×

ถ้าจะไปต้องไปให้สุด เคล็ดลับความสำเร็จของ Gentle Monster แบรนด์แว่นกันแดดยอดขายกว่า 5,000 ล้านบาท

16.03.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • ร้านของ Gentle Monster ตั้งแต่ที่โซล, ปูซาน, ลอสแอนเจลิส, นิวยอร์ก, ฮ่องกง ไปจนถึงร้านที่กำลังจะเปิดใหม่ที่ลอนดอนในปีนี้ ทุกร้านดูเหมือน Art Gallery มากกว่าร้านขายแว่น
  • “เคล็ดลับของเราคือการโชว์แว่นจำนวนน้อยในที่ใหญ่ๆ” คิมฮันกุก (Kim Hankook) ผู้ร่วมก่อตั้งวัย 37 ปีของ Gentle Monster เผยเคล็ดลับความสำเร็จของแบรนด์
  • หลังจากดำเนินกิจการมาได้ 5 ปี จากรายได้ 1 ล้านเหรียญในปี 2012 ปีนี้ทำยอดขายได้ 180 ล้านเหรียญ หรือโตขึ้นมา 180 เท่าใน 5 ปี!

“ผมไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับแว่นกันแดด แว่นตา หรือธุรกิจ”

 

คิมฮันกุก (Kim Hankook) ผู้ร่วมก่อตั้ง อายุ 37 ปี ของ Gentle Monster บอกไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเขาเองนั้นเป็นนักข่าวและครู

 

เขาเริ่มต้นเข้าสู่วงการแว่นตาก่อนแล้วค่อยมาขายแว่นกันแดดทีหลัง เขาบอกว่าในประเทศเกาหลีนั้นตลาดแว่นสายตาส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชายซื้อ เพราะผู้หญิงไม่ค่อยนิยมใส่แว่น ถ้าไม่ใส่คอนแทคเลนส์ก็จะทำเลสิกไปเลย แต่ตลาดแว่นกันแดดนั้นลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

 

 

ธุรกิจแว่นกันแดด Gentle Monster จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2011 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ภายใน 1 ปีธุรกิจก็ขยายตัวได้ดีพอควร โดยมีรายได้ในปี 2012 อยู่ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

“ผมใส่พลังงานเข้ากับร้านของเรามากกว่าตัวแว่นอีก”

 

ถ้าธุรกิจที่เป็นร้านแบบ Brick & Mortar กำลังจะตาย คงไม่ได้มีใครบอกคิมฮันกุกแน่ๆ

 

 

ร้านของ Gentle Monster ตั้งแต่ที่โซล, ปูซาน, ลอสแอนเจลิส, นิวยอร์ก, ฮ่องกง ไปจนถึงร้านที่กำลังจะเปิดใหม่ที่ลอนดอนในปีนี้ ทุกร้านดูเหมือน Art Gallery มากกว่าร้านขายแว่น

 

ในขณะที่ทุกคนกำลังมุ่งไปออนไลน์​ การมีร้านที่เป็น Physical Store เป็นของตัวเองคือหัวใจหลักของ Gentle Monster

 

 

ร้านที่ฮงแดนั้นออกแบบมาให้เลียนแบบการทำงานของปอด

 

ร้านที่เฉิงตูสะท้อนถึงชีวิตหลังวันสิ้นโลก

 

ร้านที่ฮ่องกงนั้นเอาโบกี้รถไฟมาเป็นแรงบันดาลใจ

 

ร้านที่ปักกิ่งได้แรงบันดาลใจจากการแปลความหมาย ‘กับดัก’

 

ร้านที่ลอสแอนเจลิสเหมือน Art Gallery ที่มีความเซนมากๆ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Theater District ของลอสแอนเจลิส

 

ร้านที่ปูซานเหมือนกับเขาวงกตลึกลับ เหมือนอยู่ในถ้ำมืดๆ

 

ร้านที่กวางโจวเล่าเรื่องผ่านนิทานพื้นบ้าน ที่วิญญาณผ่านกระบวนการชำระล้างจิตใจเพื่อกลายเป็นพระเจ้า

 

แน่นอนว่าร้านเหล่านี้สวยมาก และลงทุนมหาศาล

 

“เคล็ดลับของเราคือการโชว์แว่นจำนวนน้อยในที่ใหญ่ๆ”

 

 

เมื่อมีคนถามคิมว่า Chief Financial Officer (CFO) ของเขาว่าอย่างไรบ้างกับการลงทุนเยอะขนาดนี้ คิมตอบว่า “ผมไม่มี CFO” (เป็นคำตอบที่โหดมาก ถ้าไม่แน่จริงกรุณาอย่าเลียนแบบ) เขาพูดต่อว่า “การทำงานให้ได้เงินก็สำคัญ แต่ความสุขสำคัญสำหรับผมมากกว่า”

 

ความรู้สึกลักชัวรีนั้นเป็นแกนหลักของการทำงานของ Gentle Monster แต่ด้วยราคาที่คิดเป็นประมาณครึ่งเดียวของแบรนด์แพงๆ จากยุโรป Gentle Monster จึงได้รับความนิยมจากลูกค้ามาก (90% ของลูกค้าเป็นผู้หญิง)

 

ลูกค้าของ Gentle Monster ส่วนใหญ่กลับมาซื้ออีกปีละหลายๆ ครั้ง

 

คิมบอกว่า เขาเห็นการแข่งขันในช่วงราคาที่เขาขาย (200-300 เหรียญ) น้อยมาก และอีกอย่างทำให้ Gentle Monster ขายดีคือ ทรงแว่นที่ใหญ่กว่าแว่นแบรนด์จากยุโรป เพราะโครงหน้าของคนเอเชียนั้นมีความกลมมากกว่า

 

ทุกซีซันเขาจะออกแว่นประมาณ 30 แบบ และ 65% ของยอดขายมาจากแว่นคอลเล็กชันใหม่เหล่านี้ แว่นใหม่เหล่านี้ไม่มีการลดราคา แม้แต่กับพนักงานก็ไม่ลด

 

 

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา LVMH ยักษ์ใหญ่ของสินค้าลักชัวรีของโลกได้เข้ามาถือหุ้นประมาณ 10% ใน Gentle Monster ซึ่งคิมบอกว่าการได้ LVMH มาเป็นพาร์ตเนอร์ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะสำหรับเขา การหาโลเคชันที่ดีในเมืองใหญ่อย่างปารีสนั้นสำคัญต่อความสำเร็จของแบรนด์มาก และ LVMH ซึ่งมีอิทธพลสูงมากในวงการแฟชั่นจะสร้าง Synergy ที่ดีให้กับเขาอย่างแน่นอน

 

Gentle Monster กำลังเริ่มเข้าสู่ตลาดยุโรปด้วยการเปิดร้านที่ลอนดอนในปี 2018 และปารีสในปี 2019 ตามด้วยเปิดร้านเพิ่มอีกที่จีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน และโตเกียว

 

หลังจากดำเนินกิจการมาได้ 5 ปี จากรายได้ 1 ล้านเหรียญในปี 2012 ปีนี้ทำยอดขายได้ 180 ล้านเหรียญ หรือโตขึ้นมา 180 เท่าใน 5 ปี!

 

เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ถ้าจะทำอะไรต้องทำให้สุดครับ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories