×

Fallen Angels แด่ทุกหัวใจอันเปลี่ยวเหงา เราต่างพบเจอผู้คนเพื่อจากลา

26.11.2020
  • LOADING...
Fallen Angels แด่ทุกหัวใจอันเปลี่ยวเหงา เราต่างพบเจอผู้คนเพื่อจากลา

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์เรื่อง Fallen Angels

 

หลังจากที่เราได้ลองหัด ‘กระทำความหว่อง’ ผ่านผลงานระดับขึ้นหิ้งของ หว่องกาไว กันไปแล้วสองเรื่องอย่าง In the Mood for Love (2000) และ Happy Together (1997) สิ่งหนึ่งที่เราสัมผัสได้อย่างชัดจากสองผลงานของผู้กำกับชาวฮ่องกงคนนี้คือ การถ่ายทอดเรื่องราวที่ ‘เรียบง่าย’ ด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะ รวมถึงมุมมองความรักในฉบับของหว่องกาไว ที่เราตีความเอาเองว่า ‘การยึดติด’ และ ‘ความสับสน’ คือส่วนประกอบหนึ่งของความรัก

 

และตอนนี้เราก็เดินทางมาถึง Fallen Angels นักฆ่าตาชั้นเดียว (1995) ภาพยนตร์ลำดับที่ 3 จากเทศกาลภาพยนตร์ The World of Wong Kar-Wai’s Retrospective ที่สหมงคลฟิล์มได้หยิบ 5 ผลงานคุณภาพของหว่องกาไวมาฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง ในฉบับบูรณะใหม่ระบบ 4K

 

หากให้เปรียบเทียบภาพยนตร์เรื่องนี้กับสองผลงานก่อนหน้า เรารู้สึกว่า Fallen Angels ดูจะเป็นผลงานที่ ‘หวือหวา’ และ ‘หนักข้อ’ กว่าพอสมควร และถ้าใครอยากเสพงานศิลปะชิ้นนี้ให้ครบทุกมิติ เราคิดว่าคงจะ ‘ต้องดู’ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น 

 

 

Fallen Angels บอกเล่าเรื่องราวสุดเหงาของคน 4 คนผ่าน 2 เส้นเรื่องที่ขนานกันไป ได้แก่ หวังจื่อหมิง (หลี่หมิง) นักฆ่าหนุ่มผู้เงียบขรึมที่ทำงานให้กับ มิเชล (หลี่เจียซิน) หญิงสาวลึกลับมาตลอด 3 ปี โดยที่เขาและเธอไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่ด้วยความเหงาที่ค่อยๆ กัดกินหัวใจ จึงนำพาให้ทั้งคู่ต่างโหยหากันและกัน 

 

อีกด้านหนึ่ง หนุ่มใบ้ (ทาเคชิ คาเนชิโร) ผู้ชอบสวมรอยเป็นเจ้าของร้านอาหาร ที่ดันไปตกหลุมรักกับ ชาร์ลี (หยางไฉ่หนี) หญิงสาวที่เพิ่งอกหักจากแฟนหนุ่ม แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เขาก็ไม่สามารถเข้าไปแทนที่คนรักเก่าในหัวใจของเธอได้เสียที

 

 

 

First Killing โดย Frankie Chan และ Roel A. Garcia 

 

สิ่งแรกที่สะกดเราได้อย่างอยู่หมัดตั้งแต่ชมตัวอย่าง คือเพลงประกอบภาพยนตร์อย่าง First Killing โดย Frankie Chan และ Roel A. Garcia ที่มาพร้อมกับเสียงเพอคัสชันทุ้มต่ำ และจังหวะชวนติดหู ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่เข้ามาเสริมส่วนต่างๆ ของเรื่องให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ตั้งแต่จังหวะการตัดต่อ ซึ่งหากใครที่เป็นแฟนตัวยงของหว่องกาไวคงจะทราบกันดีถึงเอกลักษณ์การตัดต่อที่ร้อยเรียงไปกับบทเพลงที่ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ Fallen Angels ด้วยจังหวะที่เรียบง่ายและซาวด์ดนตรีทุ้มต่ำ ส่งผลให้การตัดต่อตามจังหวะเพลงในฉากลอบฆ่าชวนให้เรารู้สึกถึง ‘ความวุ่นวาย’ และ ‘อันตราย’ อย่างเด่นชัด 

 

นอกจากนี้ยังช่วยขับเน้นให้คาแรกเตอร์ของนักฆ่าหนุ่มโดดเด่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ความเท่ ความสุขุม และความน่าเกรงขาม ซึ่งถือเป็นการสร้างภาพจำให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี 

 

 

อีกหนึ่งสิ่งที่เราขอยกให้เป็น ‘พระเอก’ ของเรื่องคือ งานภาพอันยอดเยี่ยมจากฝีมือของ คริสโตเฟอร์ ดอยล์ ผู้กำกับภาพคู่บุญของหว่องกาไว ที่เลือกใช้เลนส์มุมกว้างในการถ่ายทำเกือบทั้งเรื่อง ซึ่งมันส่งผลต่อการเล่าเรื่องและความรู้สึกของผู้ชมอย่างมาก

 

ข้อแรกคือการจัดองค์ประกอบภาพที่เล่าสองเรื่องราวในเฟรมเดียว เช่น ฉากที่นักฆ่าหนุ่มกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่บนห้องพักเพียงลำพัง การใช้เลนส์มุมกว้างทำให้ภาพมีพื้นที่พอที่จะจัดองค์ประกอบให้นักฆ่าหนุ่มอยู่ด้านหนึ่งของเฟรม ส่วนอีกด้านหนึ่งบอกเล่าเรื่องราวภายนอก ด้วยการการฉายภาพบรรยากาศยามค่ำคืนของตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของรถราที่กำลังเคลื่อนที่บนถนน เสียงของรถไฟที่กำลังวิ่งผ่าน

 

รวมถึงการถ่ายช็อต Close up (ภาพใกล้กับวัตถุ) ที่ผู้ชมสามารถมองเห็นสีหน้าของตัวละครอย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันเฟรมภาพก็ยังเหลือพื้นที่ให้เราเห็นถึงบรรยากาศโดยรอบที่ตัวละครอยู่ไปพร้อมกัน

 

ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้เราสัมผัสได้ถึง ‘ความเหงา’ และ ‘ความโดดเดี่ยว’ ที่ตัวละครกำลังเผชิญชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเราอาจแปลความหมายของเรื่องราวได้ว่า แม้ว่าโลกใบนี้จะกว้างขวางและวุ่นวายเพียงใด แต่ตัวละครเหล่านั้นก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา เสมือนว่าอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้

 

นอกจากนี้ การเลือกใช้เลนส์มุมกว้างซึ่งส่งผลให้เกิดความโค้งเว้าของภาพ ยังส่งผลให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีมิติของภาพที่แปลกตา บิดเบี้ยว แต่ก็ยังเป็นภาพที่งดงามในเวลาเดียวกัน 

 

องค์ประกอบต่อมาที่เราชื่นชอบมากที่สุด คือการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ โดยเฉพาะ 5 ตัวหลักของเรื่องอย่าง นักฆ่าหนุ่ม ที่มีภาพลักษณ์สุขุม เท่ และอันตราย, มิเชล คู่หูของนักฆ่าหนุ่มที่มาพร้อมกับเสื้อผ้าหน้าผมอันโดดเด่น รวมถึง หนุ่มใบ้, ชาร์ลี และสาวผมทอง กับคาแรกเตอร์ดีดๆ โดดๆ ชวนงง แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างสีสันให้กับเรื่องได้เป็นอย่างดี 

 

 

เมื่อเรานำองค์ประกอบทั้งหมดมาปะติดปะต่อกันแล้ว มันก็ขับเน้นให้เรื่องราวอันแสนเรียบง่ายของหว่องกาไว กลายเป็นเรื่องราวที่โอบล้อมไปด้วยด้วยความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวด

 

ทั้งเรื่องราวของมิเชลผู้ตกหลุมรัก และโหยหานักฆ่าหนุ่มอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่เคยเจอกัน ในขณะที่ความสับสนของนักฆ่าหนุ่มก็พาให้เขามาพบกับสาวผมทองผู้โดดเดี่ยว และหนุ่มใบ้ที่ดันไปตกหลุมรักชาร์ลี หญิงสาวที่พึ่งถูกหักอกมาหมาดๆ แถมยังไปช่วยเธอตามหาเพื่อนสาวที่หักหลังเธออีกต่างหาก

 

และเมื่อความสัมพันธ์อันวุ่นวายของทุกตัวละครดำเนินถึงตอนจบ เราจึงไม่แปลกใจที่หว่องกาไวได้เคยให้สัมภาษณ์ไวว่า ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเรื่องเป็นตอนจบที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา

 

เพราะในช่วงชีวิตหนึ่ง เราต่างได้พบเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา และได้สร้างสายสัมพันธ์ร่วมกันกับคนบางคน แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ปลายทางของทุกความสัมพันธ์ล้วนเป็นการ ‘จากลา’ ที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงเสมอ

 

ซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นความจริงอันแสนเจ็บปวด แต่มันก็ทำให้เราใช้ชีวิตอยู่กับ ‘ความโดดเดี่ยว’ ได้อย่างแข็งแกร่ง

 

Fallen Angels เข้าฉายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

สามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์ได้ที่

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories