×

‘เอกนิติ’ เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพ ‘จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ’ คาดช่วยประหยัดงบได้ 10% กรมบัญชีกลาง ตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ-มาตรฐานสากลภายใน 5 ปี

27.04.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงแนวคิดการปฏิรูปการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คาดช่วยประหยัดงบประมาณ 10%

เอกนิติ เดินหน้า 3 เสาหลัก ‘Digital-Green-Innovation’ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ‘ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ’ คาดช่วยประหยัดงบประมาณได้ 10% ของมูลค่าโครงการ ด้านกรมบัญชีกลางตั้งเป้าเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ และยกระดับสู่มาตรฐานสากลภายใน 5 ปี

 

วันนี้ (27 เมษายน) ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวบนเวทีการประชุม International Public Procurement Conference 2026 (IPPC 2026) ว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไม่ใช่เพียงกระบวนการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ แต่เป็น ‘เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์’ ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ สร้างเสถียรภาพ และขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

 

พร้อมระบุว่า ปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีมูลค่าคิดเป็นประมาณ 12% ของ GDP โลก และในบางประเทศพัฒนาแล้วอาจสูงถึง 20% ของ GDP สะท้อนให้เห็นว่า การใช้จ่ายภาครัฐมีอิทธิพลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ

 

ขณะเดียวกัน หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างได้ จะช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 10% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งสามารถนำทรัพยากรกลับไปต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

เดินหน้า 3 เสาหลัก ปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างรัฐ

 

ดร.เอกนิติยังกล่าวว่า กระทรวงการคลังวางแนวทางปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

 

  • Digital Procurement ยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัล เพิ่มความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณ
  • Green Procurement ส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว โดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุนระยะยาวของประเทศ มากกว่าการพิจารณาราคาเพียงระยะสั้น
  • Innovation Procurement สนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างเชิงนวัตกรรม เน้นผลลัพธ์มากกว่าราคาต่ำสุด เพื่อเปิดพื้นที่ให้เทคโนโลยีใหม่และธุรกิจนวัตกรรมเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

 

พร้อมกันนี้ ยังเผยว่า รัฐบาลได้เร่งผลักดันการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งถือเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2568 การมีส่วนร่วมของ SMEs ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพิ่มขึ้นถึง 8.9% จากปี 2567

 

นอกจากนี้ ภาครัฐเตรียมปรับปรุงขั้นตอน ลดข้อจำกัด และเชื่อมระบบ e-GP กับแหล่งเงินทุนผ่านแพลตฟอร์ม PromptBiz เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงตลาดภาครัฐได้มากขึ้น ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย ‘Made in Thailand’ เพื่อสนับสนุนการใช้สินค้าและบริการในประเทศ

 

ดร.เอกนิติกล่าวว่า แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างการจ้างงาน กระตุ้นนวัตกรรม และสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการวัดความคุ้มค่าจะไม่จำกัดอยู่เพียงการประหยัดงบประมาณ แต่รวมถึงผลประโยชน์โดยรวมต่อสังคม

 

“การจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่แค่การใช้จ่ายของรัฐ แต่เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการเติบโตของประเทศในอนาคต”

 

ดร.เอกนิติกล่าวอีกว่า ไทยจะผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น ทั้งในมิติของมาตรฐาน ความโปร่งใส และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เพื่อยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

 

กรมบัญชีกลางเร่ง e-GP ครบวงจร ตั้งเป้ายกระดับสู่มาตรฐานสากลใน 5 ปี

 

แพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยมีมูลค่าคิดเป็นราว 10% ของ GDP และเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ กรมบัญชีกลางจึงเร่งปฏิรูปกฎหมายและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) แบบครบวงจร พร้อมเดินหน้ามาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME และสินค้า Made in Thailand เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน

 

นอกจากนี้ ยังผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว เพื่อสร้างอุปสงค์ต่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนประเทศในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับความโปร่งใสผ่านโครงการความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) และโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)

 

โดยกรมบัญชีกลางยังตั้งเป้าผลักดันระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ และยกระดับสู่มาตรฐานสากลภายใน 5 ปี

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories