Menu
251456

ปิยบุตร ชี้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง ธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ย้ำกู้เงินไม่ผิดกฎหมาย หลายพรรคทำแต่ไม่เคยถูกตรวจสอบ

โดย THE STANDARD TEAM
22.05.2019
  • LOADING...
  • Loading...
Future Forward Party loan case

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงถึงกรณีกระแสข่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจจะมีการพิจารณารับคำร้องของ กกต. ในคดีหุ้นวี-ลัค มีเดีย ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ และกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินของธนาธรมา 110 ล้านบาท

 

ปิยบุตรกล่าวว่า ในกรณีของหุ้นวี-ลัค มีเดียนั้น มีเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยเปรียบเทียบกัน กล่าวคือ ในกรณีของธนาธรมีการยื่นเรื่องต่อ กกต. ในวันที่ 25 มีนาคม จากนั้นจึงมีการรับคำร้องในวันที่ 4 เมษายน ตามมาด้วยการส่งหนังสือให้ สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาของธนาธรมาชี้แจงต่อ กกต. ในวันที่ 22 เมษายน เวลา 10.00 น. แต่หนังสือมาถึงบ้านในเวลา 13.00 น. ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่นางสมพรจะไปชี้แจง และในวันรุ่งขึ้น 23 เมษายน กกต. มีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาต่อธนาธรทันที หลังจากนั้นได้ให้ธนาธรเข้าชี้แจงกับอนุกรรมการไต่สวนในวันที่ 30 เมษายน ก่อนที่จะมีการส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 16 พฤษภาคม รวมเวลาทั้งสิ้น 53 วัน

 

“เมื่อเทียบเคียงกับกรณีที่มีข้อเท็จจริงใกล้เคียงกันคือ กรณีของ ดอน ปรมัตถ์วินัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีข้อกล่าวหาว่าภรรยาอาจถือหุ้นสื่ออยู่ มีการยื่นเรื่องต่อ กกต. ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 โดย กกต. มีมติยื่นคำร้องในวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 ทำการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ศาลรับคำร้องในวันที่ 22 มิถุนายน 2561 รวมใช้เวลาทั้งสิ้น 417 วัน ซึ่งความแตกต่างระหว่างทั้งสองคดี ที่น่าสังเกตว่าอาจเข้าข่ายเป็นการใช้ดุลยพินิจของ กกต. อย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ กกต. ยังไม่เคยเปิดโอกาสให้ธนาธรเข้าชี้แจงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เว้นแต่ในวันที่ 30 เมษายนที่มีการเชิญไปชี้แจง ซึ่งเมื่อไปถึงก็พบว่าในสำนวนแจ้งข้อกล่าวหามีเพียงข้อความ 6 บรรทัด ที่อ้างอิงถึงเอกสาร บอจ. 5 แล้วฟันธงลงไปทันทีว่าธนาธรผิด โดยไม่มีการนำข้อมูลของผู้ถูกร้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเอกสารคำให้การที่ธนาธรส่งไปหลายลัง ก็มีการใช้เวลาพิจารณาเพียง 16 วันเท่านั้น” ปิยบุตรกล่าว

 

ปิยบุตรกล่าวย้ำว่า การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่สามารถทำได้ตามกฎหมาย ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าให้ทำได้จนถึง 1 วันก่อนการเลือกตั้งเท่านั้น แต่เมื่อ กกต. ตัดสินใจจะทำทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีอำนาจ จึงเกิดเป็นเรื่องเป็นราวเช่นนี้ขึ้นมา ส่วนขั้นตอนในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตามกฎหมายกระบวนพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะต้องมีการตั้งองค์คณะชุดเล็กขึ้นมาเพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องหรือไม่ หากมีมติไม่รับคำร้อง ก็ต้องส่งให้คณะใหญ่เป็นผู้พิจารณา แต่หากมีมติรับคำร้อง ก็ต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ซึ่งตามกำหนดเวลาสามารถทำได้จนถึงวันที่ 8 มิถุนายน ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจมีคำสั่งให้ธนาธรหยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้นั้น เมื่อเอากรณีของดอนมาเทียบกัน ศาลได้ให้เวลาดอนชี้แจงถึง 1 เดือนก่อนที่จะพิจารณา และผลการพิจารณาก็ออกมาว่าดอนไม่ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่มีเหตุว่าจะเกิดความเสียหายต่อส่วนรวมหรือการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นบรรทัดฐานว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่สามารถสั่งให้ธนาธรหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันทีที่มีการรับคำร้องได้ แต่ต้องให้เวลาในการชี้แจงก่อน นอกจากนี้ธนาธรแม้ว่าจะเป็น ส.ส. แล้ว แต่ยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากยังไม่ได้ทำการปฏิญาณตนตามที่กำหนดในกฎหมาย การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้

 

“ถ้าใช้หลักการมาตรฐานเดียวกัน เท่าเทียมกัน ไม่มีทางที่ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้ธนาธรยุติการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวได้ และพรรคอนาคตใหม่ก็มีความมั่นใจว่าหากศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องขึ้นมา ธนาธรก็จะไม่ถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และพร้อมที่จะสู้ในกระบวนการศาลรัฐธรรมนูญต่อไป และหากบ้านนี้เมืองนี้จะมีปาฏิหาริย์ทางกฎหมายสั่งให้ธนาธรหยุดการปฏิบัติหน้าที่ขึ้นจริง เราขอยืนยันว่าธนาธรยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และเราขอสงวนสิทธิ์ที่จะทำให้ปาฏิหาริย์ทางกฎหมายถูกใช้ไปในมาตรฐานเดียวกัน ด้วยการยื่นให้มีการตรวจสอบ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐทุกคนที่มีกรณีแบบเดียวกัน” ปิยบุตรกล่าว

 

ปิยบุตรกล่าวว่า ส่วนกรณีพรรคอนาคตใหม่กู้เงินของธนาธรนั้น ต้องย้อนกลับไปในวันที่ตั้งพรรคขึ้นมา พรรคไม่สามารถรับบริจาคได้ เนื่องจากยังติดคำสั่ง คสช. รวมทั้งช่องทางทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้กรรมการบริหารพรรคบริจาคได้คนละ 10 ล้านบาท ทางกรรมการบริหารพรรคแต่ละคนก็ไม่ได้มีฐานะขนาดนั้น จะให้ธนาธรนำเงินมาให้คณะกรรมการบริหารพรรคบริจาคก็เป็นการไม่โปร่งใส จึงต้องกู้เงิน ขอยืนยันว่าในทางสากลนั้น การกู้เงินของพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น หลายพรรคการเมืองทั่วโลกเป็นหนี้ธนาคาร บางพรรคก็เป็นหนี้รายย่อย อีกทั้งกฎหมายในประเทศไทยก็ไม่มีระบุว่าการกู้ยืมเงินเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งตามหลักการทางกฎหมายแล้ว อะไรที่กฎหมายไม่ได้ห้าม และหลักการทางบัญชี เงินกู้มีสถานะเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้

 

หลังจากนั้นปิยบุตรได้เปิดข้อมูลงบการเงินที่ลงนามรับรองโดยประธาน กกต. ที่เก็บเอาไว้ในห้องสมุด กกต. เอง พบว่ามีพรรคภูมิใจไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคชาติพัฒนา, พรรคประชาธิปไตยใหม่ และพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีประวัติการกู้เงินในบัญชีการเงิน หลายกรณีก็ไม่ได้ระบุว่ากู้เงินจากใคร

 

“พรรคการเมืองที่พยายามจะทำให้ทุกอย่างโปร่งใส มีที่มาว่าเอาเงินมาจากไหนในการใช้จ่ายของพรรคถูกไล่บี้ไล่ตรวจสอบจะเป็นจะตาย แต่พรรคการเมืองอื่นๆ กลับไม่เคยถูกตรวจสอบเลยว่าเอาเงินมาจากไหน ตกลงประเทศนี้อยากให้ทุกอย่างไม่โปร่งใส สนับสนุนจะให้ใช้เงินจากช่องทางลับ มีกระเป๋าเงินซุกเอาไว้ที่นั่นที่นี่อย่างนั้นหรือ ถ้าธนาธรอยากครอบงำพรรค ธนาธรจะทำสัญญาเงินกู้ให้ถูกไล่บี้ตรวจสอบทำไม สู้เอาเงินมาให้กรรมการบริหารคนละ 10 ล้านแล้วบริจาคเข้าพรรคเลยไม่ง่ายกว่าหรือ แต่นี่เราต้องการสร้างมาตรฐานการเมืองใหม่ ให้ทุกอย่างโปร่งใส ธนาธรจึงทำสัญญาขึ้นมา มีกำหนดชัดเจนที่จะให้ใช้เงินภายใน 3 ปี” ปิยบุตรกล่าว

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR