หลังจากการรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเตรียมเดินหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ (Landbridge) เมกะโปรเจกต์ที่มีมูลค่าโครงการประเมินไว้สูงถึงประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเจ้าภาพหลักของโครงการนี้ คือ กระทรวงคมนาคม ซึ่งมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี นั่งเป็นเจ้ากระทรวง ได้สร้างกระแสต่อสังคมทั้งฝั่งที่เห็นด้วยกับเห็นค้าน พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลกระทบของโครงการนี้
ส่งผลให้วานนี้ (5 พฤษาภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการนั้น ได้นำมาสู่การตั้งคำถามในสังคม ทั้งในประเด็นการข้ามห้วยมาคุมโปรเจกต์คมนาคม รวมถึงข้อสงสัยต่อเนื่องถึงการออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
ล่าสุดวันนี้ (6 พฤษาภาคม ) ดร.เอกนิติ ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ระบุว่า ชี้แจงว่า เป็นคำสั่งของนายกรัฐมนตรี เนื่องจากปัจจุบันโครงการยังมีความไม่ชัดเจนในสังคม และต้องการให้เข้ามาช่วยศึกษาโดยมองผ่านเลนส์ของเศรษฐกิจในภาพกว้าง
ประกอบกับโครงสร้างการบริหารงาน ดร.เอกนิติ ในฐานะรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ เป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการและเลขานุการของบอร์ดชุดนี้ การเข้ามาเป็นประธานจึงถือเป็นการบูรณาการมิติทางเศรษฐกิจและสังคมเข้าด้วยกันอย่างตรงจุด
เมื่อถูกถามว่าในแวดวงการเมืองมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การตั้งกรรมการชุดนี้อาจเป็นเพียงลีลาทางการเมืองเพื่อสร้างผลการศึกษาฉบับที่ 4 เพื่อซื้อเวลา ดร.เอกนิติ ปฏิเสธประเด็นนี้อย่างชัดเจน โดยระบุว่ากรอบเวลา 90 วันที่นายกฯ กำหนดให้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำผลการศึกษาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ภารกิจหลักคือการนำผลการศึกษาเดิมที่มีอยู่แล้วถึง 3 ฉบับ มาประเมินความเป็นไปได้และผลกระทบในมิติต่างๆ อย่างละเอียด
โจทย์สำคัญที่ทำให้ต้องทบทวนผลการศึกษา คือระยะเวลาที่ทิ้งห่างมาหลายปี ทำให้สมมติฐานเดิมอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป ผลการศึกษาในอดีตยังไม่เคยนำตัวแปรเรื่อง สงคราม และ การเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบต่างๆ ที่กำลังเผชิญปัญหา เข้ามาเป็นสมมติฐานในการวิเคราะห์ ดังนั้น การประเมินครั้งใหม่จึงต้องดึงบริบททางภูมิรัฐศาสตร์โลกในปัจจุบันเข้ามาคำนวณ เพื่อให้เห็นภาพที่แท้จริง
คณะกรรมการฯ จะต้องพิจารณาผลกระทบให้ครอบคลุมทุกด้านอย่างรอบคอบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และความเป็นอยู่ของชุมชนในพื้นที่ ดร.เอกนิติ ย้ำว่าเมื่อได้รับมอบหมายให้มารับผิดชอบโครงการระดับชาติ แม้จะมีเวลาจำกัด ก็จะตั้งใจทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และทำให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย
เคลียร์ปม พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่ ‘ตีเช็คเปล่า’
นอกเหนือจากโครงการแลนด์บริดจ์ ดร.เอกนิติ ยังได้ชี้แจงถึงกรณีการผ่านร่าง พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินกรณีพิเศษ 400,000 ล้านบาท ซึ่งถูกพรรคฝ่ายค้านโดย ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน
วิจารณ์ว่าเป็นการ ‘ตีเช็คเปล่า’ เนื่องจากไม่เห็นรายละเอียดไส้ในของโครงการ
ดร.เอกนิติ อธิบายว่า โดยปกติการออก พ.ร.ก. กู้เงิน รายละเอียดโครงการจะตามมาในภายหลัง แต่ความจำเป็นเร่งด่วนคือการเตรียม ‘กระสุน’ ไว้รองรับวิกฤตโลกที่จะมาเป็นระลอก ตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน วิกฤตต้นทุนราคาสินค้า ไปจนถึงวิกฤตกำลังซื้อที่หดหายและปัญหาการว่างงาน
เงินกู้ก้อนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนและผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจากค่าครองชีพ และนำมาปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ต้องนำเข้ากลั่นกรองโปรเจกต์ด้วย 5 เป้าหมายหลัก (5T) เพื่อยืนยันว่าไม่ได้ตีเช็คเปล่า จะมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้ 5 เป้าหมายหลัก ได้แก่
- Target: มุ่งเป้าช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่เดือดร้อน
- Transition: การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานไปสู่พลังงานทดแทน
- Transform: การปฏิรูปเพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศหลังพ้นวิกฤต
- Transparency: ความโปร่งใส โดยจะใช้เทคโนโลยีเปิดเผยข้อมูลทุกโครงการให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ
- Together: การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน
สำหรับข้อเสนอของ กรณ์ จาติกวณิช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้โยกงบประมาณปี 2569 หรือรองบปี 2570 แทนการกู้เงิน ดร.เอกนิติ ชี้แจงว่ารัฐบาลได้รีดงบปี 2569 ที่เบิกจ่ายล่าช้ากลับมาแล้ว แต่ได้ไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอ ส่วนงบปี 2570 กว่าจะเริ่มใช้ได้คือเดือนตุลาคม (อีก 5 เดือน) ซึ่งไม่ทันต่อการต่อลมหายใจให้ประชาชนและผู้ประกอบการ
ส่วนประเด็นที่คุณกรณ์เตรียมยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ดร.เอกนิติ ระบุว่าไม่กังวล โดยย้อนอดีตว่า ในสมัยที่คุณกรณ์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และออก พ.ร.ก. กู้เงินโครงการ ‘ไทยเข้มแข็ง’ ตนในฐานะข้าราชการก็เป็นผู้ไปช่วยอธิบายข้อมูลปกป้องการออก พ.ร.ก. ในครั้งนั้นเช่นกัน จึงมั่นใจในความจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 172 ของการกู้เงินครั้งนี้

