัดการไวต์วอล์กเกอร์ได้สำเร็จ แต่ในวันที่เขากลับบ้านมาพบกับแรนเดลล์อีกครั้ง ความปรารถนาที่อยากเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ มากกว่าอัศวินผู้แข็งแกร่ง ก็ยังคงเป็นเรื่องที่เกินกว่าหัวใจคนเป็นพ่อจะรับไหว สุดท้ายเขาเลยขโมยดาบ Heartsbane ออกมา ทั้งที่ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ ว่าตัวเขานั้นคู่ควรกับดาบเล่มนี้หรือเปล่า

 

ทางด้านจอราห์ที่อยากกลับบ้านและปลดคดีติดตัว เขาเลือกทำงานในฐานะสปายที่คอยส่งข้อมูลของแดเนริส ทาร์แกเรียนให้กับลอร์ดวาริส แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเขาถูกความดีและเสน่ห์ของแม่มังกรละลายหัวใจ ปวารณาตัวใช้ความสามารถที่มีทั้งหมด ในฐานะองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของเธอมาจนถึงปัจจุบัน

 

Game of Thrones

 

จุดเชื่อมโยงของทั้งสองคนเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อจอราห์ต้องออกเดินทางเพื่อรักษาโรค ‘เกล็ดเทา’ ให้หายตามคำสั่งของแดเนริส ในช่วงที่เขากำลังหมดหวัง เพราะแม้กระทั่งเมสเตอร์ผู้รอบรู้แห่งซิทาเดลยังไม่อาจรักษา มีเพียงหนุ่มอ้วนที่ได้แต่แอบอ่านหนังสือในหอสมุด เชื่อว่าสามารถรักษาอาการของเขาได้สำเร็จ

 

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้แซมอยากรักษาจอราห์ให้หาย ก็เพราะอยากตอบแทนบุญคุณที่พ่อของจอราห์ช่วยชีวิตเขาไว้หลายครั้ง ที่สำคัญยังสอนให้เขาได้รู้ว่า ‘ลูกผู้ชาย’ ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ส่วนจอราห์ก็รับความปรารถนาดีนั้นเอาไว้ด้วยใจ เพราะแซมคือคนสำคัญที่ทำให้เขากลับไปยืนอยู่ข้างราชินีที่รักได้อีกครั้ง

 

หลังจากนั้น แซมเดินทางกลับขึ้นเหนือ เขาเตรียมสู้ศึกไวต์วอล์กเกอร์ด้วยองค์ความรู้ที่เพิ่มขึ้น เพื่อปกป้องภรรยา ลูก และเพื่อนๆ ถึงแม้เขาจะต่อสู้เก่งขึ้น แต่เขาก็ยังเป็นหนุ่มอ้วนคนเดิม ที่รู้ตัวดีว่าไม่อาจกวัดแกว่งดาบในมือได้อย่างคล่องแคล่ว แถมเพิ่งรู้ข่าวการตายของพ่อ โดยที่ยังไม่มีโอกาสทำให้ท่านได้ภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้

 

Game of Thrones

 

จอราห์เองก็ขึ้นเหนือ พร้อมถวายชีวิตสู้ศึกเพื่อราชินีของเขาเช่นเคย เขาเป็นที่ยอมรับมากขึ้นทั้งเรื่องความสามารถและความซื่อสัตย์ แต่ก็ยังไปไม่ถึงตำแหน่ง ‘หัตถ์ของราชินี’ ซ้ำร้ายยังต้องเห็นดาบประจำตระกูลอยู่ในมือของจอน สโนว์ ถึงแม้เขาจะยอมรับว่าตัวเองไม่เหมาะสม แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังอดรู้สึกเสียใจไม่ได้อยู่ดี

 

เอาจริงๆ ทั้งคู่คงไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เป็นหลัก หากแต่เมื่อเห็นว่า ‘วาระสุดท้าย’ ของชีวิตมารออยู่ตรงหน้า ความภาคภูมิใจในฐานะ ‘บุตรชาย’ ผู้สืบทอดตระกูล ก็ได้หวนกลับเข้ามาในห้วงคำนึง

 

Game of Thrones

 

แซมที่รู้ดีว่าเขามีสิทธิ์ถือดาบ Heartsbane แต่ด้วยความสามารถที่มี เขาคงไม่อาจพา ‘สัญลักษณ์’ ของตระกูลไปทำหน้าที่เพื่อปกป้อง และทำให้ผู้คนจดจำความยิ่งใหญ่ของนามสกุลทาร์ลีย์ได้อย่างที่พ่อเขาเคยทำ

 

“ข้ายินดีใช้ดาบปกป้องพวกเขา แต่ข้าชูดาบไม่ไหว” ว่ากันว่าการยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ คือหนึ่งในสิ่งที่กระทำได้ยากที่สุดในชีวิตของลูกผู้ชาย แต่แซมยอมทำ เพราะเขามีสิ่งสำคัญกว่ารออยู่

 

นอกเหนือจากนั้น อีกหนึ่งเรื่องที่เราคิดว่าเป็นเหตุผลสำคัญ ว่าทำไมแซมต้องเลือกจอราห์ให้มารับหน้าที่นี้ เพราะแซมคิดว่าคงไม่มีใครจะแกว่งดาบของ ‘ลูกชายผู้ด่างพร้อย’ ได้ดีไปกว่าคนที่ต้องเจ็บปวดด้วยสถานะเช่นเดียวกันอีกแล้ว

 

Game of Thrones

 

“ข้าจะกวัดไกวเพื่อระลึกถึงพ่อ เพื่อปกป้องอาณาจักรแห่งชายชาญ” วินาทีที่จอราห์ให้คำมั่นกับแซมไว้แบบนั้น จิ๊กซอว์ของลูกชายที่เคยเป็นเพียงความทรงจำอันเลวร้ายก็ถูกต่อเข้าด้วยกัน

 

สุดท้ายไม่ว่าผลของสงครามครั้งนี้ออกมาเป็นอย่างไร แต่ดาบ Heartsbane ที่กวัดแกว่งฟาดฟันเหล่าไวต์วอล์กเกอร์จำนวนมาก ก็คงทำให้ดวงวิญญาณของแรนเดลล์ ทาร์ลีย์ และจีออร์ มอร์มอนต์ คงได้มีรอยยิ้ม เพราะความภูมิใจในตัวทั้งสองคนเป็นครั้งแรก พร้อมกับเรื่องราวและวีรกรรมในสมรภูมิมากมาย ที่พวกเขาจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับบุตรชายที่ ‘เคย’ ด่างพร้อย อย่างออกรส ในวันที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนหลังความตายที่กำลังมาถึง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR