×

IMF หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจโลกเหลือโต 3% ในปี 2019, กำไรแบงก์สหรัฐฯ สดใส ดันดัชนี Dow Jones พุ่ง: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (16 ต.ค. 2562)

โดย FINNOMENA
16.10.2019
  • LOADING...
FINNOMENA
  • ค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้นเทียบกับดอลลาร์สหรัฐและยูโร ขานรับความหวังที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) อาจสามารถบรรลุข้อตกลง Brexit โดย ณ เวลา 22.43 น. ตามเวลาไทย เงินปอนด์แข็งค่า 0.99% สู่ระดับ 1.2731 ดอลลาร์ และปรับตัวขึ้น 0.89% สู่ระดับ 0.8667 เทียบกับยูโร ทั้งนี้เงินปอนด์พุ่งขึ้นทะลุเส้นค่าเฉลี่ยรอบ 200 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือนในวันนี้ หลังสื่อรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระบุว่าขณะนี้อังกฤษและ EU กำลังอยู่ในระหว่างการร่างข้อตกลง Brexit ที่จะได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย โดยหากข้อตกลงฉบับใหม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้เจรจาทั้งสองฝ่ายในสัปดาห์นี้ ก็อาจมีการลงนามอย่างเป็นทางการจากผู้นำ EU ในระหว่างการประชุมสุดยอดที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์นี้

 

  • เกิ่งส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่าจีนได้เริ่มซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ และจะเร่งซื้อในจำนวนเพิ่มมากขึ้น “บริษัทจีนได้เริ่มซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ โดยอิงจากความต้องการของตลาดภายในประเทศและตามการตัดสินใจของทางบริษัท” ทั้งนี้นับตั้งแต่ต้นปีนี้ จีนได้ซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงถั่วเหลือง 20 ล้านตัน เนื้อหมู 7 แสนตัน ข้าวฟ่าง 7 แสนตัน ข้าวสาลี 2.3 แสนตัน และฝ้าย 3.2 แสนตัน

 

  • กำไรแบงก์ใหญ่สหรัฐฯ สดใส ผลักดันตลาดหุ้น วานนี้สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส 3/19 ซึ่งผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด โดยประกอบไปด้วย JP Morgan Chase ที่ระบุว่ามีรายได้กว่า 30,100 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 28,500 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรต่อหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.68 ดอลลาร์ต่อหุ้น ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 2.45 ดอลลาร์ต่อหุ้นเช่นกัน ส่วน CITI Group ระบุว่ามีรายได้ 18,600 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 18,540 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.97 ดอลลาร์ต่อหุ้น ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.95 ดอลลาร์ต่อหุ้นเช่นกัน ด้าน Wells Fargo ระบุว่ามีรายได้ 22,010 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 21,190 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.12 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.15 ดอลลาร์ต่อหุ้น ส่วน Goldman Sachs ระบุว่ามีรายได้ 8,320 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 8,310 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 4.79 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 4.81 ดอลลาร์ต่อหุ้น

 

  • จับตาประกาศผลประกอบการวันนี้ โดยสหรัฐฯ มีกำหนดประกาศผลกำไรในไตรมาสที่ 3/19 ของบริษัทขนาดใหญ่และสำคัญอย่าง Netflix ซึ่งคาดว่าจะประกาศกำไรต่อหุ้นออกมาที่ 1.03 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 5,250 ล้านดอลลาร์ โดยมีผู้ติดตามเพิ่มเติม 7 ล้านราย เพิ่มจากไตรมาสที่ 3/18 ที่ 6.1 ล้านราย ส่วน IBM ได้รับการคาดการณ์ว่าจะประกาศกำไรต่อหุ้นที่ 2.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 18,230 ล้านดอลลาร์ สืบเนื่องจากการย้ายไปทำการค้าในส่วนที่มีอัตรากำไรที่สูงขึ้น ขณะที่ BOFA Merrill Lynch ได้รับการคาดการณ์ว่าจะประกาศอัตรากำไรต่อหุ้นที่ 0.55 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากรายได้ 22,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของการปล่อยสินเชื่อที่ขยายตัว

 

  • เกาหลีใต้เดินหน้าลดอัตราดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ ธนาคารกลางเกาหลีเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่เศรษฐกิจเกาหลีส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างยาวนาน จากแรงกดดันกรณีสงครามการค้าที่กดดันภาคการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและเครื่องจักรอุตสาหกรรม โดยล่าสุดนั้น IMF ได้ปรับลดประมาณการ GDP ปี 2019 ลง 0.6% เหลือ 2.0% ขณะที่ปี 2020 เหลือ 2.2%

.

ภาวะตลาดวานนี้

  • ดัชนี Dow Jones ปิดบวกขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทขนาดใหญ่ในตลาด สะท้อนว่าเศรษฐกิจอาจไม่ได้แย่อย่างที่กังวล โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones ปิดที่ 27,024.80 จุด พุ่งขึ้น 237.44 จุด หรือ +0.89% ส่วนตลาดฝั่งยุโรปปิดบวก หลังได้รับข่าวดีจากอังกฤษที่อาจหลีกเลี่ยงการถอนตัวจากสหภาพยุโรปแบบไม่มีข้อตกลง (No Deal Brexit) โดยคาดว่าจะทำข้อตกลงใหม่แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ทำให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลหลังจากที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลให้ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 1.11% ปิดที่ 394.02 จุด

 

  • ด้านตลาดน้ำมันปิดลบ หลังจาก IMF หั่น GDP โลก โดยปรับลดลงเหลือ 3.0% จาก 3.2% และปี 2020 หั่นจาก 3.5% เหลือ 3.4% จากข้อมูลเศรษฐกิจที่อาจไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทั่วโลกมีความต้องการใช้น้ำมันน้อยลง ขณะที่ปริมาณการผลิตยังคงเดิม ทำให้ราคาน้ำมันลดลง

 

  • ด้านราคาทองคำปิดร่วงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายกังวลจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง ทำให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปยังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น (Risk on)

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 27024.8 เพิ่มขึ้น 237.44 (+0.89%)
  • S&P 500 ปิดที่ 2995.68 เพิ่มขึ้น 29.53 (+1%)
  • Nasdaq ปิดที่ 8148.71 เพิ่มขึ้น 100.06 (+1.24%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 12629.79 เพิ่มขึ้น 143.23 (+1.15%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7211.64 ลดลง 1.81 (-0.03%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3598.65 เพิ่มขึ้น 42.39 (+1.19%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 22365.34 เพิ่มขึ้น 267.4 (+1.21%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 22207.21 เพิ่มขึ้น 408.34 (+1.87%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6652 เพิ่มขึ้น 9.4 (+0.14%)
  • Shanghai ปิดที่ 2991.05 ลดลง 16.84 (-0.56%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9671.73 ลดลง 114.91 (-1.17%)
  • China A50 ปิดที่ 14109.26 เพิ่มขึ้น 13.06 (+0.09%)
  • Hang Seng ปิดที่ 26503.93 ลดลง 17.92 (-0.07%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 11111.8 เพิ่มขึ้น 44.85 (+0.41%)
  • SET ปิดที่ 1627.01 เพิ่มขึ้น 1.01 (+0.06%)
  • KOSPI ปิดที่ 2068.17 เพิ่มขึ้น 0.77 (+0.04%)
  • IDX Composite ปิดที่ 6158.17 เพิ่มขึ้น 31.29 (+0.51%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 38506.09 เพิ่มขึ้น 291.62 (+0.76%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 7840.31 ลดลง 43.98 (-0.56%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 53.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.42 (-0.78%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 59.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.3 (-0.51%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1484.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 12.65 (-0.84%)

finnomena in partnership

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories