×
Menu
284215

ทรัมป์กดดันจีนเร่งเจรจายุติสงครามการค้าก่อนศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (4 ก.ย. 2562)

โดย FINNOMENA
04.09.2019
  • LOADING...
  • จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นัดประชุม ครม. 6 กันยายนนี้ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เผยภายหลังการประชุม ครม. ว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในระหว่างการประชุม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเศรษฐกิจในประเทศ โดยเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4/62 ให้ขยายตัวดีขึ้น หลังมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/62 มีแนวโน้มเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาส 2/62 พร้อมกำหนดจัดการประชุม ครม. ในวันที่ 6 กันยายนนี้ เพื่อพิจารณามาตรการกระตุ้นการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และมาตรการกระตุ้นการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ จากที่เลื่อนมาจากวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

  • การเมืองอังกฤษป่วน ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายฉุกเฉิน หลังสมาชิกฝ่ายค้านและรัฐบาลบางส่วนได้เข้าชื่อยื่นขออภิปรายฉุกเฉินเพื่อสกัด บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรี ไม่ให้นำอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (EU) แบบไร้ข้อตกลงในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ โดยจอห์นสันอาจยื่นญัตติขอให้สภาจัดการเลือกตั้งใหม่ หากฝ่ายค้านผ่านกฎหมายขอเลื่อนวันเริ่มต้น Brexit ออกไปเป็นวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมยืนยันว่าเขาจะไม่ขอให้ EU เลื่อนกำหนดการ Brexit ออกไปอีก และถ้าหากสมาชิกรัฐสภาเรียกร้องให้มีการขยายเส้นตาย Brexit ออกไป ก็จะเป็นการทำลายจุดยืนของอังกฤษในการเจรจากับ EU

 

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผย การเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป แม้มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าตอบโต้กัน อย่างไรก็ตาม ทางการจีนควรรีบเจรจาเพื่อหาข้อสรุปก่อนที่เขาจะชนะการเลือกตั้งในสมัยหน้า ซึ่งจะส่งผลให้การเจรจาการค้ายากลำบากมากยิ่งขึ้น พร้อมกดดันให้ทางการจีนซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ตามสัญญา ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อตลาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางการจีนได้นำเรื่องฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อหาข้อยุติ

 

  • PMI สหรัฐฯ ฮวบ กดดันตลาดการลงทุน วานนี้สหรัฐฯ ประกาศดัชนี ISM Manufacturing PMI ออกมาที่ 49.1 จุด ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 51.1 จุด สะท้อนมุมมองทางเศรษฐกิจของภาคอุตสาหกรรมว่ามีแนวโน้มหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี จากความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรง และยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด

 

  • จีนเดินหน้าสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของธุรกิจ โดยเตรียมกำหนดให้ธุรกิจต่างๆ ในประเทศจีนต้องแบ่งปันข้อมูลทางธุรกิจให้กับรัฐบาลมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นฐานข้อมูลใช้ในการติดตามและประเมินเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องและทันท่วงที โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวเข้ากับระบบ Social Credit ของจีนที่บังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ เพื่อประเมินเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมด้วย ด้านนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการกระชับอำนาจเพิ่มเติม และเตรียมข้อมูลเพื่อต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ‘ข่าวดียังไม่พบ ปัจจัยลบปรากฏต่อเนื่อง’ ความกังวลต่อการเมืองอังกฤษกลับมาสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง หลังสมาชิกฝ่ายค้านยื่นขออภิปรายฉุกเฉินวานนี้ เพื่อสกัด No-deal Brexit โดยนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน อาจโต้กลับโดยขอให้จัดการเลือกตั้งใหม่ หากฝ่ายค้านชนะการโหวตอภิปราย ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดเงิน ส่งผลให้สกุลเงินปอนด์อังกฤษปรับตัวต่ำกว่า 1.20 ดอลลาร์ (-0.36%) 

 

  • ขณะที่จีนยื่นฟ้อง WTO จากกรณีสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 15% ในวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา โดยจีนกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ได้เห็นพ้องร่วมกันในระหว่างการหารือของผู้นำทั้งสองในเวทีการประชุมสุดยอด G20 ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าจะไม่เก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่กับสินค้าส่งออกของจีน แต่ถึงกระนั้นจีนก็ได้ประกาศขึ้นภาษีกับสินค้าเกษตรสหรัฐฯ ก่อนที่สหรัฐฯ จะตอบโต้กลับ

 

  • ช่วงหัวค่ำ ตลาดกังวลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลังจากดัชนี PMI ภาคอุตสาหกรรมโดย ISM ออกมาต่ำเกินคาดที่ระดับ 49.1 จากคาดไว้ที่ 51.1 ซึ่งปัจจัยดังกล่าวสร้างความกังวลต่อตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวานนี้ ส่งผลให้พากันปรับตัวในแดนลบ ขณะที่ราคาทองคำและตราสารหนี้ต่างพากันปรับขึ้นได้อย่างโดดเด่น พร้อมกับการพุ่งขึ้นของ VIX Index ที่กลับมาอยู่เหนือระดับ 20 จุด

 

สหรัฐฯ

  • Dow 30 ปิดที่ 26069.13 ลดลง -334.15 (-1.27%)
  • S&P 500 ปิดที่ 2899.45 ลดลง -27.01 (-0.92%)
  • Nasdaq ปิดที่ 7856.85 ลดลง -106.03 (-1.33%)

 

ยุโรป

  • DAX ปิดที่ 11910.86 ลดลง -42.92 (-0.36%)
  • FTSE 100 ปิดที่ 7268.19 ลดลง -13.75 (-0.19%)
  • Euro Stoxx 50 ปิดที่ 3420.74 ลดลง -11.8 (-0.34%)
  • FTSE MIB ปิดที่ 21399.23 ลดลง -52.75 (-0.25%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 ปิดที่ 20625.16 เพิ่มขึ้น 4.97 (0.02%)
  • S&P/ASX 200 ปิดที่ 6573.4 ลดลง -6 (-0.09%)
  • Shanghai ปิดที่ 2930.15 เพิ่มขึ้น 6.05 (0.21%)
  • SZSE Component ปิดที่ 9633.69 เพิ่มขึ้น 64.22 (0.67%)
  • China A50 ปิดที่ 13603.04 ลดลง -0.18 (0%)
  • Hang Seng ปิดที่ 25527.85 ลดลง -98.7 (-0.39%)
  • Taiwan Weighted ปิดที่ 10558.21 ลดลง -76.64 (-0.72%)
  • SET ปิดที่ 1642.25 ลดลง -11.86 (-0.72%)
  • KOSPI ปิดที่ 1965.69 ลดลง -3.5 (-0.18%)
  • IDX Composite ปิดที่ 6261.59 ลดลง -28.96 (-0.46%)
  • BSE Sensex ปิดที่ 36562.91 ลดลง -769.88 (-2.06%)
  • PSEi Composite ปิดที่ 7804.71 ลดลง -113.82 (-1.44%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดที่ 53.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง -1.58 (-2.87%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 57.8 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง -0.86 (-1.47%)
  • ราคาทองคำ ปิดที่ 1556.25 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 26.85 (1.76%)

 

FINNOMENA

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR