คลังเตรียมหารือ ‘ตลท. – FETCO’ เร่งเคาะ TISA ย้ำหลักการเปิดทางเลือกในการออมเพื่อลดหย่อนภาษี ‘ใช้สิทธิปีไหน-ย้อนหลังหรือไม่’ ยังไม่สรุป ยันมีการหารือกับ ก.ล.ต. อย่างสม่ำเสมอ อุบตอบแนวโน้ม Capital Gain Tax
ประเด็นสำคัญ
ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะหารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ (11 มิถุนายน) เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุน และการออมผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งรวมถึงโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (Thailand Individual Saving Account: TISA)
ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวจะมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม
เบื้องต้น ลวรณระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นสอดคล้องกันแล้วประมาณ 90% ว่าควรดำเนินมาตรการในทิศทางใด และจะต้องปรับปรุงอย่างไร โดยเฉพาะตัวเลขสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้ง
ย้ำหลักการเปิดทางเลือกในการออมเพื่อลดหย่อนภาษี
ด้าน วินิจ วิเศรษฐสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การหารือดังกล่าว จะสอดคล้องตามแนวทางนโยบายของ ดร.เอกนิติที่ต้องการให้ผู้เสียภาษีมีทางเลือกในการออมและลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนผ่านกองทุนรวมเพียงอย่างเดียว แต่เลือกลงทุนได้ในหลายประเภทสินทรัพย์
“รัฐมนตรีเคยประกาศแล้วว่า จะทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้เสียภาษีได้มีทางเลือกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องลงทุนผ่านกองทุนรวมเพียงอย่างเดียว เราส่งเสริมกองทุนรวมเหมือนเดิม แต่ก็จะส่งเสริม Asset Class ในหลายๆ ประเภทด้วย เพราะปัจจุบันเครื่องมือการลงทุนมีความหลากหลายมากขึ้น” วินิจกล่าว
เริ่มใช้สิทธิปีภาษี 69 เลยไหม มีผลย้อนหลังหรือไม่ รอการหารืออีกที
สำหรับรายละเอียดของมาตรการ โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ระหว่างการหารือ เช่น สัดส่วนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีข้อเสนอให้ผู้มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท สามารถหักลดหย่อนได้ 1.3 เท่า และผู้มีรายได้เกิน 1.5 ล้านบาท หักลดหย่อนได้ 0.7 เท่า วินิจระบุว่า ยังต้องพิจารณาในภาพรวม และต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเสียก่อน
ส่วนรายละเอียดมาตรการอื่นๆ เช่น จะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่ปีภาษี 2569 เลยหรือไม่นั้น วินิจกล่าวว่า ยังต้องรอข้อสรุปจากการหารือ
นอกจากนี้ การกำหนดมาตรการว่าจะให้มีผลย้อนหลังหรือไม่นั้น วินิจกล่าวว่าก็ต้องรอข้อสรุปจากการหารือเช่นกัน เพราะการกำหนดให้มีผลย้อนหลังหรือไม่นั้นย่อมส่งผลต่อผู้เกี่ยวข้องและการตัดสินใจลงทุน
“ในส่วนของรายละเอียดอย่างอื่น ขออนุญาตให้ผู้เกี่ยวข้องคุยกันก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร มองว่าเป็นประโยชน์กับผู้เสียภาษีอย่างไร เป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนอย่างไร” วินิจกล่าว
ยันมีการหารือกับ ก.ล.ต. อย่างสม่ำเสมอ ปัดตอบ Capital Gain Tax
ทั้งนี้ วินิจระบุว่า ทางสศค. ได้มีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งทาง ก.ล.ต. ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการอื่นๆ ในการพัฒนาตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม วินิจปฏิเสธที่จะให้คำตอบว่า ทาง ก.ล.ต. ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการเก็บภาษีจากกำไรการขายหลักทรัพย์ (Capital Gain Tax) บ้างหรือไม่ เนื่องจากไม่ควรเปิดเผยมาตรการภาษีก่อนที่จะมีผลบังคับใช้
“โดยหลักการทั่วโลก ไม่มีการพูดเรื่องภาษีกันก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ เพราะว่ามันจะเกิดความระส่ำระสาย แล้วอันเนี้ย มันไม่ได้ดีกับใคร” วินิจกล่าว

