บริษัทสินค้าลักชัวรีอันดับ 1 ของโลกอย่าง LVMH ได้ประกาศรายได้สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งเห็นทั้งบริษัททำยอดขายเพิ่มขึ้น 3% กับรายได้อยู่ที่ 19.5 พันล้านยูโร ส่วนหน่วยแฟชั่นเองที่เป็นกลุ่มสินค้าใหญ่สุดของเครือก็เติบโตขึ้น 1% ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีที่หน่วยนี้ได้กลับขึ้นมาในแดนบวกอีกครั้ง หลังจากยอดขายกลุ่มสินค้าลักชัวรีต้องฝ่าวิกฤตที่ยอดขายซบเซาลงเรื่อยๆ
Bernard Arnault ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งของ LVMH ได้กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การเติบโตในไตรมาสที่สองของปีนี้เกิดจากความสำเร็จของผลงานคอลเล็กชันแรกๆ ของ Jonathan Anderson ที่แบรนด์ Christian Dior รวมถึงผลประกอบการอันยอดเยี่ยมของร้านสาขาใหม่ของ Louis Vuitton ณ กรุงปักกิ่งและกรุงโซล รวมถึงคอลเลกชันที่เป็นเอกลักษณ์ของ Tiffany และ Bulgari นอกจากนี้ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ Sephora และการฟื้นตัวของยอดขายแชมเปญและคอนญักยังช่วยส่งเสริมแรงขับเคลื่อนอันยอดเยี่ยมนี้อีกด้วย”
ทางด้าน CFO ของ LVMH อย่าง Cécile Cabanis ก็ได้เผยว่า “ทั้ง Louis Vuitton และ Dior ต่างมีผลประกอบการที่เป็นบวกในไตรมาสที่ 2 โดย Louis Vuitton มีอัตราการเติบโตสอดคล้องกับค่าเฉลี่ย ในขณะที่ Dior เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ซึ่งสำหรับ Dior นั้น ยอดขายจากกลุ่ม VIC ทั้งหมดปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก โดยเราเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งมากในกลุ่มเสื้อผ้า Ready-to-Wear สำหรับสุภาพสตรี รวมถึงผลตอบรับที่ดีเยี่ยมในกลุ่มกระเป๋า ทั้งในส่วนของสินค้าคอลเล็กชันใหม่และรุ่นอื่นๆ ที่ได้รับการตีความใหม่ เช่น Lady Dior”
ส่วนสำหรับแบรนด์แฟชั่นอื่นๆ ใน LVMH อย่าง Celine และ Loewe ทาง Cécile Cabanis ก็บอกว่าทำรายได้เกินคาดการณ์ ส่วน Loro Piana ก็ทำยอดขายได้ยอดเยี่ยม แต่ก็เป็นประจำทุกไตรมาสที่ทาง LVMH จะไม่รายงานรายได้ของแต่ละแบรนด์ แต่จะเป็นการสรุปยอดร่วมทั้งหมดของแต่ละหน่วยในบริษัท
ภาพ: j.m / Instagram


