×

‘อีอีซี’ ดึงกูรูเศรษฐกิจถอดแนวคิด ‘อีสเทิร์นซีบอร์ด’ หวังต่อยอดความสำเร็จสร้างเขตพัฒนาพิเศษระดับโลก

23.07.2021
Eastern Seaboard

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จัดเสวนาวิชาการในรูปแบบออนไลน์หัวข้อ ‘จาก ESB สู่ EEC กับการเป็นเขตพัฒนาพิเศษระดับโลก’ 

 

โดยมีผู้ร่วมสัมมนา คือ ดร.เสนาะ อูนากูล ประธานคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สกพอ., ดร.อาณัติ อาภาภิรม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สกพอ., ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิเสนาะ อูนากูล และ ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC

 

การเสวนาในครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชนและนักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทยเข้าร่วมรับฟังกว่า 70 คน เช่น กานต์ ตระกูลฮุน กรรมการ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์, นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BDMS, วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน, จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น เป็นต้น

 

สำหรับการเสวนาครั้งนี้ได้ฉายภาพแนวคิดการพัฒนาโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ ‘อีสเทิร์นซีบอร์ด’ (ESB) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525-2529) ซึ่งเป็นช่วงการพัฒนาประเทศที่สำคัญของไทย โดยผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในสมัยนั้น และได้ผลักดันให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ของภาคเอกชน ช่วยให้เศรษฐกิจไทยในช่วงกว่า 30 ปีก่อนเติบโตแบบก้าวกระโดด 

 

โครงการดังกล่าวยังมีความต่อเนื่องมายังแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 และ 7 ที่ช่วยให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 9.3% ซึ่งแนวคิดจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5 ดังกล่าว จะเป็นต้นแบบสำคัญเพื่อเตรียมการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ซึ่งพบผลกระทบจากสถานการณ์โควิด และเกิดวิกฤตเศรษฐกิจใกล้เคียงกับในอดีต 

 

นอกจากนี้ การพัฒนาพื้นที่อีอีซีในปัจจุบันยังได้นำแนวคิดและต่อยอดสิ่งสำคัญที่ได้รับจากอีสเทิร์นซีบอร์ด เช่น แนวคิดให้เกิดการพัฒนาต่อเนื่อง ด้วยการมี พ.ร.บ. และสำนักงานอีอีซี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ สนามบินอู่ตะเภา ขยายท่าเรือมาบตาพุดและแหลมฉบัง รถไฟความเร็วสูง ลดการพึ่งพางบประมาณรัฐและเงินกู้

 

ขณะเดียวกัน ด้วยสัญญาที่เปิดทางให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP ที่มีความโปร่งใส รัดกุม และรัฐยังได้ประโยชน์สูงสุด การส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น 5G ระบบโซลาร์เซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า และการสร้างงานให้เยาวชนในพื้นที่มีรายได้ดี รวมทั้งทำงานกับท้องถิ่น กลุ่มสตรี เยาวชน เพื่อให้โครงการอีอีซีอยู่คู่กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน 

 

พร้อมกันนี้ อีอีซีจะปรับแผนทำงานให้หนักเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เพื่อเร่งลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด โดยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนสูงถึงปีละ 6 แสนล้านบาทต่อปี จากเดิมที่เป้าหมายการลงทุน 3 แสนล้านบาท ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะสามารถปรับ GDP ให้โตขึ้น 5% ภายหลังสถานการณ์โควิด และจะเป็นส่วนสำคัญให้ไทยก้าวสู่ประเทศที่พัฒนาได้ในปี 2572 

 

สำหรับการเสวนาดังกล่าว ภาคเอกชนและนักธุรกิจชั้นนำได้ร่วมแสดงความคิดเห็นตรงกันว่า มีความจำเป็นต้องร่วมขับเคลื่อนอีอีซีให้เกิดการลงทุนต่อเนื่อง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ และการลงทุนในอุตสาหกรรมนวัตกรรมขั้นสูง ที่อีอีซีพร้อมดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตในระยะยาว

 

ทั้งนี้ การสรุปข้อมูลและการถอดบทเรียนที่ได้รับจากการเสวนาในครั้งนี้ สกพอ. จะได้นำข้อมูล ชุดความรู้ที่ได้รับประกอบการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้/พิพิธภัณฑ์เขตพัฒนาพิเศษชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกประเทศไทย (EEC Learning Center/EEC Museum) และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งจะเป็นศูนย์การเรียนรู้สำคัญของการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก และพร้อมจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักลงทุนรุ่นใหม่และผู้ที่สนใจได้ศึกษาถึงความเป็นมาของอีสเทิร์นซีบอร์ดและการพัฒนาอีอีซี ที่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาประเทศต่อไป


READ MORE




Latest Stories