Menu

Edward Enninful ผู้อพยพจากกานาสู่การเป็น บก. ใหม่ British Vogue บุคคลที่วงการแฟชั่นกำลังพูดถึงมากสุดขณะนี้

15.11.2017
  • LOADING...
  • 90

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • ตอนเอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล อายุ 18 เขาได้สร้างประวัติศาสตร์กับการเป็น Fashion Director นิตยสารหัวใหญ่ที่อายุน้อยสุดหลังจาก นิตยสาร i-D เลือกให้เอ็ดเวิร์ดมาทำตำแหน่งนี้
  • หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของเขา คือ Vogue Italia เล่มเดือนกรกฎาคม ปี 2008 ที่ชื่อ ‘Black Issue’ ซึ่งทำร่วมกับช่างภาพ สตีเวน ไมเซล และใช้นางแบบผิวสีทั้งเล่ม
  • 7 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเอ็ดเวิร์ดได้รับตำแหน่ง บก.บห. ใหม่ของนิตยสาร British Vogue ก็มีข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวัน เริ่มตั้งแต่การที่เขาได้เปลี่ยนทีมใหม่ จนถึงการที่ Style Director คนเก่าของเล่ม ลูซินดา แชมเบอร์ส ออกมาเปิดโปงว่าเธอโดนไล่ออก

     เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2017 ที่ผ่านมา หน้าฟีดโซเชียลมีเดียของคนที่สนใจแฟชั่นจะเต็มไปด้วยข่าวที่ว่า บริษัท Conde Nast ประกาศชื่อบรรณาธิการบริหารคนใหม่ของนิตยสาร British Vogue นั่นก็คือ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล (Edward Enninful) สไตลิสต์ชื่อดังที่มาสานต่อหน้าที่จากอเล็กซานดรา ชูลแมน บรรณาธิการที่อยู่มานานถึง 25 ปี และช่วยสร้างชื่อเสียงให้ British Vogue อย่างท่วมท้น

     และถ้าเข้าไปดูอินสตาแกรมของ @davidbeckham @victoriabeckham @bellahadid @marcjacobs @caradelevigne ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณจะเห็นพวกเขาลง 1 รูปเหมือนกัน รูปที่ทั้งวงการแฟชั่นต่างเฝ้ารอมาหลายเดือน นั่นก็คือปกนิตยสาร British Vogue ฉบับเดือนธันวาคม ภายใต้การควบคุมของบรรณาธิการบริหารคนใหม่ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล ผู้ชายที่เส้นทางชีวิตของเขาได้จุดประกายให้คนทุกสีผิว เชื้อชาติ เพศ และฐานะ มีจุดยืนในวงการ ‘แฟชั่น’ ในที่สุด

 

เอ็ดเวิร์ดตอนวัยรุ่น

ผลงานสร้างชื่อของเอ็ดเวิร์ด

 

     เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล เกิดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1972 ที่ประเทศกานา กับพี่น้องอีก 5 คน โดยทั้งครอบครัวได้อพยพไปอยู่ที่ลอนดอน และคุณแม่ประกอบอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ตอนอายุ 16 เอ็ดเวิร์ดได้เจอกับสไตลิสต์คนหนึ่งชื่อ ไซมอน ฟอกซ์ตัน ในรถไฟใต้ดินที่ลอนดอน ซึ่งได้ชวนให้เอ็ดเวิร์ดมาเป็นนายแบบสำหรับงานที่ถ่ายกับ นิก ไนต์ อีกหนึ่งช่างภาพแฟชั่นระดับตำนานที่ทำงานกับ อเล็กซานเดอร์ แม็กควีน เป็นประจำ หลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้เป็นนายแบบอีก 2 ปี และเรียนรู้การทำงานเบื้องหลังทุกสัดส่วน พอเอ็ดเวิร์ดอายุ 18 เขาได้สร้างประวัติศาสตร์กับการเป็น Fashion Director นิตยสารหัวใหญ่ที่อายุน้อยสุดหลังจาก เทอร์รี โจนส์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร i-D เลือกให้เอ็ดเวิร์ดมาทำตำแหน่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ต้องทำงานควบคู่ไปกับการเรียนที่มหาวิทยาลัย Goldsmiths, University of London

     ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่เอ็ดเวิร์ดได้ทำงานที่นิตยสาร i-D เขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนบริบทของสังคม ณ ปัจจุบัน ทั้งยังพูดถึงเรื่องราวของเยาวชนอยู่เสมอ ผลงานของเขาไม่ได้พยายามสร้างโลกแฟนตาซีที่ฟุ้งซ่าน แต่เลือกเอาแฟชั่นชั้นสูงมาปรับใส่ในโลกปัจจุบัน นอกจากนี้เอ็ดเวิร์ดยังเป็นสไตลิสต์ให้กับแบรนด์มากมาย อาทิ Versace, Prada และ Gap โดยผลงานสร้างชื่อของเขาคือ Vogue Italia เล่มเดือนกรกฎาคม ปี 2008 ที่ชื่อ ‘Black Issue’ ซึ่งทำร่วมกับช่างภาพ สตีเวน ไมเซล และใช้นางแบบผิวสีทั้งเล่ม เล่มนี้ประสบความสำเร็จมากจนบริษัท Conde Nast ตัดสินใจพิมพ์เพิ่มอีก 60,000 ก๊อบปี้!

     พอมาในปี 2011 เอ็ดเวิร์ดได้ย้ายไปอยู่มหานครนิวยอร์ก เพื่อไปเป็น Creative and Fashion Director ของนิตยสาร W ของเครือ Conde Nast ภายใต้การดูแลของบรรณาธิการบริหาร Stefano Tonchi ซึ่งชื่อเสียงของเอ็ดเวิร์ดก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะนิตยสาร W จะมีการถ่ายแบบกับเหล่าศิลปินและดาราฮอลลีวูดเป็นประจำ เช่น ริฮานน่า จนถึง เอ็มมา สโตน ซึ่งก็ช่วยเพิ่มคอนเน็กชันให้เอ็ดเวิร์ดอย่างมหาศาล และน่าจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าตัวเลือกคนอื่นๆ สำหรับตำแหน่งที่ British Vogue เพราะการันตีว่าเหล่าดาราที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์สำคัญๆ จะยอมมาถ่ายแฟชั่นลงในเล่ม

 

British Vogue เล่มแรกของเอ็ดเวิร์ดกับปกนางแบบ Adwoa Aboah ที่กำลังเป็นเทรนด์กับ #NewVogue

 

     ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเอ็ดเวิร์ดได้รับตำแหน่ง บก.บห. คนใหม่ของนิตยสาร British Vogue ก็มีข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวันที่ไม่ได้สวยงามไปหมดทุกเรื่อง เริ่มตั้งแต่การที่เขาได้เปลี่ยนทีมใหม่จนถึงการที่ Style Director คนเก่าของเล่ม ลูซินดา แชมเบอร์ส ออกมาเปิดโปงว่าเธอโดนไล่ออก ส่วน บก.บห. คนเก่า อเล็กซานดรา ชูลแมน ก็เขียนคอลัมน์อารมณ์เหน็บแนมในเว็บไซต์ Business of Fashion ว่าการเป็น บก.บห. นิตยสารที่ดีไม่ใช่แค่วันๆ เอาแต่ถูกถ่ายรูปในชุดแบรนด์เนม แต่อเล็กซานดราก็ได้แก้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ The Guardian ว่า เธอไม่ได้หมายถึงเอ็ดเวิร์ด แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกไม่แฮปปี้ที่ทีมเก่าของเธอหลายคนโดนไล่ออกจาก British Vogue

     สำหรับ British Vogue เล่มแรกของเอ็ดเวิร์ดเขาได้เลือกนางแบบแห่งยุคเชื้อสายอังกฤษ-กานาอย่าง Adwoa Aboah มาขึ้นปก ซึ่งได้ สตีเวน ไมเซล มาถ่ายภาพให้ตามคาด ร่วมถึง แพท แม็กกราธ ช่างแต่งหน้าเบอร์หนึ่งของวงการมาช่วยแต่งหน้า ซึ่งแพทกับเอ็ดเวิร์ดก็เป็นเพื่อนสนิทกันมานานเพราะเข้าวงการในช่วงเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับปกเล่มนี้ คือ การเลือกชุดของแบรนด์อเมริกันอย่าง Marc Jacobs แทนที่จะเป็นแบรนด์อังกฤษตามคอนเซปต์เล่ม ‘Great Britain’ ที่ยกย่องความเป็นอังกฤษอย่างเต็มเปี่ยม

     แล้วนิตยสาร British Vogue ภายใต้การควบคุมของเอ็ดเวิร์ด จะประสบความสำเร็จไหม? สำหรับเล่มแรกเราเชื่อว่ายอดขายต้องถล่มทลายเพราะคนก็อยากซื้อเก็บ แถมตอนนี้ถ้าไปดู #NewVogue ในอินสตาแกรมก็จะเห็นว่าเป็นเทรนด์ดิ้งไปแล้วกับการที่ใครต่อใครถ่ายรูปปกนิตยสารเล่มนี้ในรูปชีวิตประจำวัน ในส่วนของตัวเลขการทำเงินเชิงโฆษณา ทางบริษัท Conde Nast เปิดเผยว่า ฉบับเดือนธันวาคมนี้ยอดโฆษณาสูงขึ้นมา 40% จากปีก่อน แต่ยอดขายตัวเล่ม British Vogue หน้าแผงก็ตกลงมา 1.5% ตั้งแต่ต้นปี ส่วนเวอร์ชันออนไลน์ก็ตก 25.5%

 

 

     ส่วนด้านดิจิทัลของ British Vogue เอ็ดเวิร์ดก็ดูเหมือนจะทุ่มทุนเป็นพิเศษ จ้างให้ผลิตวิดีโอเป็นว่าเล่น เช่น การสัมภาษณ์ระหว่างผู้ว่าฯ ลอนดอน ซาดิก ข่าน และนางแบบ นาโอมิ แคมป์เบลล์ และยังมีวีดีโอที่ลงทุนไปถ่ายเรื่องราวชีวิตในวัยเยาว์ของ จอห์น กัลลิอาโน, วิกตอเรีย เบคแฮม, ซีโมน โรชา, โจนาธาน แอนเดอร์สัน และคริสโตเฟอร์ เบลีย์ อีกด้วย แถมตัวเอ็ดเวิร์ดเองก็ต้องออกกล้องมากขึ้น เช่น ออกช่อง Snapchat ของ British Vogue เป็นประจำและทำวิดีโอสัมภาษณ์กับเหล่าดีไซเนอร์

     สิ่งที่ท้าทายต่อไปสำหรับเอ็ดเวิร์ด คือ เขายังคงจะทำให้ British Vogue เป็นกระแสต่อไปได้หรือไม่ พอเข้าเล่มสอง สาม สี่ และสิ่งที่น่าศึกษาต่อไปคือพอเอ็ดเวิร์ดได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของ British Vogue ให้มีความติดดินขึ้น อาร์ตขึ้น และแฟชั่นขึ้น ฐานคนซื้อประจำของเล่มจะชอบไหม และกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่จะเชื่อมั่นในมุมมองของเอ็ดเวิร์ดหรือไม่

     อย่างไรก็ดี มุมมองและการสร้างเส้นทางชีวิตของเอ็ดเวิร์ดก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ตั้งใจ เชื่อมั่น และหลงรักในสิ่งที่ตัวเองทำ เพื่อก้าวขึ้นสู่ยอดเขาของวงการได้ในที่สุด

     มองย้อนกลับไป 101 ปีก่อนหรือในปี 1916 ที่นิตยสาร British Vogue ก่อตั้งเป็นครั้งแรก ถ้ามีการทำนายว่าในปี 2017 British Vogue จะมีบรรณาธิการบริหารเป็นผู้ชายผิวสีคนแรก อพยพมาจากประเทศกานา ชอบใส่แต่เสื้อผ้าสีดำ และทุกอย่างที่กินต้องใส่ซอส Tabasco เราเชื่อว่าหลายคนต้องส่ายหัว แต่เราก็เดินทางมาถึงจุดนี้ กับผู้ชายที่ชื่อ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล บรรณาธิการคนใหม่ของ British Vogue

 

เอ็ดเวิร์ดกับแฟน Alec Maxwell และสุนัขชื่อ Ru Enninful

Photo: squarespace.com

 

อ้างอิง:

FYI

เกร็ดความรู้เพิ่มเกี่ยวกับเอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล

  • เขามีสุนัขพันธุ์ Boston Terrier หนึ่งตัว ชื่อ Ru Enninful @ruenninful
  • หลายคนอาจคุ้นหน้าเอ็ดเวิร์ดจากสารคดี The September Issue ของนิตยสาร Vogue อเมริกา ที่แอนนา วินทัวร์ไม่ประทับใจและถอดเซตแฟชั่นของเขาออกจากเล่ม
  • เอ็ดเวิร์ดเป็นแฟนกับช่างภาพวิดีโอ Alec Maxwell แห่งบริษัท Kloss Films
  • เอ็ดเวิร์ดเคยรับรางวัล OBE ในฐานะส่งเสริมด้านแฟชั่นและศิลปะจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษ
  • เอ็ดเวิร์ดเป็นสไตลิสต์ทั้งปก British Vogue เล่มแรกภายใต้การควบคุมของเขา บวกกับปฏิทิน Pirelli ปีล่าสุดที่ถ่ายกับช่างภาพ ทิม วอร์กเกอร์ ซึ่งมีดารา อาทิ RuPaul, P.Diddy และ Whoopi Goldberg มาเป็นแบบ

  • LOADING...
  • 90
READ MORE
FOLLOW US

Edward Enninful ผู้อพยพจากกานาสู่การเป็น บก. ใหม่ British Vogue บุคคลที่วงการแฟชั่นกำลังพูดถึงมากสุดขณะนี้

HIGHLIGHTS:

5 Mins. Read
  • ตอนเอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล อายุ 18 เขาได้สร้างประวัติศาสตร์กับการเป็น Fashion Director นิตยสารหัวใหญ่ที่อายุน้อยสุดหลังจาก นิตยสาร i-D เลือกให้เอ็ดเวิร์ดมาทำตำแหน่งนี้
  • หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของเขา คือ Vogue Italia เล่มเดือนกรกฎาคม ปี 2008 ที่ชื่อ ‘Black Issue’ ซึ่งทำร่วมกับช่างภาพ สตีเวน ไมเซล และใช้นางแบบผิวสีทั้งเล่ม
  • 7 เดือนที่ผ่านมาหลังจากเอ็ดเวิร์ดได้รับตำแหน่ง บก.บห. ใหม่ของนิตยสาร British Vogue ก็มีข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวัน เริ่มตั้งแต่การที่เขาได้เปลี่ยนทีมใหม่ จนถึงการที่ Style Director คนเก่าของเล่ม ลูซินดา แชมเบอร์ส ออกมาเปิดโปงว่าเธอโดนไล่ออก

     เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2017 ที่ผ่านมา หน้าฟีดโซเชียลมีเดียของคนที่สนใจแฟชั่นจะเต็มไปด้วยข่าวที่ว่า บริษัท Conde Nast ประกาศชื่อบรรณาธิการบริหารคนใหม่ของนิตยสาร British Vogue นั่นก็คือ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล (Edward Enninful) สไตลิสต์ชื่อดังที่มาสานต่อหน้าที่จากอเล็กซานดรา ชูลแมน บรรณาธิการที่อยู่มานานถึง 25 ปี และช่วยสร้างชื่อเสียงให้ British Vogue อย่างท่วมท้น

     และถ้าเข้าไปดูอินสตาแกรมของ @davidbeckham @victoriabeckham @bellahadid @marcjacobs @caradelevigne ในสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณจะเห็นพวกเขาลง 1 รูปเหมือนกัน รูปที่ทั้งวงการแฟชั่นต่างเฝ้ารอมาหลายเดือน นั่นก็คือปกนิตยสาร British Vogue ฉบับเดือนธันวาคม ภายใต้การควบคุมของบรรณาธิการบริหารคนใหม่ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล ผู้ชายที่เส้นทางชีวิตของเขาได้จุดประกายให้คนทุกสีผิว เชื้อชาติ เพศ และฐานะ มีจุดยืนในวงการ ‘แฟชั่น’ ในที่สุด

 

เอ็ดเวิร์ดตอนวัยรุ่น

ผลงานสร้างชื่อของเอ็ดเวิร์ด

 

     เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล เกิดในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1972 ที่ประเทศกานา กับพี่น้องอีก 5 คน โดยทั้งครอบครัวได้อพยพไปอยู่ที่ลอนดอน และคุณแม่ประกอบอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ตอนอายุ 16 เอ็ดเวิร์ดได้เจอกับสไตลิสต์คนหนึ่งชื่อ ไซมอน ฟอกซ์ตัน ในรถไฟใต้ดินที่ลอนดอน ซึ่งได้ชวนให้เอ็ดเวิร์ดมาเป็นนายแบบสำหรับงานที่ถ่ายกับ นิก ไนต์ อีกหนึ่งช่างภาพแฟชั่นระดับตำนานที่ทำงานกับ อเล็กซานเดอร์ แม็กควีน เป็นประจำ หลังจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ได้เป็นนายแบบอีก 2 ปี และเรียนรู้การทำงานเบื้องหลังทุกสัดส่วน พอเอ็ดเวิร์ดอายุ 18 เขาได้สร้างประวัติศาสตร์กับการเป็น Fashion Director นิตยสารหัวใหญ่ที่อายุน้อยสุดหลังจาก เทอร์รี โจนส์ ผู้ก่อตั้งนิตยสาร i-D เลือกให้เอ็ดเวิร์ดมาทำตำแหน่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเอ็ดเวิร์ดก็ต้องทำงานควบคู่ไปกับการเรียนที่มหาวิทยาลัย Goldsmiths, University of London

     ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่เอ็ดเวิร์ดได้ทำงานที่นิตยสาร i-D เขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนบริบทของสังคม ณ ปัจจุบัน ทั้งยังพูดถึงเรื่องราวของเยาวชนอยู่เสมอ ผลงานของเขาไม่ได้พยายามสร้างโลกแฟนตาซีที่ฟุ้งซ่าน แต่เลือกเอาแฟชั่นชั้นสูงมาปรับใส่ในโลกปัจจุบัน นอกจากนี้เอ็ดเวิร์ดยังเป็นสไตลิสต์ให้กับแบรนด์มากมาย อาทิ Versace, Prada และ Gap โดยผลงานสร้างชื่อของเขาคือ Vogue Italia เล่มเดือนกรกฎาคม ปี 2008 ที่ชื่อ ‘Black Issue’ ซึ่งทำร่วมกับช่างภาพ สตีเวน ไมเซล และใช้นางแบบผิวสีทั้งเล่ม เล่มนี้ประสบความสำเร็จมากจนบริษัท Conde Nast ตัดสินใจพิมพ์เพิ่มอีก 60,000 ก๊อบปี้!

     พอมาในปี 2011 เอ็ดเวิร์ดได้ย้ายไปอยู่มหานครนิวยอร์ก เพื่อไปเป็น Creative and Fashion Director ของนิตยสาร W ของเครือ Conde Nast ภายใต้การดูแลของบรรณาธิการบริหาร Stefano Tonchi ซึ่งชื่อเสียงของเอ็ดเวิร์ดก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะนิตยสาร W จะมีการถ่ายแบบกับเหล่าศิลปินและดาราฮอลลีวูดเป็นประจำ เช่น ริฮานน่า จนถึง เอ็มมา สโตน ซึ่งก็ช่วยเพิ่มคอนเน็กชันให้เอ็ดเวิร์ดอย่างมหาศาล และน่าจะเป็นจุดแข็งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าตัวเลือกคนอื่นๆ สำหรับตำแหน่งที่ British Vogue เพราะการันตีว่าเหล่าดาราที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์สำคัญๆ จะยอมมาถ่ายแฟชั่นลงในเล่ม

 

British Vogue เล่มแรกของเอ็ดเวิร์ดกับปกนางแบบ Adwoa Aboah ที่กำลังเป็นเทรนด์กับ #NewVogue

 

     ตลอดระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา หลังจากเอ็ดเวิร์ดได้รับตำแหน่ง บก.บห. คนใหม่ของนิตยสาร British Vogue ก็มีข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวันที่ไม่ได้สวยงามไปหมดทุกเรื่อง เริ่มตั้งแต่การที่เขาได้เปลี่ยนทีมใหม่จนถึงการที่ Style Director คนเก่าของเล่ม ลูซินดา แชมเบอร์ส ออกมาเปิดโปงว่าเธอโดนไล่ออก ส่วน บก.บห. คนเก่า อเล็กซานดรา ชูลแมน ก็เขียนคอลัมน์อารมณ์เหน็บแนมในเว็บไซต์ Business of Fashion ว่าการเป็น บก.บห. นิตยสารที่ดีไม่ใช่แค่วันๆ เอาแต่ถูกถ่ายรูปในชุดแบรนด์เนม แต่อเล็กซานดราก็ได้แก้ข่าวกับหนังสือพิมพ์ The Guardian ว่า เธอไม่ได้หมายถึงเอ็ดเวิร์ด แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกไม่แฮปปี้ที่ทีมเก่าของเธอหลายคนโดนไล่ออกจาก British Vogue

     สำหรับ British Vogue เล่มแรกของเอ็ดเวิร์ดเขาได้เลือกนางแบบแห่งยุคเชื้อสายอังกฤษ-กานาอย่าง Adwoa Aboah มาขึ้นปก ซึ่งได้ สตีเวน ไมเซล มาถ่ายภาพให้ตามคาด ร่วมถึง แพท แม็กกราธ ช่างแต่งหน้าเบอร์หนึ่งของวงการมาช่วยแต่งหน้า ซึ่งแพทกับเอ็ดเวิร์ดก็เป็นเพื่อนสนิทกันมานานเพราะเข้าวงการในช่วงเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับปกเล่มนี้ คือ การเลือกชุดของแบรนด์อเมริกันอย่าง Marc Jacobs แทนที่จะเป็นแบรนด์อังกฤษตามคอนเซปต์เล่ม ‘Great Britain’ ที่ยกย่องความเป็นอังกฤษอย่างเต็มเปี่ยม

     แล้วนิตยสาร British Vogue ภายใต้การควบคุมของเอ็ดเวิร์ด จะประสบความสำเร็จไหม? สำหรับเล่มแรกเราเชื่อว่ายอดขายต้องถล่มทลายเพราะคนก็อยากซื้อเก็บ แถมตอนนี้ถ้าไปดู #NewVogue ในอินสตาแกรมก็จะเห็นว่าเป็นเทรนด์ดิ้งไปแล้วกับการที่ใครต่อใครถ่ายรูปปกนิตยสารเล่มนี้ในรูปชีวิตประจำวัน ในส่วนของตัวเลขการทำเงินเชิงโฆษณา ทางบริษัท Conde Nast เปิดเผยว่า ฉบับเดือนธันวาคมนี้ยอดโฆษณาสูงขึ้นมา 40% จากปีก่อน แต่ยอดขายตัวเล่ม British Vogue หน้าแผงก็ตกลงมา 1.5% ตั้งแต่ต้นปี ส่วนเวอร์ชันออนไลน์ก็ตก 25.5%

 

 

