Menu
237053

ทำไมต้องใส่เสื้อกลับด้าน? ทำความรู้จัก Fashion Revolution Week ที่ใครก็มีส่วนร่วมได้

21.04.2019
  • LOADING...
  • Loading...

ถ้าคุณเล่นไอจี น่าจะเห็นผ่านตาอยู่บ้างว่าเหล่าอินสตาแกรมเมอร์ต่างโพสต์ภาพตัวเองใส่เสื้อกลับด้าน เอาตะเข็บข้างในออกมาโชว์ให้เห็นป้ายเลเบลของแบรนด์เสื้อผ้าตัวเอง พร้อมแคปชันที่ติดแฮชแท็กพ่วงท้ายว่า #WhoMadeMyClothes ทั้งหมดนี้คือแคมเปญสนุกๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Fashion Revolution Week ที่ไม่ได้มีแค่ในไทยเท่านั้น แต่ยังจัดขึ้นในเกือบ 50 ประเทศรอบโลก เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาของอุตสาหกรรมแฟชั่น และออกมา Take Action ไปด้วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าคุณเองก็สามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญดังกล่าวได้เช่นกัน!

 

 

แฟชั่นในปัจจุบันถูกพัฒนามาถึงยุคของฟาสต์แฟชั่นอย่างเต็มตัว เสื้อผ้าที่เราเห็นตามท้องตลาดถูกผลิตออกมาให้ตามทันเทรนด์ความนิยมของลูกค้าในคุณภาพที่ต่ำลง ราคาที่ถูกลง แต่ผู้บริโภคจะได้ของใหม่ที่ทันสมัยอยู่ตลอด อ่านดูแล้วก็เหมือนจะดี แต่เบื้องหลังของการผลิตสินค้าเหล่านี้กลับไม่สวยหรูอย่างที่พวกเราเข้าใจ เหล่าผู้ผลิตที่ต้องทำงานในโรงงานตัดเย็บอยู่ในท่ายืนท่านั่งเดิมๆ นานเกิน 10 ชั่วโมงต่อวัน ในกวางตุ้ง ประเทศจีน ผู้หญิงต้องทํางานในโรงงานถึง 150 ชั่วโมงต่อเดือน และมีคนงานกว่า 60% ทํางานโดยไร้สัญญาจ้าง และ 90% ไม่สามารถเข้าถึงประกันสังคมได้ ผู้หญิงที่ทำงานโรงงานตัดเย็บในบังกลาเทศได้เงินเดือนเพียง 1,600 บาทต่อเดือน (ไม่ถึงครึ่งของค่าแรงขั้นต่ำด้วยซ้ำ) รวมถึงการใช้แรงงานเด็กที่ยังคงมีอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นปัจจุบัน

 

 

นอกจากนี้ฟาสต์แฟชั่นที่หมุนเร็วก็ยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง เพราะอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอสร้างมลพิษมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ตั้งแต่ขบวนการผลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 1.2 พันล้านตันต่อปี (ซึ่งมากกว่าผลกระทบจากเที่ยวบินระหว่างประเทศและการขนส่งทางเรือรวมกัน) หรือการใช้เส้นใย 53 ล้านตันต่อปีสําหรับเสื้อผ้าและสิ่งทอ โดยที่ 73% ของเส้นใยเหล่านั้นถูกฝังกลบหรือเผาทิ้งไป ไปจนถึงหลังการผลิตที่ทุกวินาทีมีขยะจากเสื้อผ้าถูกทิ้งจํานวน 1 คันรถ ที่จะถูกทิ้งแบบฝังกลบและเผา

 

 

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้กลุ่ม Fashion Revolution CIC และ The Fashion Revolution Foundation ของอังกฤษ รวมตัวนักเคลื่อนไหวจาก 90 กว่าประเทศทั่วโลก และจัดตั้งทีมที่ใช้ชื่อว่า ‘Fashion Revolution’ หรือผู้อยู่เบื้องหลังการจัดตั้งงาน Fashion Revolution Week ขึ้นมานี่เอง

 

กลุ่ม Fashion Revolution เชื่อในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่นอกจะสร้างกำไร และความคิดสร้างสรรค์แล้ว ต้องให้คุณค่าแก่มนุษย์ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันด้วย พวกเขาจึงจัด Fashion Revolution Week (สัปดาห์แห่งการปฏิวัติแฟชั่น) เพื่อชวนให้ทุกคนมามีส่วนร่วมกับขบวนการสุดเจ๋งนี้ โดยพวกเขาจะจัดงานขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกปี เพื่อเป็นการย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ตึก Rana Plaza ถล่มในบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2013 ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้มีคนงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำนวน 1,138 รายต้องเสียชีวิตลง และยังมีคนได้รับบาดเจ็บอีกมากมาย

 

โดยในสัปดาห์แห่งการปฏิวัติแฟชั่น ก็จะมีการเชิญแบรนด์แฟชั่น ดีไซเนอร์ ศิลปินดารา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ผลิต แรงงาน ไปจนถึงผู้ที่หลงใหลในวงการแฟชั่น มาร่วมจัดกิจกรรม เวิร์กช็อป ทอล์ก นิทรรศการ และอีกมากมาย ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้ามาร่วมจอยด้วยได้ โดยคนดังที่สนับสนุนงานดังกล่าวก็มีทั้ง Vivienne Westwood, Emma Watson, Antonella Antonelli (บรรณาธิการ Marie Claire Italia) และอีกมากมาย

 

 

เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยที่กำลังจะมีงาน Fashion Revolution Week หรือสัปดาห์แห่งการปฏิวัติแฟชั่น ในวันที่ 22-26 เม.ย. 2562 นี้ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 และจะมีการจัดงานกระจายตามสถานที่ต่างๆ อย่าง วงเสวนาในหัวข้อ ‘ปรับมุมมอง’ ในการบริโภคและการผลิตเสื้อผ้าอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งประเด็นสังคม และสิ่งแวดล้อมจากหลายผู้เชี่ยวชาญ แบรนด์ Slow Fashion ในประเทศไทย เวิร์กช็อป โมเดลธุรกิจแบบยั่งยืน การออกแบบร่วมระหว่างชุมชน-นักออกแบบ และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเสื้อผ้ามือสอง Clothes Swap ที่เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ คือการเอาเสื้อผ้าที่เราไม่ใส่แล้วมาส่งต่อ โดยทีมงานจะคัดแยกเสื้อผ้าสภาพดี มาจัดเรียงในสเปซเหมือนกับไปช้อปตามร้าน แต่ข้อดีคือไม่ต้องเสียเงินสักบาท แถมอาจจะได้เพื่อนในงานด้วย

 

นอกจากการไปร่วมงาน Fashion Revolution Week แล้ว ผู้ที่สนใจยังสามารถแสดงแรงสนับสนุนผ่านการถ่ายรูปตัวเองใส่เสื้อกลับด้านเอาป้ายยี่ห้อมาโชว์ข้างนอก แล้วแท็กแบรนด์เพื่อถามคำถาม #WhoMadeMyClothes? พร้อมแท็ก  @fashrevThailand @fashionrevolution โพสต์ลงในอินสตาแกรมด้วย หรือถ้าใครมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองอยู่แล้ว อยากจะโปรโมตว่าเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองมีช่างคนไหน ดีไซเนอร์คนไหนเป็นคนทำ ก็สามารถแชร์รูปผู้ผลิตที่ถือป้าย #IMadeYourClothes ได้เช่นเดียวกัน

 

ไม่ว่าคุณจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนในวงการแฟชั่น หรือจะเป็นคนที่ไม่แคร์เรื่องการแต่งตัวเลยสักนิด แต่เราต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นคือสิ่งที่ใกล้ตัวเราทุกคนมากๆ จนเราแทบจะมองข้ามไปบ่อยครั้งด้วยความฟู่ฟ่าอลังการของฉากหน้าที่ถูกเคลือบเอาไว้ แต่แท้จริงแล้วอุตสาหกรรมแฟชั่นยังมีแง่มุมที่เราควรทำความเข้าใจใหม่ และ ‘ปฏิวัติ’ ดูสักครั้ง

หากสนใจข้อมูลของกลุ่ม Fashion Revolution และรายละเอียดของงาน Fashion Revolution Week เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่อินสตาแกรม @fashrevthailand และเว็บไซต์ www.facebook.com/fashrevThailand/

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR