วันนี้ (8 พฤษภาคม) ในงาน Alpha Skills Summit & Expo 2026 วงเสวนาหัวข้อ Future-Ready Education Navigating the Unknown การศึกษาที่ ‘ใช่’ ในวันที่โลกเปลี่ยน โดยมี ดร. สันติธาร เสถียรไทย ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจแห่งอนาคต สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), ดร. การดี เลียวไพโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญอนาคตศาสตร์ และ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมสนทนา ดำเนินการเสวนาโดย นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
• วางแผนการศึกษาแบบไหน ‘ใช่’ กับลูกที่สุด
ผู้ร่วมเสวนาทั้ง 3 ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองในแง่มุมการศึกษา และมุมมองด้านการวางแผนการเรียนให้กับบุตร โดย ดร. การดีมองว่า การเรียนโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย มีข้อดีสำคัญคือเรื่องภาษาต่างประเทศที่จะเรียนรู้ได้เร็ว และจะได้รับมุมมองของการเป็น Global Citizen ซึ่งไม่ใช่เพียงคาดหวังจากโรงเรียน แต่ต้องเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองถ่ายทอดให้ด้วย
ขณะที่ ดร. สันติธารมองในมุมกลับว่า โจทย์ของตนเองคือทำให้ลูกมีรากของความเป็นไทย เนื่องจากเกิดและเติบโตที่ต่างประเทศมาตลอด จึงได้ย้ายกลับมาประเทศไทยเพื่อให้โอกาสลูกสัมผัสสภาพแวดล้อม พร้อมย้ำว่า การเรียนรู้คือระบบนิเวศที่มี 3 ส่วนประกอบกัน คือ โรงเรียน บ้าน และเพื่อน ซึ่งต้องรักษาสมดุลให้ดี
ด้านพริษฐ์มองว่า ตราบใดที่คำถามว่า ‘ยังต้องส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติหรือไม่’ ถือเป็นความปวดใจ เพราะเป้าหมายของตนเองในทางการเมืองคือ ทำอย่างไรให้ทุกคนสะดวกใจส่งลูกไปเรียนโรงเรียนรัฐ เพราะจะสะท้อนว่าคุณภาพการศึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายมีคุณภาพดีกว่าที่เป็นอยู่ พร้อมเสนอแนวทางเฉพาะหน้า อย่างการส่งเสริมเทคโนโลยีการเรียนรู้ในโรงเรียนรัฐ และรัฐต้องช่วยผู้ปกครองให้มีสภาพที่เอื้อในการดูแลลูกอย่างเต็มที่
• Future Ready Skill ที่ต้องมีวันนี้คืออะไร
ดร. สันติธารเปรียบเทียบความรู้ในยุคใหม่เสมือน 3 เครื่องดื่ม ประกอบด้วย ‘นม’ คือความรู้ ซึ่งหาง่ายและมีทั่วไป แต่หากอยู่นอกตู้เย็นจะบูดเร็ว เหมือนความรู้ที่ต้องอัพเดตให้ใหม่อยู่เสมอ ต่อมาคือ ‘วิสกี้’ สุราที่ต้องบ่มนาน เหมือน Human-Centered Skills เช่น Critical Thinking, Empathy ที่ต้องฝึกซ้อม ทำแล้วทำอีกเป็นเวลานาน และ ‘น้ำเปล่า’ คือการสะท้อนตนเองว่าเป็นคนแบบไหน ชอบหรือไม่ชอบอะไร
