×

กระทรวงคลังปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ เน้นตรวจสอบข้อมูลการเงินรายบุคคล เตรียมปูทางสู่ Negative Income Tax

03.06.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

คลังปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการ เน้นตรวจสอบข้อมูลการเงินรายบุคคล ปูทาง ‘Negative Income Tax’ คัดเข้มหาผู้เปราะบางจริง ใช้ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยช่วยเก็บกลุ่มตกหล่น พร้อมเปิดช่องทางอุทธรณ์ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์

 

 
 

วันนี้ (2 มิถุนายน) ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการปรับเกณฑ์และทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้มีความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผู้ได้รับสิทธิคือคนรายได้น้อยที่ลำบากจริง โดยเน้นตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและทรัพย์สินรายบุคคลมากขึ้น ซึ่งมีความแม่นยำกว่าเกณฑ์เดิมที่อิงเพียงรายได้เฉลี่ยของครอบครัว

 

ที่สำคัญกว่านั้น ลวรณระบุว่าการจัดทำข้อมูลผู้รับสวัสดิการเป็นรายบุคคล ช่วยทำให้ข้อมูลรายได้ของผู้รับสวัสดิการมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำ Negative Income Tax รายบุคคลในอนาคตอีกด้วย

 

“เพื่อให้เกิดฐานข้อมูลเดียวกัน และพัฒนาต่อยอดไปเป็น Negative Income Tax อันนี้คือเหตุหลักในการเปลี่ยนจากเกณฑ์ครอบครัว มาเป็นเกณฑ์บุคคล” ลวรณกล่าว

 

โดยลวรณย้ำว่า ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐควรเป็นผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงาน และเป็นผู้มีฐานะเปราะบางจริง ซึ่งกระทรวงการคลังจะทบทวนสิทธิของกลุ่มผู้ได้รับสิทธิเดิม 13.18 ล้านคน จากฐานข้อมูลเมื่อปี 2565 และจะเก็บตกผู้ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ จากฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย

 

เปิดเกณฑ์ใหม่ผู้ถือบัตรสวัสดิการ

 

สำหรับคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่ สามารถสรุปได้ดังนี้

 

1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

 

2) ไม่เป็นบุคคลต้องห้าม 9 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

 

  • ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  • ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษา
  • ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  • พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
  • ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
  • ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้
  • ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
  • ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร

 

3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

 

4) ไม่มีบัตรเครดิต

 

5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท

 

6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี

 

7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้

 

  • ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร
  • บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
  • กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
  • กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่

 

8) ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

 

ภาพอินโฟกราฟิกสรุปเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1

 

วิธีการลงทะเบียนรับสิทธิรอบใหม่

 

ผู้มีสิทธิเดิม ต้องยืนยันสิทธิภายใน 4-21 มิถุนายน 2569 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

 

  • แอปฯ เป๋าตัง และแอปฯ ทางรัฐ
  • เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
  • เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง : ธนาคารกรุงไทยฯ (KTB) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) ธนาคารออมสิน (GSB) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GHB) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank)

 

โดยจะประกาศผลวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางที่เปิดรับสมัคร ยกเว้นเครื่อง ATM

 

สำหรับผู้ได้รับสิทธิกลุ่มใหม่ ที่ผ่านการคัดกรองจากฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย จะต้องยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง โดยสามารถใช้สิทธิสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

 

ภาพอินโฟกราฟิกสรุปเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2

 

เปิดช่องทางอุทธรณ์ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์

 

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทาง ดังนี้

 

  • แอปฯ เป๋าตัง และแอปฯ ทางรัฐ
  • เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง: ธนาคารกรุงไทยฯ (KTB) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (BAAC) ธนาคารออมสิน (GSB) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GHB) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank)

 

โดยจะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง


 

Negative Income Tax คืออะไร

 

ทั้งนี้ Negative Income Tax (NIT) ถือเป็นการจัดสวัสดิการที่จัดสรรผ่านระบบภาษีอากร โดยจูงใจให้คนทำงานและมีรายได้มากขึ้น โดยมักแบ่งเป็น 3 ช่วงรายได้ ได้แก่ ช่วงจูงใจได้เงินโอนเพิ่มขึ้น (Phase-in) ช่วงได้เงินโอนคงที่ (Plateau) ช่วงเงินโอนลดลง (Phase-out)

 

นอกจากนี้ Negative Income Tax ยังเป็นนโยบายที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยประกาศว่า จะนำนโยบายนี้มาใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2570

 

“แนวคิดของ Negative Income Tax คือ หากรายได้ถึงเกณฑ์ต้องมาเสียภาษี แต่หากมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็มารับสวัสดิการ ดังนั้นทุกคนต้องยื่นแบบภาษี ผู้มีรายได้น้อยก็ต้องยื่นเพื่อยืนยันว่ามีรายได้น้อยจริงๆ เราตั้งเป้าว่าปี 2570 จะเริ่มใช้ได้จริง ตอนนี้ก็กำลังเดินหน้าพัฒนาระบบต่างๆ อยู่” ลวรณ เคยระบุ

 

ขณะที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ ‘สภาพัฒน์’ เคยอธิบายว่า “Negative Income Tax เป็นกลไกให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด และเป็นการรวมระบบการให้ความช่วยเหลือไว้ในระบบเดียว ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำได้รูปแบบหนึ่ง”

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories