รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนจาก ณัฏฐธิดา มีวังปลา และ นัสรี พุ่มเกื้อ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิทางการเมือง (ThumbRights) กรณีขอให้ติดตามการให้สิทธิประกันตัวและการส่งตัว เอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังทางการเมือง ออกไปรับการรักษาพยาบาลภายนอกเรือนจำอย่างเหมาะสม เนื่องจากมีอาการป่วยหนักหลายโรค
ณัฏฐธิดาเปิดเผยข้อมูลจากการเข้าเยี่ยมเอกชัยซึ่งถูกคุมขังมาตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568 ว่า เอกชัยได้ยื่นเรื่องขอตรวจร่างกายและตรวจเลือดที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 แต่ได้รับการส่งตัวออกไปตรวจรักษาจริงในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569
ผลการตรวจทางแพทย์พบว่า เอกชัยมีอาการต่อมลูกหมากโต ตับโต ม้ามโต และมีภาวะสโตรกหลายครั้งในรอบเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ทางเครือข่ายได้ทำหนังสือร้องขอหลายครั้งเพื่อให้นำตัวเอกชัยส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี หรือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีเครื่องมือไม่เพียงพอ แต่ทางราชทัณฑ์ยังไม่ได้ดำเนินการรักษาต่อเนื่องหลังจากตรวจพบสาเหตุของโรคในครั้งแรก
นัสรีระบุเพิ่มเติมว่า เอกชัยเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายยังไม่สิ้นสุด แต่กลับไม่ได้รับสิทธิประกันตัว สถานการณ์ในปัจจุบันมีความวิกฤตเนื่องจากจดหมายที่เขียนโต้ตอบกับเอกชัยยืนยันว่าเกิดภาวะฮีสโตรกซ้ำหลายครั้งในเดือนที่ผ่านมา ทางเครือข่ายจึงขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยติดตามเรื่องการคืนสิทธิประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
ด้าน รังสิมันต์ โรม กล่าวให้กำลังใจและแสดงความเห็นว่า ประเด็นเรื่องสิทธิและการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพของผู้ต้องขังเป็นเรื่องที่ควรเป็นบรรทัดฐานที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกคนโดยไม่ขึ้นอยู่กับชื่อหรือนามสกุล ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯ ได้เคยเดินทางไปตรวจสอบที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพและกระทรวงยุติธรรม รวมถึงมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาทำหน้าที่พัฒนาสิทธิและคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังในเรือนจำโดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการฯ จึงพร้อมรับเรื่องนี้ไปดำเนินการเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่า กรณีของเอกชัยจะซ้ำรอยการเสียชีวิตของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ หรือไม่ รังสิมันต์ชี้แจงว่า ยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมดจึงยังไม่สรุปว่าเหมือนกันหรือไม่ แต่เน้นย้ำว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก อาการป่วยของเอกชัยผ่านการตรวจซีทีสแกนมาโดยตลอด และพบว่ามีอาการน่าเป็นห่วง จึงควรได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพตามจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงมาตรฐานของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลรักษาพยาบาลผู้ต้องขังว่าอยู่ในระดับใด เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เหมาะสมและเท่าเทียมจริง
ในช่วงท้าย ณัฏฐธิดากล่าวเสริมว่า สถานการณ์ของเอกชัยในปัจจุบันไม่ได้ซ้ำรอยกรณีของเนติพร แต่มีลักษณะคล้ายกับกรณีของ อำพล ตั้งนพกุล หรือ ‘อากง’ ผู้ต้องขังในอดีตที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งและได้รับการรักษาเพียงการให้น้ำเกลือแต่ไม่ได้ทำเคมีบำบัด (คีโม) ซึ่งในกรณีของเอกชัย ผลการตรวจของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ระบุชัดเจนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับอวัยวะภายใน แต่ปัจจุบันยังคงไม่ได้รับสิทธิในการออกมารักษาตัวอย่างต่อเนื่องและไม่ได้รับสิทธิประกันตัว