ในปัจจุบันสิ่งที่มีประโยชน์คือวิสกี้และน้ำเปล่า เช่น หากลูกจะทำกิจกรรมเสริมอะไร มักจะตั้งคำถามก่อนว่า กิจกรรมนี้ได้วิสกี้หรือน้ำเปล่าอะไร ยกตัวอย่างหากเล่นบาสเก็ตบอล เล่นเก่งหรือไม่อาจไม่สำคัญเท่า เขารู้จักแพ้ชนะหรือเปล่า เขาล้มแล้วลุกขึ้นยืนเป็นหรือไม่ เขารู้จักทีมเวิร์คหรือไม่
จากนั้น ดร. การดียอมรับว่า แม้จะมีความลำบากใจในฐานะของคุณแม่ที่ยังคงต้องทำงานในภาคเอกชน แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักจิตวิทยาเด็กยกข้อดีว่า การพึ่งพาตนเองได้ในทุกเรื่องของคุณแม่จะส่งผลที่ดีต่อลูก โดยสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลูกคือ ต้องทำให้ลูกรักการเรียน หน้าที่ของผู้ใหญ่ต้องเปิดประตูให้กับลูกให้เยอะที่สุด
การเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองให้เยอะที่สุด เพื่อให้รู้ว่าสิ่งไหนชอบหรือไม่ชอบ ดีกว่าที่เขาไม่มีโอกาสได้ลองมากพอ และจะเกี่ยวข้องกับเมื่อโตขึ้น เพื่อให้ไม่ประสบปัญหาว่า เลือกวิชาเรียนโดยไม่รู้ว่าเรียนไปเพราะอะไร หรือเลือกผิด พ่อแม่ผู้ปกครองควรทำความเข้าใจว่าลูกชอบอะไร นั่นคือต้องให้ได้ลองมากที่สุด และต้องเคารพในความชอบที่แตกต่างของลูก
ตามด้วยพริษฐ์ที่ให้แง่คิดเรื่องการเรียนเสริมหรือกวดวิชา โดยชี้ว่ามีเหตุผลหลักจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และอีกสาเหตุคือข้อสอบที่ออกไม่ตรงกับเนื้อหาที่เรียน จึงกลับไปที่การแก้ไขคุณภาพการศึกษาทั้งประเทศ อีกทั้งรัฐควรสนับสนุนให้เด็กได้มีเวลาและโอกาสเรียนรู้ตัวเองว่า ชอบหรืออยากทำอาชีพอะไร
หากมีโอกาสเช่นนั้น ก็จะช่วยให้เด็กมีไฟหรือความอยากที่จะเรียนรู้มากขึ้น แต่ทุกวันนี้หากไปถามเด็กจะเห็นว่า ตารางชีวิตแทบไม่มีอะไรที่เลือกเองได้เลย เพราะในโรงเรียนก็ต้องเรียนตามวิชาที่กำหนดไว้ และยังต้องไปเรียนกวดวิชาเพิ่มอีก เพื่อให้สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้
💜 ยังซื้อบัตรเข้างานทัน!
ยกครอบครัวมา “เล่น เรียนรู้ และเติบโต” 🌱
ไปด้วยกันที่ Alpha Skills Summit & Expo 2026
🎟 Regular Ticket ราคา 2,500.- (1 ใบ)
📌 ดู Highlight Agenda และซื้อบัตรได้ที่
👉 https://bit.ly/4wj3OzA
✨ เข้าร่วมพื้นที่หลักฟรี ตลอด 3 วันเต็ม (ไม่จำกัดอายุ)
Talent Stage | Exhibition | Play Space
🎤 Main Stage
สำหรับผู้เข้าร่วมอายุ 18 ปีขึ้นไป
รวม Speaker และผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน
🧠 Workshop
เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้า
👉 1 บัตร เข้าร่วม Workshop ได้สูงสุด 4 ครั้ง
👶 เด็กสามารถใช้สิทธิ์จากบัตรผู้ปกครองได้
หมายเหตุ: การลงทะเบียนล่วงหน้า Workshop เต็มทุกคลาสแล้ว! แต่ท่านยังสามารถลง
Waiting List ที่จุดหน้าห้อง Workshop ได้ โดยหากมีที่ว่าง ทีมงานจะโทรติดต่อ เรียกตาม
ลำดับการลงทะเบียน (First come, First served)