     ส่วนด้านดิจิทัลของ British Vogue เอ็ดเวิร์ดก็ดูเหมือนจะทุ่มทุนเป็นพิเศษ จ้างให้ผลิตวิดีโอเป็นว่าเล่น เช่น การสัมภาษณ์ระหว่างผู้ว่าฯ ลอนดอน ซาดิก ข่าน และนางแบบ นาโอมิ แคมป์เบลล์ และยังมีวีดีโอที่ลงทุนไปถ่ายเรื่องราวชีวิตในวัยเยาว์ของ จอห์น กัลลิอาโน, วิกตอเรีย เบคแฮม, ซีโมน โรชา, โจนาธาน แอนเดอร์สัน และคริสโตเฟอร์ เบลีย์ อีกด้วย แถมตัวเอ็ดเวิร์ดเองก็ต้องออกกล้องมากขึ้น เช่น ออกช่อง Snapchat ของ British Vogue เป็นประจำและทำวิดีโอสัมภาษณ์กับเหล่าดีไซเนอร์

     สิ่งที่ท้าทายต่อไปสำหรับเอ็ดเวิร์ด คือ เขายังคงจะทำให้ British Vogue เป็นกระแสต่อไปได้หรือไม่ พอเข้าเล่มสอง สาม สี่ และสิ่งที่น่าศึกษาต่อไปคือพอเอ็ดเวิร์ดได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของ British Vogue ให้มีความติดดินขึ้น อาร์ตขึ้น และแฟชั่นขึ้น ฐานคนซื้อประจำของเล่มจะชอบไหม และกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่จะเชื่อมั่นในมุมมองของเอ็ดเวิร์ดหรือไม่

     อย่างไรก็ดี มุมมองและการสร้างเส้นทางชีวิตของเอ็ดเวิร์ดก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ตั้งใจ เชื่อมั่น และหลงรักในสิ่งที่ตัวเองทำ เพื่อก้าวขึ้นสู่ยอดเขาของวงการได้ในที่สุด

     มองย้อนกลับไป 101 ปีก่อนหรือในปี 1916 ที่นิตยสาร British Vogue ก่อตั้งเป็นครั้งแรก ถ้ามีการทำนายว่าในปี 2017 British Vogue จะมีบรรณาธิการบริหารเป็นผู้ชายผิวสีคนแรก อพยพมาจากประเทศกานา ชอบใส่แต่เสื้อผ้าสีดำ และทุกอย่างที่กินต้องใส่ซอส Tabasco เราเชื่อว่าหลายคนต้องส่ายหัว แต่เราก็เดินทางมาถึงจุดนี้ กับผู้ชายที่ชื่อ เอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล บรรณาธิการคนใหม่ของ British Vogue

 

เอ็ดเวิร์ดกับแฟน Alec Maxwell และสุนัขชื่อ Ru Enninful

Photo: squarespace.com

 

อ้างอิง:

FYI

เกร็ดความรู้เพิ่มเกี่ยวกับเอ็ดเวิร์ด เอ็นนินฟูล

  • เขามีสุนัขพันธุ์ Boston Terrier หนึ่งตัว ชื่อ Ru Enninful @ruenninful
  • หลายคนอาจคุ้นหน้าเอ็ดเวิร์ดจากสารคดี The September Issue ของนิตยสาร Vogue อเมริกา ที่แอนนา วินทัวร์ไม่ประทับใจและถอดเซตแฟชั่นของเขาออกจากเล่ม
  • เอ็ดเวิร์ดเป็นแฟนกับช่างภาพวิดีโอ Alec Maxwell แห่งบริษัท Kloss Films
  • เอ็ดเวิร์ดเคยรับรางวัล OBE ในฐานะส่งเสริมด้านแฟชั่นและศิลปะจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ของอังกฤษ
  • เอ็ดเวิร์ดเป็นสไตลิสต์ทั้งปก British Vogue เล่มแรกภายใต้การควบคุมของเขา บวกกับปฏิทิน Pirelli ปีล่าสุดที่ถ่ายกับช่างภาพ ทิม วอร์กเกอร์ ซึ่งมีดารา อาทิ RuPaul, P.Diddy และ Whoopi Goldberg มาเป็นแบบ
LOADING...

RELATED STORIES